สภาสูงสหรัฐผ่านข้อห้าม ‘ดิจิทัลดอลลาร์(CBDC)’ แบบรัฐบาลนำเป็นครั้งแรกด้วยเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรค โดยจำกัดไม่ให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด·Fed)ออก ‘สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง(CBDC)’ อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2030 แต่เพราะข้อห้ามนี้ถูกแนบมากับ ‘กฎหมายที่อยู่อาศัย’ ฉบับใหญ่ ทำให้ยังมีความเสี่ยงว่าร่างทั้งหมดอาจสะดุดหรือถูกแก้ไขในสภาล่าง
การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างที่วุฒิสภาอนุมัติร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย “21st Century ROAD to Housing Act” ความยาว 302 หน้า ด้วยคะแนน 89 ต่อ 10 โดยในตอนท้ายของร่างกฎหมายได้ใส่ข้อกำหนดห้ามเฟดออกและจัดตั้ง ‘CBDC’ หรือ ‘ดิจิทัลดอลลาร์’ จนถึงอย่างน้อยสิ้นปี 2030 พรรครีพับลิกันมอง ‘CBDC’ มานานว่าเป็น ‘สกุลเงินเพื่อการสอดส่อง’ ขณะที่สมาชิกบางส่วนทั้งจากเดโมแครตและรีพับลิกันก็เคยแสดงความกังวลด้านการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมาแล้ว
เนื้อหาข้อห้ามระบุชัดว่า เฟดจะไม่สามารถ “ออกโดยตรง หรือจัดตั้งโดยอ้อมผ่านสถาบันการเงินหรือตัวกลางอื่น ใด ๆ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มี ‘ลักษณะใกล้เคียงโดยเนื้อหา’ กับ CBDC” ได้ การใช้คำว่า ‘ใกล้เคียงโดยเนื้อหา’ ถูกตีความว่าเป็นการปิดทางไม่ให้เฟดเลี่ยงไปใช้โทเคนรูปแบบอื่นที่มีฟังก์ชันเหมือน ‘CBDC’ หรือ ‘ดิจิทัลดอลลาร์’ โดยพฤตินัย
โคดี คาร์โบน(Cody Carbone) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ‘หอการค้าดิจิทัล(Digital Chamber)’ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ความเป็นส่วนตัวทางการเงินคือรากฐานของเสรีภาพแบบอเมริกัน และการจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ‘สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง’ ควรเป็นอำนาจของสภาคองเกรสและประชาชนสหรัฐ” พร้อมเสริมว่า “วุฒิสภาได้ยืนยันอีกครั้งว่า นวัตกรรมดิจิทัลของสหรัฐต้องเดินหน้าโดย ‘ภาคเอกชน’ ภายใต้กรอบที่ปกป้องเสรีภาพของปัจเจก” ‘ความคิดเห็น’ หลายฝ่ายในตลาดมองว่า เมื่อ ‘สเตเบิลคอยน์’ และผลิตภัณฑ์ดอลลาร์ดิจิทัลที่ออกโดยเอกชนเริ่มแพร่หลาย การถกเถียงเรื่อง CBDC มีแนวโน้มถูกผลักให้เป็นกรอบ ‘รัฐออก vs นวัตกรรมเอกชน’ ชัดเจนยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ‘ตัวแปรสำคัญ’ คือสภาล่าง ที่เริ่มมีสัญญาณว่าสมาชิกจำนวนหนึ่งต้องการ ‘แก้เนื้อหา’ ของร่างจากวุฒิสภา โดยเฉพาะบทบัญญัติที่จำกัดการถือครองบ้านพักอาศัยในวงกว้างของ ‘กองทุนไพรเวตอีเควิตี้’ และนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นขัดแย้งหลัก ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่เดโมแครตบางส่วนผลักดันในมุม ‘เพิ่มซัพพลายและกดดันราคาที่อยู่อาศัย’ ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยแสดงท่าทีเห็นพ้องมาแล้วด้วย
แต่ล่าสุดมีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์ระบุในทำนองว่า “ตราบใดที่สภาคองเกรสยังไม่ส่งร่างกฎหมายที่บังคับให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแสดงบัตรประจำตัวและหลักฐานสัญชาติขณะลงคะแนนเสียงมาให้ ตนจะไม่ลงนามให้ร่างกฎหมายใด ๆ มีผลบังคับใช้” เมื่อการแก้กติกาเลือกตั้งถูกยกขึ้นมาเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของการลงนามกฎหมาย ทำให้ไม่ใช่แค่ร่าง ‘กฎหมายที่อยู่อาศัย’ เท่านั้นที่เผชิญความไม่แน่นอน แต่ร่างกฎหมายสำคัญอื่น ๆ ก็มีแนวโน้มเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด
ความไม่ชัดเจนนี้ยังอาจสะเทือนต่อการผลักดัน ‘ร่างกฎหมายกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Market Clarity Act)’ ซึ่งภาคคริปโตจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นกฎหมายด้านโครงสร้างตลาด ‘ความคิดเห็น’ ในวงการชี้ว่า แม้ข้อห้าม CBDC จะผ่านวุฒิสภาด้วยเสียงสองพรรค แต่หากร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยถูกแก้-ถูกคว่ำ หรือถูกดองในสภาล่าง เนื้อหาว่าด้วย ‘การห้าม CBDC’ ก็เสี่ยงต้องลอยตัวไปด้วย ส่งผลให้การต่อรองเชิงการเมืองเกี่ยวกับ ‘เส้นทางกฎหมาย CBDC’ ยังต้องยืดเยื้อต่อไปอีกระยะ
สรุปแล้ว การห้ามออก ‘ดิจิทัลดอลลาร์(CBDC)’ ระดับรัฐบาลกลางในสหรัฐ แม้จะผ่านด่านวุฒิสภาไปแล้ว แต่ผลลัพธ์จริงยังขึ้นอยู่กับสมการซับซ้อนของสภาล่างและท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้ตลาดคริปโตจำเป็นต้องคำนวณ ‘ความเสี่ยงด้านกฎหมาย’ ควบคู่ไปกับการประเมินอนาคตของ ‘CBDC’ และบทบาทของ ‘สเตเบิลคอยน์’ จากภาคเอกชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความคิดเห็น 0