สหรัฐฯ และอิสราเอลเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อ ‘อิหร่าน’ เป็นวันที่หก ติดต่อกัน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับเข้าสู่โหมด ‘Risk-off’ นักลงทุนแห่ลดความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ซึ่งถูกคาดหวังให้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงมหภาค กลับร่วงลงไปพร้อมกับตลาดหุ้น หลุดระดับ 7만2000달러 ลงมาอย่างชัดเจน
ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐฯ และอิสราเอลเดินหน้าปูพรมโจมตีต่อเนื่อง โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานที่มั่นสำคัญหลายแห่งทั่วอิหร่าน กระแสเงินในตลาดจึงไหลกลับไปหาสินทรัพย์ที่ถือว่าเป็น ‘ที่หลบภัยดั้งเดิม’ อย่าง ‘ทองคำ’ และ ‘พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ’ อย่างเด่นชัด ด้าน ‘บิตคอยน์(BTC)’ ถูกกดดันจนร่วงลงต่ำกว่า 7만2000달러 ส่วน ‘อีเธอเรียม(ETH)’ อ่อนตัวลงมาแถวโซน 2100달러 ขณะที่ ‘โซลานา(SOL)’ ดิ่งหลุด 90달러 ลงไปอีก หากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1ดอลลาร์ = 1481.70วอน บิตคอยน์ที่ราคา 7만2000달러 จะมีมูลค่าประมาณ 1억667만วอน ส่วนอีเธอเรียมที่ 2100달러 จะอยู่ที่ราว 311만วอน
‘บิตคอยน์’ 24 ชั่วโมง -3.1% แนวรับ 7만2000달러 สั่นคลอน
ตัวเลขราคาเริ่มสะท้อนอารมณ์ของตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ ร่วงลงราว 3.1% ภายใน 24 ชั่วโมง สูญเสียโซนรับสำคัญบริเวณ 7만2000달러 ที่เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับหลัก แม้หากมองในกรอบ 7 วัน บิตคอยน์ยังคงบวกอยู่ประมาณ 5.7% จากการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในสัปดาห์ก่อนหน้า แต่การย่อตัวรอบล่าสุดก็ลบล้างแรงรีบาวด์ไปแล้วไม่น้อย
ด้าน ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ปรับตัวลง 3.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน เคลื่อนไหวบริเวณ 2100달러 ขณะที่ผู้แพ้หนักในกลุ่มเหรียญหลักกลายเป็น ‘โซลานา(SOL)’ ที่รูดลงประมาณ 4.4% ในรอบ 24 ชั่วโมง หลุดใต้ 90달러 ซึ่งระดับ ‘90달러’ ถูกนักลงทุนจำนวนมากมองเป็น “แนวจิตวิทยา” สำคัญ การหลุดโซนนี้จึงอาจกระตุ้นให้ความผันผวนระยะสั้นเพิ่มสูงขึ้น
ดัชนี ‘ความกลัว-ความโลภ’ แตะ 22 สู่โหมด ‘กลัวขั้นสุด’ แต่ยังมีสัญญาณเหลื่อมกับราคา
ดัชนี ‘ความกลัว–ความโลภ’ (Fear and Greed Index, Alternative.me) ล่าสุดเคลื่อนไหวที่ระดับ 22 อยู่ในโซน ‘Extreme Fear’ หรือ ‘กลัวอย่างรุนแรง’ อย่างเป็นทางการ จุดที่น่าสนใจคือ ดัชนีนี้เพิ่งดีดขึ้นมาจากระดับ 11 เมื่อสัปดาห์ก่อน หมายความว่า แม้ราคาคริปโตหลักจะอ่อนตัว แต่บรรยากาศเชิงจิตวิทยากลับยกระดับขึ้นเล็กน้อยจากจุดที่เลวร้ายที่สุด
