Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เบนจามิน โควเวนฟันธงวัฏจักร 4 ปีบิตคอยน์(BTC) ยังไม่ตาย ชี้ปี 2026 เป็นตลาดหมี โอกาสทำนิวไฮต่ำ

เบนจามิน โควเวน(Benjamin Cowen) ผู้ก่อตั้งช่องวิเคราะห์ออนเชนและกราฟ ‘อินทู เดอะ คริปโตเวิร์ส(Into The Cryptoverse)’ ออกมาหักล้างกระแสถกเถียงเรื่อง ‘วัฏจักร 4 ปี’ ของบิตคอยน์(BTC) ที่ยืดเยื้อมาตลอดปี 2025 โดยมองว่าเป็น “ข้อถกเถียงที่ไม่มีความหมายตั้งแต่แรก” พร้อมย้ำว่าบิตคอยน์ในแต่ละรอบตลาดไม่ได้มีความแตกต่างกันมากในแง่ ‘จุดทำจุดสูงสุด’ และในรอบล่าสุดก็ยังคงทำจุดสูงสุดในไตรมาส 4 ตามแพตเทิร์นเดิม

โควเวนให้สัมภาษณ์กับสื่อคริปโตต่างประเทศเมื่อวันที่ … (เวลาท้องถิ่น) ว่า “ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงเอาแต่พูดว่า ‘คราวนี้ไม่ใช่แล้ว’ อยู่เรื่อยไป” พร้อมเสริมว่า “บิตคอยน์ก็ยังทำจุดสูงสุดในช่วงที่มันมักจะทำอยู่ดี ในทุกวัฏจักรบิตคอยน์จะสร้างจุดสูงสุดในไตรมาส 4” เขาเปรียบเทียบท่าทีของตลาดในตอนนี้ว่า ผู้คนพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนว่า ‘คราวนี้ต้องแตกต่าง’ จนกลายเป็นการ ‘หลอกตัวเอง’ ทั้งที่ความจริงแล้วโครงสร้างหลักของวัฏจักรไม่ได้เปลี่ยนไปมากอย่างที่คิด

‘คำ’ โควเวน “2026 เป็นปีขาลง โอกาสทำ ‘นิวไฮ’ ต่ำ”

แม้ตลาดจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งการเข้ามาของทุนสถาบัน กองทุน ETF บิตคอยน์สปอต และปัจจัยมหภาคที่ผันผวน แต่โควเวนมองภาพใหญ่แบบตรงไปตรงมา เขาเชื่อว่าวัฏจักรหลักยังคง ‘ซ้ำรอย’ และปี 2026 มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นปี ‘ตลาดหมี’

โควเวนระบุว่า “ผมมองว่า 2026 คือปีตลาดหมี ไม่น่าจะได้เห็นบิตคอยน์ทำ ‘ราคาสูงสุดใหม่ตลอดกาล’ ในปีนั้น” โดยให้เหตุผลว่าตลาดขาลงสองรอบล่าสุดกินเวลาราว “ประมาณหนึ่งปี” ทั้งคู่ และรอบนี้อาจเดินตามโครงสร้างเวลาใกล้เคียงกัน

ในรอบนี้ บิตคอยน์ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,000 ดอลลาร์ (ราว 18.78 ล้านบาท) เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ขาลง หลังจากนั้นราคาลดลงมาบริเวณ 60,000 ดอลลาร์ (ราว 8.94 แสนบาท) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และเพิ่งดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือโซน 70,000 ดอลลาร์ (ราว 1.04 ล้านบาท) เมื่อไม่นานมานี้ โควเวนมองว่าตลาดหมีรอบปัจจุบันอาจมีโครงสร้างเวลาที่ “เรียบง่าย” คือเริ่มต้นตั้งแต่ตุลาคม 2025 และอาจกินเวลายาวไปจนถึงตุลาคม 2026

มุมมองนี้ยังสอดคล้องกับนักเทรดสายเทคนิคบางส่วนในตลาด โดยเทรดเดอร์สายเก๋าอย่าง ปีเตอร์ แบรนด์(Peter Brandt) ก็ประเมินเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า บิตคอยน์อาจปรับตัวลงมาถึงบริเวณ 60,000 ดอลลาร์ (ราว 8.94 แสนบาท) ได้อีกครั้งในช่วงไตรมาส 3 ปี 2026

