Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ยุคใหม่เศรษฐกิจเอเยนต์ AI: คอยน์เบสดันโปรโตคอล x402–USDC ชนวีซา(Mastercard) ชิงตลาดชำระเงินจุลภาค

ยุคที่ ‘AI เอเยนต์’ ทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตเองได้ตั้งแต่เรียกใช้บริการจนถึง ‘จ่ายเงิน’ โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากมนุษย์ หรือผ่านเครือข่ายบัตรเครดิตอย่างวีซา(Visa) กำลังถูกพูดถึงอย่างจริงจังในวงการคริปโต แนวโน้มนี้ชี้ไปที่การเติบโตของ ‘การชำระเงินแบบจุลภาค’ มูลค่าต่ำมากแต่ความถี่สูง ที่อาจขยายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อผสานเข้ากับคริปโตและสเตเบิลคอยน์

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) โคอินเดสก์(CoinDesk) รายงานคำกล่าวของ ไบร언 อาร์มสตรอง(Brian Armstrong) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของคอยน์เบส(Coinbase) ที่ระบุว่า “อีกไม่นานจำนวน ‘AI เอเยนต์’ ที่ทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตจะมากกว่ามนุษย์” ขณะที่ จางเผิง เจ้า(Changpeng Zhao·CZ) ผู้ก่อตั้งไบแนนซ์(Binance) ประเมินแรงกว่านั้นว่า เอเยนต์เหล่านี้อาจทำ ‘จำนวนธุรกรรม’ มากกว่ามนุษย์ถึง 1,000,000 เท่า และธุรกรรมส่วนใหญ่มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นในรูปแบบ ‘คริปโต’ ทั้งสองมุมมองถูกเผยแพร่ในวันเดียวกันและถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางบนคริปโต X (เดิมชื่อทวิตเตอร์)

‘หัวใจ’ ของภาพใหญ่ที่ทั้งอาร์มสตรองและ CZ เห็นตรงกันคือ ‘โครงสร้างที่ไม่สมดุล’ ระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมกับโลกของคริปโต โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นหลักจะกลายเป็น ‘ซอฟต์แวร์’ ไม่ใช่ ‘บุคคล’

สำหรับ ‘AI เอเยนต์’ การเปิดบัญชีธนาคารแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะธนาคารต้องการข้อมูลยืนยันตัวตนแบบ KYC ที่อิงกับตัวตนจริง เอกสาร และการตรวจสอบด้านกำกับดูแลหลายชั้น โค้ดคอมพิวเตอร์ไม่สามารถผ่านเงื่อนไขเหล่านี้ได้ ในทางตรงกันข้าม ‘กระเป๋าคริปโต’ สามารถสร้างและเริ่มใช้งานได้ทันทีเพียงแค่มี ‘คีย์ส่วนตัว(Private key)’ ไม่ต้องรออนุมัติ ไม่ต้องส่งเอกสาร ไม่ต้องมีผู้ลงนาม ‘มนุษย์’ จุดนี้เองที่อาร์มสตรองมองว่าเป็น ‘ความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง’ ที่ทำให้ ‘กระเป๋าคริปโต’ อาจกลายเป็นอินฟราสำหรับเอเยนต์ได้โดยธรรมชาติ

แต่คำถามเรื่อง ‘เปิดกระเป๋าได้หรือไม่’ เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของโจทย์ อีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ‘ทำอย่างไรให้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์’ ในระดับธุรกรรมที่เล็กกว่าหนึ่งเซนต์ และเกิดขึ้นถี่ระดับมิลลิวินาที

‘AI เอเยนต์’ ไม่ได้ช็อปปิ้งเหมือนมนุษย์ แต่จะทำงานผ่านการเรียกใช้บริการจำนวนมากภายในหนึ่งเซสชัน เช่น เรียกใช้ API เฉพาะทางหลายสิบตัวต่อหนึ่งงาน ตั้งแต่วิเคราะห์ข้อมูล, ใช้ GPU ประมวลผล, ดึงฟีดข้อมูลเรียลไทม์, สแกนเว็บ, แปลภาษา ไปจนถึงกระจายงานให้ ‘เอเยนต์ย่อย’ ตัวอื่น การเรียกหนึ่งครั้งอาจมีต้นทุนเพียง ‘0.กี่เซนต์’ เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น เอเยนต์ตัวหนึ่งอาจจ่ายค่าบริการดังนี้

