บิตคอยน์(BTC) พุ่งทะลุแนวต้านสำคัญในตลาดเอเชียเมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) โดยราคาขึ้นไปเหนือ 7.5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1.119 ล้านบาท) ต่อเหรียญ สร้างกระแส ‘강세 돌파’ ที่อธิบายได้ยากหากมองแค่แรงซื้อในตลาดสปอตเพียงอย่างเดียว นักวิเคราะห์ชี้ว่าการดีดตัวรอบนี้ได้แรงหนุนสำคัญจากการปิดสถานะ ‘เดิมพันขาลง’ ในตลาดอนุพันธ์ ทั้งฝั่งฟิวเจอร์สและออปชัน
ตามข้อมูลของโค인데스크(Coindesk) บิตคอยน์(BTC) เคยดีดขึ้นไปสูงสุดราว 7.58 หมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 1.131 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการทะลุผ่านโซนแนวต้านระยะยาวที่กดดันราคามาตลอดปี 2024 ที่บริเวณ 7.375–7.44 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1.100–1.11 ล้านบาท) อย่างชัดเจน โซนนี้เคยทำให้การฟื้นตัวของราคาในรอบก่อนหน้าถูกกดกลับลงมาถึงสามครั้ง
‘ความคิดเห็น’ การทะลุโซนนี้อย่างเด็ดขาดมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงเทคนิคที่เปลี่ยนภาพตลาดจากแกว่งตัวในกรอบ สู่เฟสใหม่ของเทรนด์ขาขึ้นได้
‘풋옵션 되감기’ จุดชนวนแรงซื้อบิตคอยน์(BTC)
แรงขับเคลื่อนสำคัญรอบนี้ถูกโยงกับสถานะชอร์ตและการเฮดจ์ฝั่งขาลงที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงร่วงหนักเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ มาร์คุส ทิลเลน(Markus Thielen) ผู้ก่อตั้ง 10xรี서치 ระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า การเคลื่อนไหวล่าสุดของบิตคอยน์(BTC) ได้แรงหนุนอย่างมากจากการขายทำกำไรหรือปิดสถานะ ‘풋옵션’ จำนวนมากบริเวณราคาใช้สิทธิ (strike) 5.5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 8.207 แสนบาท) และ 6 หมื่นดอลลาร์ (ราว 8.953 แสนบาท)
ทิลเลนอธิบายว่า เมื่อใกล้วันครบกำหนดอายุสัญญา เทรดเดอร์จำนวนมากประเมินว่าโอกาสที่ออปชันเหล่านี้จะจบแบบ ‘อินเดอะมันนี่’ หรือมีมูลค่าเทียบกับราคาใช้สิทธินั้นลดลงอย่างมาก จึงเริ่ม ‘ดึงเฮดจ์กลับ’ หรือปิดสถานะป้องกันความเสี่ยงด้านลบ ส่งผลให้แรงขายเพื่อป้องกันความเสี่ยง (downside hedge) ลดลงอย่างรวดเร็ว และเปิดทางให้ราคาฟื้นตัวแรงกว่าเดิม
‘풋옵션’ คือสัญญาอนุพันธ์ที่ให้สิทธิผู้ถือในการขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาใดราคาหนึ่งในอนาคต มักใช้สำหรับเก็งกำไรขาลงหรือทำหน้าที่เป็น ‘ประกัน’ ป้องกันความเสี่ยงจากการร่วงของราคา ในทางกลับกัน ‘คอลออปชัน’ จะใช้เพื่อเพิ่มการเปิดรับฝั่งขาขึ้น
ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงใกล้ระดับ 6 หมื่นดอลลาร์ (ราว 8.953 แสนบาท) บนบางกระดาน ทำให้ความต้องการซื้อ ‘풋옵션’ ระดับ 6 หมื่นดอลลาร์และต่ำกว่านั้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อบรรยากาศตลาดเริ่มสงบลง ความจำเป็นในการถือสถานะป้องกันความเสี่ยงเชิงลบก็ลดลงตาม จึงเกิดกระบวนการปิดชอร์ตและคลายเฮดจ์ไปพร้อมกัน ซึ่งช่วยหนุนให้ราคาดีดตัวแรง
มาร์เก็ตเมกเกอร์ต้อง ‘รีบาลานซ์’ กลายเป็นแรงซื้อเพิ่ม