‘คำ’ ชนมุมมองสาย ‘4 ปีจบแล้ว’ ของบิ๊กเนมคริปโต

มุมมองว่า ‘วัฏจักร 4 ปียังไม่จบ’ ของโควเวน เดินสวนทางกับนักลงทุนและผู้บริหารชื่อดังในอุตสาหกรรมคริปโตที่เชื่อว่า โมเดลวัฏจักร 4 ปีที่ผูกกับรอบฮาล์ฟวิ่งเริ่ม ‘ใช้การได้น้อยลง’ หรืออาจ ‘จบไปแล้ว’

รายชื่อผู้ที่เอนเอียงไปทาง ‘4 ปีไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม’ มีตั้งแต่ แคธี วูด(Cathie Wood) ซีอีโออาร์ก อินเวสต์, อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ผู้ร่วมก่อตั้งบิตเม็กซ์, จู กียอง ซีอีโอคริปโตควอน트, แมตต์ ฮูแกน(Matt Hougan) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของบิตไวซ์(Bitwise), ฮันเตอร์ ฮอร์สลีย์(Hunter Horsley) ซีอีโอของบิตไวซ์ ไปจนถึง ราอูล พาล(Raoul Pal) ผู้ก่อตั้งรีลวิชั่น(Real Vision) ซึ่งหลายคนต่างให้เหตุผลว่าตลาดเริ่มถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องโลก นโยบายการเงิน และทุนสถาบันมากกว่าฮาล์ฟวิ่งเพียงอย่างเดียว

ฝั่งบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่อย่าง เกรย์สเกล(Grayscale) ก็ออกมุมมองในรายงานเดือนธันวาคม 2025 ว่า ปี 2026 มีโอกาสเห็น ‘การขยับขึ้นของมูลค่าที่แท้จริง (valuation expansion)’ พร้อมส่งสัญญาณว่า ‘ทฤษฎีวัฏจักร 4 ปี’ กำลังเสื่อมความสำคัญลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม โควเวนไม่ได้ถูกมองเพียงแค่เป็น ‘อินฟลูเอนเซอร์คริปโต’ ที่เน้นคอนเทนต์กระแสเท่านั้น เขามีผู้ติดตามบน X (เดิมทวิตเตอร์) กว่า 1.1 ล้านคน และมีพื้นฐานสายวิชาการจัดเต็ม ทั้งปริญญาเอกด้าน ‘การจำลองพลศาสตร์เชิงโมเลกุลของความเสียหายจากรังสีในเซรามิก’ ผ่านการฝึกงานกับนาซ่าในช่วงเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศ ก่อนจะย้ายมาศึกษาต่อทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ‘คำ’ วิเคราะห์วัฏจักรของเขาผ่านการทดสอบเชิงข้อมูลและแบบจำลองมากกว่าค่าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ทั่วไป

‘คำ’ สิ่งที่ต่างในรอบนี้: ไม่เห็นฟีเวอร์ออลต์คอยน์เหมือนก่อน

โควเวนชี้ว่าความแตกต่างสำคัญในวัฏจักรล่าสุดของบิตคอยน์ไม่ได้อยู่ที่ ‘จังหวะเวลา’ แต่คือ ‘ทิศทางการไหลของเงินทุน’ เขามองว่าในรอบกระทิงครั้งนี้ ‘พายุเก็งกำไรออลต์คอยน์’ ไม่ได้รุนแรงเท่ารอบก่อน ๆ

เขายกตัวอย่างว่าจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 มีความคล้ายคลึงมากกับ ‘จุดสูงสุดปี 2019’ โดยเฉพาะในเชิงบริบทมหภาค โควเวนชี้ไปที่ ‘จังหวะสิ้นสุดนโยบายคุมเข้มเชิงปริมาณ (QT)’ ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ว่าเป็นกุญแจสำคัญ เขาอธิบายว่า “ถ้ามองกราฟงบดุลของเฟดในตอนนั้น จะเห็นว่าบิตคอยน์ทำจุดสูงสุดราวสองเดือนก่อนที่ QT จะสิ้นสุด” และในรอบล่าสุด “บิตคอยน์ก็ทำจุดสูงสุดล่วงหน้าก่อนที่ QT จะจบไม่กี่เดือนเหมือนกัน”