‘ความคิดเห็น’ ความเคลื่อนไหวนี้สร้างภาพของ “ช่องว่างระหว่างราคาและอารมณ์”: ด้านหนึ่ง ตลาดอาจได้ ‘รับรู้ข่าวร้ายไปแล้วพอสมควร’ ทำให้ความตื่นตระหนกลดลงเล็กน้อย แต่อีกด้านหนึ่ง ก็อาจสะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้ประเมินความเสี่ยงของการ ‘ยกระดับความขัดแย้ง’ หรือการลุกลามของสงครามอย่างเต็มที่ ปกติแล้ว บางครั้ง ‘จิตวิทยา’ จะลงไปแตะจุดต่ำสุดก่อนราคา แต่ก็มีหลายครั้งที่การ “โล่งใจเร็วเกินไป” กลับกลายเป็นสัญญาณนำของการปรับฐานรอบใหม่
ไม่ใช่ทุกเซกเตอร์จะพังหมด บางส่วนใน ‘ดีไฟ(DeFi)’ วิ่งสวนตลาด
แม้ภาพรวมตลาดคริปโตจะถูกย้อมด้วยสีแดง แต่ยังมีบางธีมที่เคลื่อนไหวสวนกระแส จากข้อมูลของ ‘คอยน์เกคโค(CoinGecko)’ หมวด ‘โม르포 อีโคซิสเต็ม(Morpho Ecosystem)’ ปรับตัวขึ้นถึงประมาณ 63.1% ในรอบ 7 วัน สะท้อนว่า แม้ในภาวะ ‘กลัวจัด’ เงินก็ยังสามารถไหลเข้าธีมเฉพาะใน ‘ดีไฟ(DeFi·การเงินแบบกระจายศูนย์)’ ได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการไหลเข้ารอบนี้คือ ‘เม็ดเงินที่มั่นใจในพื้นฐานระยะยาว’ หรือเป็นเพียง ‘การเก็งกำไรรอบสั้น’ ที่มองหาผลตอบแทนจากสินทรัพย์ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดโดยรวมในช่วงขาลง หากรอบหมีลากยาว ‘คำถามเรื่องความยั่งยืนของกระแสนี้’ จะยิ่งถูกจับตา
รูปแบบเดิมยามเกิดช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่คราวนี้ ‘ขนาดของความเสี่ยง’ เปลี่ยนไป
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ‘ตลาดคริปโต’ ไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์ในทิศทางเดียวกันทุกครั้ง ย้อนกลับไปเมื่อ กุมภาพันธ์ 2022 ตอนที่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครน ‘บิตคอยน์(BTC)’ เคยร่วงลงอีกราว 8% ภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนจะดีดตัวกลับบางส่วน หรือในเดือนเมษายน 2024 หลังเหตุปะทะทางอากาศระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ราคาเองก็ฟื้นตัวได้ในไม่กี่วัน รูปแบบที่เห็นบ่อยคือ ‘เทขายแบบแตกตื่น → รอประเมินสถานการณ์ → ดีดกลับเมื่อมองว่าเลวร้ายสุดถูกเลี่ยงได้’
แต่รอบนี้แตกต่างตรงที่ ‘ฉากทัศน์เลวร้ายสุด’ ดูเหมือนจะถูกอัปเดตเรื่อย ๆ แทนที่จะคลี่คลาย การโจมตีไม่ได้จบในรูปแบบครั้งเดียวแล้วจบ แต่ยืดเยื้อมาถึงเกือบหนึ่งสัปดาห์ ขณะเดียวกัน กลุ่มติดอาวุธและกองกำลังฝ่ายตรงข้ามในภูมิภาคเริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ของ ‘ปฏิบัติการภาคพื้นดินข้ามพรมแดน’ ทำให้ความไม่แน่นอนยิ่งทวีคูณ
หากสถานการณ์ยกระดับไปถึงจุดที่ดันราคาน้ำมันดิบโลกดีดแรง ตลาดอาจต้องเผชิญกับ ‘คลื่นเงินเฟ้อรอบใหม่’ ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะ ‘ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)’ ถูกดันถอยหลังออกไปอีก ‘คำ’ นี้กดดันโดยตรงต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและสภาพคล่อง เช่น หุ้นเทคและคริปโต