การปิดเดิมพันขาลงไม่ได้แค่ลดแรงขายในตลาด แต่ยังอาจเปลี่ยนเป็นแรงซื้อโดยตรง ทิลเลนชี้ว่า เมื่อมีการขายหรือปิดสถานะ ‘풋옵션 บิตคอยน์(BTC)’ มากขึ้น แรงกดดันจากการเฮดจ์ด้านลบจะลดลง ในขณะเดียวกันมาร์เก็ตเมกเกอร์ที่ดูแลสภาพคล่องในตลาดออปชันจำเป็นต้อง ‘รีบาลานซ์’ พอร์ตของตัวเอง ด้วยการซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่มขึ้นเพื่อปรับสมดุลความเสี่ยง
เขามองว่ากระบวนการรีบาลานซ์นี้สามารถสร้าง ‘กระแสซื้อเชิงสนับสนุน’ ที่ผลักให้ราคาบิตคอยน์(BTC) ไต่ขึ้นสูงกว่าเดิมได้ โค인데스크เองก็เคยเตือนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า หากราคาบิตคอยน์(BTC) เข้าใกล้ 7.5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1.119 ล้านบาท) มากขึ้นเรื่อย ๆ ดีลเฮดจ์ของมาร์เก็ตเมกเกอร์อาจถูกกระตุ้น และเร่งให้แรงซื้อในตลาดยิ่งทวีความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ทิลเลนเตือนว่าการขึ้นรอบนี้ยังไม่เข้าข่าย ‘การเปิดสถานะขาขึ้นเชิงรุก’ อย่างชัดเจน เพราะยังไม่เห็นสัญญาณการเข้าซื้อคอลออปชันฝั่งบนในระดับที่มีนัยสำคัญ เขามองว่าการเคลื่อนไหวปัจจุบันมีลักษณะของ ‘การคลายเฮดจ์’ มากกว่าการเกิดกระแสมุมมองบวกสุดโต่งต่อบิตคอยน์(BTC)
‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุน การที่ราคาขึ้นเพราะแรงเทคนิคจากอนุพันธ์ มากกว่าการสะท้อนเม็ดเงินใหม่ในตลาดสปอต อาจหมายถึงความผันผวนที่สูงและการกลับทิศได้เร็ว หากโครงสร้างอนุพันธ์เปลี่ยนอีกครั้ง
อัลท์คอยน์เด้งตาม บิตคอยน์(BTC) กระจายแรงซื้อสู่ตลาดกว้าง
แรงบวกจากบิตคอยน์(BTC) ไม่ได้หยุดอยู่แค่เหรียญหลัก แต่ลามไปถึงอัลท์คอยน์ตัวอื่นด้วย ดัชนีโค인데스크 20 ซึ่งวัดผลรวมคริปโตชั้นนำ 20 สินทรัพย์ ปรับตัวขึ้น 5% ภายใน 24 ชั่วโมงล่าสุด แตะระดับ 2,202 จุด สะท้อนว่ากระแส ‘เสี่ยงได้’ เริ่มกลับมาที่ตลาดคริปโตวงกว้าง
อีเธอเรียม(ETH) ได้แรงหนุนจากความต้องการเก็งกำไรผ่านออปชันฝั่งขาขึ้นที่เพิ่มขึ้น ดันราคาพุ่งราว 8% ขึ้นไปบริเวณ 2,360 ดอลลาร์ (ราว 3.52 แสนบาท) ส่วน XRP(XRP) ปรับขึ้นราว 8% ขณะที่โซลานา(SOL) บวกประมาณ 4% นอกจากนี้ยังมีเหรียญอย่าง 지캐시(ZEC), 페페(PEPE), โพลคาดอต(DOT) และ 버추얼(VIRTUAL) ที่แสดงท่าทีแข็งแกร่งเด่นกว่าตลาดโดยรวม
ทิศทางต่อไป: สายตาจับจ้องที่อนุพันธ์และระดับ 7.5 หมื่นดอลลาร์
บรรยากาศในตลาดคริปโตตอนนี้กำลังจับตาว่า การปรับพอร์ตในตลาดอนุพันธ์จะยังผลักดันให้ราคาสปอตของบิตคอยน์(BTC) ไต่ขึ้นต่อได้อีกแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบริเวณ 7.5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1.119 ล้านบาท) กลายเป็นจุดที่เกิดการ ‘คลายเฮดจ์’ และ ‘รีบาลานซ์’ ของมาร์เก็ตเมกเกอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความผันผวนของบิตคอยน์(BTC) อาจกลับมารุนแรงอีกระลอก
‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนที่ติดตามบิตคอยน์(BTC) และอัลท์คอยน์ควรเฝ้าดูข้อมูลโอเพ่นอินเทอร์เรสต์ ปริมาณออปชัน และโครงสร้างสัญญาอนุพันธ์อย่างใกล้ชิด เพราะในรอบนี้ ทิศทางราคาอาจถูกกำหนดโดยตลาดอนุพันธ์มากกว่าปัจจัยพื้นฐานในตลาดสปอตในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0