อีกจุดที่เขาเน้นคือ ‘อารมณ์ตลาดตอนแตะจุดสูงสุด’ โควเวนมองว่ารอบนี้บิตคอยน์แตะนิวไฮท่ามกลาง ‘ความเฉยเมย (apathy)’ มากกว่า ‘อาการฟีเวอร์ (euphoria)’ แบบปี 2017 และ 2021

เขาย้อนภาพว่า “ในปี 2017 และ 2021 บิตคอยน์ทะยานแบบกราฟพาราโบลา ท่ามกลางบรรยากาศตื่นเต้นสุดขีด แล้วค่อยทำจุดสูงสุด จากนั้นเงินทุนก็ไหลหมุนไปที่ออลต์คอยน์ซึ่งเสี่ยงกว่าสำหรับรอบเก็งกำไรต่อเนื่อง” ตรงกันข้าม เมื่อบิตคอยน์ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในสภาวะ ‘ไม่มีใครสนใจมากนัก’ แบบปี 2019 เขาพบว่า “การหมุนเงินไปออลต์คอยน์แทบไม่เกิดขึ้น เพราะในตลาดไม่มี ‘ฝั่งตรงข้าม’ เหลือให้ระบายของออกมากพอ” ส่งผลให้ ‘ฤดูออลต์คอยน์’ ที่หลายคนรอ อาจไม่บูมเท่าที่คาด

‘คำ’ ยอมรับพลาดรอบก่อน: “คาดการณ์ผิดก็ต้องทนฟังไปนาน ๆ”

แม้ภาพรวมโมเดลวัฏจักรของโควเวนจะยังไปต่อ แต่เขาก็ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ทำนายตลาดได้แม่นยำทุกจุด โดยเฉพาะการประเมินทิศทางในไตรมาส 4 ปี 2023 ที่เขาเรียกว่าเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ในรอบนี้”

ตอนนั้นโควเวนคาดว่าบิตคอยน์จะติดอยู่ใต้โซน 35,000 ดอลลาร์ (ราว 5.22 แสนบาท) และแกว่งตัวในกรอบข้าง ๆ ไปจนสิ้นปี 2023 ก่อนจะกลับมาเริ่มรอบขาขึ้นอีกครั้งในปี 2024 แต่ตลาดกลับเลือกเส้นทางตรงกันข้าม บิตคอยน์ทะยานเบรกแนวต้านขึ้นแรงในเดือนตุลาคม 2023 เร็วกว่าที่เขาคิดไว้มาก ส่งผลให้สมมติฐานเดิมเสียหายไปทั้งก้อน

เขายอมรับตรง ๆ ว่า “สุดท้ายตลาดก็ไม่ได้ไปตามที่ผมคิด และหลังจากนั้นผมก็ต้องใช้เวลาพักใจและประคองตัวอยู่พักใหญ่” ก่อนจะเสริมว่า “ถ้าคุณออกมาพูดธีมการลงทุนใหญ่ ๆ ต่อหน้าสาธารณะบ่อย ๆ มันจะดีมากเวลาเดาถูก แต่ถ้าพลาดไป คุณก็ต้องทนฟังเสียงวิจารณ์เรื่องเดิม ๆ ไปอีกนาน”

ในมุมมองของตลาดตอนนี้ ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่า ‘คำ’ คาดการณ์ปี 2026 ว่าจะเป็นตลาดหมีจะถูกหรือไม่ แต่คือข้อสังเกตที่ว่า วัฏจักรล่าสุดของบิตคอยน์กำลังเผย ‘โครงหน้าที่เปลี่ยนไป’ ในแง่ความร้อนแรงของจุดสูงสุด และ ‘การหมุนเงิน’ ระหว่างบิตคอยน์กับออลต์คอยน์มากกว่า

“ความคิดเห็น” หากรอบหน้าไม่เกิดรันเวย์ออลต์คอยน์ถ้วนหน้าแบบที่เคยเห็น การตีความภาวะลง-รีบาวด์ของตลาดในช่วง 2025–2026 อาจไม่สามารถอิงเพียง ‘ทฤษฎีวัฏจักร 4 ปี’ แบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป นักลงทุนจึงอาจต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยมหภาค สภาพคล่องโลก และพฤติกรรมทุนสถาบันควบคู่ไปกับการดูวัฏจักรฮาล์ฟวิ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1