บททดสอบใหม่ของ ‘บิตคอยน์ในฐานะทองคำดิจิทัล’
แนวคิดที่ว่า ‘บิตคอยน์(BTC) คือทองคำดิจิทัล’ หรือทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังถูกทดสอบเต็มรูปแบบในรอบนี้ แม้จะมีมุมมองว่า บิตคอยน์อาจยัง “ดูดีกว่า” หุ้นเทคโนโลยีบางตัวในเชิงเปรียบเทียบ แต่หากดูจาก ‘ระดับราคาแบบสัมบูรณ์’ จะเห็นว่าบิตคอยน์กำลังเคลื่อนไหวลงพร้อม ๆ กับตลาดหุ้น สะท้อนภาพของ ‘การกลับมามีความสัมพันธ์กันสูงขึ้น’ ในจังหวะที่หลายคนคาดหวังว่า สินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็น “ตัวเลือกที่หลุดจากกรอบตลาดเดิม”
ตลาดจับตา ‘ทิศทางตะวันออกกลาง’ มากกว่าปัจจัยพื้นฐานคริปโต
ในระยะสั้น จุดโฟกัสของตลาดดูจะไม่ได้อยู่ที่พื้นฐานของ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เอง แต่ไปอยู่ที่ “เส้นทางถัดไปของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง” ทั้งในเชิงการทหารและการทูต หากการโจมตีถูกจำกัดกรอบ และความเสี่ยงต่อการเปิดฉาก ‘สงครามภาคพื้นดินขนาดใหญ่’ ลดลง โอกาสที่ตลาดคริปโตจะดีดตัวกลับเร็วแบบในรอบก่อน ๆ ก็ยังมีให้เห็น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าก่อนรอบย่อตัว บิตคอยน์ยังให้ผลตอบแทนบวก 5.7% ในกรอบ 7 วัน แปลว่า ‘แรงซื้อที่รอจังหวะ’ ยังไม่หายไปไหน
แต่ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ไหลไปสู่ปฏิบัติการภาคพื้นดินจริง ความกังวลเรื่องการ “ขยายวงของสงคราม” จะกลับมาหนักหน่วง น้ำมันโลกอาจกลับขึ้นไปเทรดใกล้หรือเหนือ 100ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภาพของ ‘เงินเฟ้อโลกกลับมาร้อนแรง’ ก็จะถูกยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง และในกรณีดังกล่าว เฟดอาจไม่มีพื้นที่ให้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยง่าย ๆ หรือแม้แต่ต้องเลื่อน–พับแผนออกไป ‘คำ’ นี้จะทำให้สภาพคล่องที่หล่อเลี้ยงคริปโตหดตัวรวดเร็ว กดดันบรรยากาศทั้งตลาดในเชิงโครงสร้าง
ท้ายที่สุด ตัวเลขดัชนี ‘ความกลัว–ความโลภ’ ที่ 22 อาจตีความได้ว่า ตลาดกำลังบอกว่า “ยังประเมินไม่ออก” มากกว่าจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางที่ชัดเจน ระหว่างที่เสียงระเบิดยังดังอยู่ ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรที่ ‘ตลาดคริปโต’ ตั้งราคาได้ไม่ดีและไม่ทัน ‘ความคิดเห็น’ ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ จึงอาจไม่ใช่ระดับราคาเฉพาะจุด แต่คือ ‘ขนาดของความไม่แน่นอน’ ที่สามารถทำให้ทุกสมมติฐานต้องถูกเขียนใหม่ได้ เพียงเพราะ “พาดหัวข่าวถัดไป” เท่านั้น
ความคิดเห็น 0