- ตรวจสอบทวีตผ่าน API: 0.002 ดอลลาร์ (ประมาณ 3 บาท)

- เรียกดูข้อมูลออนเชน: 0.004 ดอลลาร์ (ประมาณ 6 บาท)

- ตรวจสอบไขว้ข่าวประชาสัมพันธ์: 0.001 ดอลลาร์ (ประมาณ 1 บาท)

- สอบถามโมเดลสำหรับโปรโตคอลการชำระเงิน: 0.003 ดอลลาร์ (ประมาณ 4 บาท)

เมื่อรวม 6 ธุรกรรมเข้าด้วยกัน ยอดรวมยังไม่ถึง 0.02 ดอลลาร์ (ประมาณ 30 บาท) ระดับนี้เองที่ระบบบัตรเครดิตแบบเดิม เช่น วีซา และมาสเตอร์การ์ด(Mastercard) ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับ โดยเฉพาะเมื่อผู้ให้บริการอย่างสไตรป์(Stripe) มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อหนึ่งธุรกรรมราว 0.30 ดอลลาร์ (ประมาณ 450 บาท) ทันทีที่นำธุรกรรมมูลค่าต่ำเช่นนี้ไหลเข้าเครือข่ายบัตร ค่าธรรมเนียมจะสูงกว่ามูลค่าที่จ่ายจริงหลายเท่า ทำให้ ‘ไม่คุ้มในเชิงเศรษฐกิจ’ โดยสิ้นเชิง

หากขยายไปถึงงานต่อเนื่องอย่าง ‘SEO’, ตรวจสอบการคัดลอกผลงาน, จัดรูปแบบบทความใน CMS และงานสนับสนุนอื่นที่กระจายให้เอเยนต์ย่อยจัดการ ‘ทราฟฟิกของการชำระเงินจุลภาค’ จะยิ่งแน่นขึ้นไปอีก การใช้เลเยอร์บัตรเครดิตจึงดูแทบเป็นไปไม่ได้

ในบริบทนี้ โปรโตคอลชำระเงินแบบเปิดของคอยน์เบสที่ชื่อ ‘x402’ ถูกจับตามองมากขึ้น ‘x402’ ถูกออกแบบมาเพื่อฝังการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์อย่าง ‘USDC’ ลงไปใน ‘คำขอ HTTP’ โดยตรง เมื่อ AI เอเยนต์เจอเพย์วอลล์หรือ API แบบคิดค่าบริการ ก็สามารถส่ง USDC เพื่อชำระเงินและดำเนินคำขอภายในอินเทอร์แอ็กชันเดียวกันได้เลย จุดมุ่งหมายคือให้ ‘การชำระเงินระหว่างเครื่องจักรต่อเครื่องจักร(machine-to-machine)’ เกิดขึ้นอย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องให้คนเข้ามายืนยันหรือกดจ่ายเอง

ระบบนิเวศรอบตัวโปรโตคอลนี้ก็เริ่มขยับตาม ผู้เล่นอย่าง คลาวด์แฟลร์(Cloudflare), เซอร์เคิล(Circle), อะเมซอนเว็บเซอร์วิส(AWS), สไตรป์ ต่างประกาศสนับสนุน ‘x402’ ขณะเดียวกัน มาตรฐานการชำระเงินสำหรับเอเยนต์แบบเปิดของกูเกิล(Google) ก็ถูกรายงานว่ารองรับ ‘x402’ เป็นหนึ่งในเลเยอร์การคิดเงินและการชำระเงินด้วย

ภาคธุรกิจที่มี ‘การแลกเปลี่ยนข้อมูล(Data exchange)’ ความถี่สูงและมูลค่าต่อครั้งต่ำ ถูกมองว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักหากเทรนด์นี้เกิดขึ้นจริง

ใน ‘การแพทย์’ เอเยนต์ประมวลผลเคลมประกันอาจเรียกใช้ API เวชระเบียนโดยจ่ายค่าดึงข้อมูล ‘รายเอกสาร’

