สกาย(SKY) กำลังดึงเม็ดเงินไหลเข้ารวดเร็วตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ดันตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในโปรโตคอล ‘ดีไฟ(DeFi)’ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของตลาด โดยมูลค่ารวมที่ถูกล็อกไว้หรือ ‘TVL’ พุ่งแตะ 7,520 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.127 แสนล้านบาท) ส่งผลให้สกายติดกลุ่มโปรโตคอลชั้นนำของดีไฟในปัจจุบัน
ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มเก็บสถิดีไฟ ‘ดีไฟลามา(DefiLlama)’ TVL ของสกายเพิ่มขึ้นราว 38% นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนมาถึงระดับ 7,520 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของตลาดดีไฟรองจาก เอฟเอฟอี(AAVE), ลิโด(Lido) และ ไอเกนคลาวด์(EigenCloud)
‘สระออมทรัพย์ sUSDS’ ตัวหลักที่ดูดสภาพคล่อง
แรงขับเคลื่อนสำคัญของสกายมาจากผลิตภัณฑ์สเตเบิลคอยน์ฝั่งออมทรัพย์อย่าง ‘สระ sUSDS’ ที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของเงินทุนเกือบทั้งหมด ปัจจุบันมีเงินฝากในสระนี้ราว 6,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.74 หมื่นล้านบาท) โดยเฉพาะแค่ในเดือนมีนาคมก็มีเงินใหม่ไหลเข้ามากว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.95 หมื่นล้านบาท)
ในช่วงที่ตลาดคริปโตเผชิญแรงปรับฐาน ทำให้ผลตอบแทนในโปรโตคอลดีไฟส่วนใหญ่ลดต่ำลง ‘อัตราผลตอบแทนคงที่ 3.75% ต่อปี’ ของสระ sUSDS จึงถูกมองว่าโดดเด่นและกลายเป็นแม่เหล็กดึงนักลงทุนที่ต้องการรายได้แบบเสถียร
ฝั่งเอฟเอฟอี(AAVE) บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) การนำ เต더(USDT) หรือ USDคอยน์(USDC) ไปปล่อยกู้ในตอนนี้ให้ดอกเบี้ยไม่ถึง 2% ต่อปี ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างโปรโตคอลยิ่งชัดเจน เมื่อรวมกับภาพลักษณ์ด้านความเสถียร ส่งผลให้เกิดการย้ายสภาพคล่องจากแพลตฟอร์มอื่นเข้าสู่สกายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แซม แมคเฟอร์สัน(Sam MacPherson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ฟีนิกซ์แล็บส์(Phoenix Labs) ให้ความเห็นว่า “ผลตอบแทนคือปัจจัยหลักก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน สระของสกายก็ถือเป็นหนึ่งในแหล่งสร้างรายได้สภาพคล่องที่ความเสี่ยงต่ำที่สุดในดีไฟตอนนี้ด้วย”
โมเดลที่แข็งแรงในช่วงตลาดขาลง
รูน คริสเตนเซน(Rune Christensen) ผู้ก่อตั้งสกาย มองว่าความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดช่วงหลัง ทำให้ผู้ใช้งานหันมาให้ความสำคัญกับโปรโตคอลที่มีเสถียรภาพมากกว่าเดิม
เขาอธิบายว่า “สกายมีแนวโน้มทำผลงานได้ดีกว่าในช่วงตลาดหมี คล้ายกับที่ เมคเกอร์ดาว(MakerDAO) เคยเป็นในอดีต เพราะเรามุ่งโฟกัสที่ผลิตภัณฑ์ซึ่งให้ ‘ผลตอบแทนที่เชื่อถือได้และมั่นคง’ มาโดยตลอด” ‘ความคิดเห็น’ โมเดลที่สร้างรายได้คงที่จากสเตเบิลคอยน์ และเน้นควบคุมความเสี่ยง จึงสะท้อนภาพความต้องการ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ของตลาดได้ชัดเจนในรอบนี้
เม็ดเงินที่ไหลเข้าสกายยังสะท้อนไปถึงราคาโทเคน SKY ด้วย ตามข้อมูลจาก คอยน์เกโค(CoinGecko) ราคา SKY ปรับตัวขึ้นราว 4% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นประมาณ 12% เมื่อมองในกรอบ 1 เดือน
อย่างไรก็ดี ราคาปัจจุบันของ SKY ยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ราว 26% ขณะที่มูลค่าตลาด (Market Cap) ของสกายอยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.55 หมื่นล้านบาท
กระแสเงินที่กลับเข้าสู่โปรโตคอลดีไฟซึ่งให้ผลตอบแทนคงที่และเน้นความเสี่ยงต่ำ กำลังกลายเป็นสัญญาณสำคัญของตลาด นักลงทุนจำนวนไม่น้อยกำลังจับตาดูว่า การเพิ่มขึ้นของ TVL ในสกายครั้งนี้จะเป็นแค่กระแสระยะสั้น หรือคือจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ในดีไฟที่เน้น ‘ความมั่นคงของผลตอบแทน’ มากกว่าการไล่เก็งกำไรเหมือนในอดีต
ความคิดเห็น 0