Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สภาคองเกรสสหรัฐจ่อเลื่อนกฎหมายความชัดเจนคริปโต (CLARITY Act) ปมศึกกฎคุมสเตเบิลคอยน์

‘กฎหมายความชัดเจนคริปโต(CLARITY Act)’ ซึ่งถูกจับตามองว่าเป็นกฎหมายกำกับดูแล ‘คริปโต’ ฉบับหลักของสภาคองเกรสสหรัฐ มีแนวโน้มเลื่อนออกไปอีกครั้ง หลังการถกเถียงภายในวุฒิสภายังไม่ลงตัว ทำให้การพิจารณากฎหมายอาจถูกผลักออกไปอย่างน้อย ‘เดือนหน้า’ หรือหลังจากนั้น

เมื่อวันที่ (เวลาท้องถิ่น) จอห์น ทูน(John Thune) ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภา น่าจะยากที่จะเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้ให้คืบหน้าได้ก่อนเดือนเมษายน สาเหตุหลักมาจากความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างผู้ออก ‘สเตเบิลคอยน์’ และภาคธนาคารดั้งเดิม ในประเด็นแกนกลางของร่างกฎหมาย

การรายงานของ ‘เดอะบล็อก(The Block)’ ระบุว่า ประเด็นขัดแย้งสำคัญของ CLARITY Act อยู่ที่โครงสร้างการออกสเตเบิลคอยน์ และ ‘อำนาจกำกับดูแล’ ว่าควรอยู่ในมือหน่วยงานใด และภายใต้กติกาแบบไหน

ฝ่ายธนาคารต้องการให้สเตเบิลคอยน์อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ระดับเดียวกับธนาคาร โดยอ้างเรื่อง ‘เสถียรภาพการเงิน’ และ ‘การคุ้มครองผู้บริโภค’ ชัดเจนว่าต้องการกรอบกำกับที่เข้มข้น ทั้งในด้าน ‘เงินทุนสำรอง’ และ ‘มาตรฐานการบริหารความเสี่ยง’ บางสถาบันการเงินมองว่าสเตเบิลคอยน์ควรถูกปฏิบัติให้ใกล้เคียงกับ ‘เงินฝากธนาคาร’ พร้อมใช้กฎเงินกองทุนที่เข้มข้นแบบเดียวกัน

ในทางกลับกัน ผู้ออกสเตเบิลคอยน์และผู้เล่นใน ‘อุตสาหกรรมคริปโต’ โต้แย้งว่ากฎที่เข้มจนเกินไปอาจ ‘บีบฆ่านวัตกรรม’ และกันผู้เล่นหน้าใหม่ออกจากตลาด แทนที่จะช่วยยกระดับความโปร่งใส พวกเขาผลักดันให้สร้างกรอบกำกับแบบเฉพาะสำหรับ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ซึ่งไม่เหมือนทั้งหลักทรัพย์หรือเงินฝาก โดยเสนอให้มีใบอนุญาตสำหรับผู้ออกสเตเบิลคอยน์ที่ออกแบบมาโดยตรงสำหรับสินทรัพย์ประเภทนี้

จุดขัดแย้งหลัก ๆ ในร่างกฎหมายตอนนี้ ได้แก่

- รูปแบบและข้อกำหนด ‘การบริหารเงินสำรอง’ ที่ใช้รองรับสเตเบิลคอยน์

- เงื่อนไขและประเภท ‘ใบอนุญาตการออกเหรียญ’

- การแบ่ง ‘อำนาจกำกับ’ ระหว่างหน่วยงาน เช่น ธนาคารกลาง หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับสินค้าโภคภัณฑ์

เพราะผลประโยชน์ที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้ง ‘ภาคการเงินดั้งเดิม’ และ ‘อุตสาหกรรมคริปโต’ จึงยังหาจุดลงตัวไม่ได้ และความไม่เห็นพ้องนี้ยังส่งผลเข้าไปถึงการเจรจาภายในคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภา ทำให้การร่างถ้อยคำในกฎหมายยังไม่สามารถสรุปได้

‘CLARITY Act’ ถูกมองว่าเป็นร่างกฎหมายสำคัญที่จะให้ ‘ความชัดเจนเชิงกฎเกณฑ์’ แก่ตลาดคริปโตสหรัฐอย่างที่รอกันมานาน เป้าหมายหลักคือจัดระเบียบเรื่อง ‘สถานะทางกฎหมาย’ ของสินทรัพย์ดิจิทัล ว่าจะถูกจัดประเภทอย่างไร อยู่ใต้หน่วยงานกำกับใด และต้องปฏิบัติตามกติกาไหน รวมถึงกำหนดมาตรฐานการออก ‘สเตเบิลคอยน์’ และโครงสร้างตลาดที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจคริปโตเคยวิจารณ์มาตลอดว่าปัจจุบันในสหรัฐ มีกฎหมายหลายชุดซ้อนทับกัน ทั้งกฎหมายหลักทรัพย์ กฎสินค้าโภคภัณฑ์ และกฎธนาคาร ทำให้ ‘สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจ’ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การออกกฎหมายที่ชัดเจนจึงถูกคาดหวังว่าจะช่วยเร่งให้ตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ก้าวเข้าสู่กรอบการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเลื่อนพิจารณา CLARITY Act รอบนี้สะท้อนว่าการหาฉันทามติของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังคงเป็นเรื่องยาก หากกำหนดวันลงมติในคณะกรรมาธิการถูกเลื่อนออกไปจริง กำหนดการผ่านร่างกฎหมายทั้งฉบับในวุฒิสภาก็มีแนวโน้มขยับออกไปอีก

‘ความคิดเห็น’ ในตลาดมองว่า กรอบกฎหมายกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐ แม้จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่กว่าจะเปลี่ยนจาก ‘แนวคิดเชิงนโยบาย’ ไปสู่ ‘กฎหมายที่บังคับใช้จริง’ อาจต้องใช้เวลาอีกพอสมควร นักลงทุนในตลาดคริปโตอาจต้องจับตาทิศทางการเจรจาเรื่องสเตเบิลคอยน์อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์สุดท้ายของ CLARITY Act จะมีผลโดยตรงต่อโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งระบบในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1