ใน ‘โลจิสติกส์’ เอเยนต์ของฝ่ายจัดซื้ออาจเปิดประมูลค่าขนส่งและพื้นที่ว่างกับผู้ให้บริการหลายรายแบบเรียลไทม์ และชำระเงินทันทีเมื่อมีผู้ชนะการประมูล

สำหรับ ‘สื่อ’ มีไอเดียว่า AI ครอว์เลอร์จ่ายค่าดึงคอนเทนต์เป็นรายบทความหรือรายอินเด็กซ์ แทนการทำสัญญาลิขสิทธิ์แบบเหมาจ่ายก้อนใหญ่

ใน ‘การเงิน’ เอเยนต์เทรดอัตโนมัติอาจซื้อสัญญาณความเสี่ยงหรือข้อมูลตลาดย่อยๆ ที่ระดับ ‘0.กี่เซนต์’ ต่อชุดข้อมูลได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ดี ภาพฝันเรื่อง ‘เศรษฐกิจของเอเยนต์’ ผ่านการจ่ายด้วยสเตเบิลคอยน์อาจยังเดินนำ ‘ดีมานด์จริง’ อยู่พอสมควร โคอินเดสก์อ้างข้อมูลว่าปัจจุบัน ‘x402’ ประมวลผลธุรกรรมในแต่ละวันราว 28,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.2 ล้านบาท) ขณะที่บริษัทวิเคราะห์ออนเชนอย่าง อาร์เทมิส(Artemis) ประเมินว่าประมาณ ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของธุรกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นการค้าจริง แต่จัดอยู่ในหมวด ‘กิจกรรมเชิงทดลองหรือจำลอง’ สะท้อนว่าสภาพแวดล้อมของร้านค้าและผู้ให้บริการที่ใช้โปรโตคอลนี้ยังมีจำนวนจำกัด

ฝั่งการเงินดั้งเดิมเองก็เริ่มตอบโต้ชัดเจนขึ้น เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม (เวลาท้องถิ่น) มีรายงานว่า วีซาเปิดตัวโปรโตคอล ‘ทรัสต์เต็ด เอเยนต์ โปรโตคอล(Trusted Agent Protocol)’ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อรองรับการชำระเงินโดยเอเยนต์บนเลเยอร์บัตรปัจจุบันผ่านการยืนยันเชิงคริปโทกราฟี ส่วนมาสเตอร์การ์ดก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยเพิ่งทดสอบ ‘การชำระเงินผ่านธนาคารด้วย AI เอเยนต์’ บนอินฟราสตรัคเชอร์ที่ถูกกำกับดูแลของซานตันแดร์(Santander) ในยุโรปได้สำเร็จ แนวทางหลักคือใช้ ‘รางบัตรเก่า’ แต่ครอบทับด้วยกลไกยืนยันและความปลอดภัยแบบใหม่

"ความคิดเห็น" มีมุมมองในตลาดว่าภูมิทัศน์การชำระเงินอาจ ‘แยกทางกันอย่างถาวร’ ระหว่าง

- ฝั่งธุรกรรมที่ถูกกำกับเต็มรูปแบบ เช่น ค้าปลีกทั่วไปและการใช้จ่ายผู้บริโภค ที่ยังคงอยู่บน ‘รางบัตรเครดิตและธนาคาร’

กับ

- ฝั่ง ‘การชำระเงินระหว่างเครื่องจักร’ เช่น เอเยนต์จ้างเอเยนต์, จ่ายต่อการเรียกใช้ API, ซื้อทรัพยากรคอมพิวต์ตามต้องการ ที่มีแนวโน้มจะย้ายไปอยู่บน ‘สเตเบิลคอยน์และคริปโต’

สิ่งที่ทั่วทั้งอุตสาหกรรมกำลังจับตาคือ ‘ตลาดไหนจะโตเร็วกว่ากัน’ ระหว่างโลกการชำระเงินแบบดั้งเดิมที่ถูกกำกับดูแลเข้มข้น กับเศรษฐกิจใหม่ที่เอเยนต์ AI กลายเป็นผู้เล่นหลัก และ ‘คริปโต’ คือโครงสร้างพื้นฐานการจ่ายเงินในเบื้องหลัง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1