บีเทนเซอร์(TAO) พุ่งขึ้นราว 46% ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ขึ้นไปเคลื่อนไหวแถว ‘277ดอลลาร์’ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากโมเดล ‘AI ขนาดใหญ่’ ที่ถูกนำมารัน ‘บนเชนจริง’ ในนาม ‘โคเวแนนท์-72B’ ซึ่งกลายเป็นตัวจุดชนวนความต้องการใช้เครือข่ายแบบ ‘ใช้งานจริง’ ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร
บีเทนเซอร์ได้ประกาศว่าประสบความสำเร็จในการดีพลอยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ระดับ 72,000 ล้านพารามิเตอร์ภายใต้ชื่อ ‘โคเวแนนท์-72B’ บนซับเน็ต3 สิ่งที่ตลาดให้ความสนใจคือ โมเดลนี้ไม่ได้อยู่แค่ในแผนโรดแมปหรือเอกสารไวต์เปเปอร์ แต่เป็นโมเดลประมวลผลสมรรถนะสูงที่ ‘ทำงานจริงบนบล็อกเชน’ ซึ่งช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของเครือข่าย
แรงกระเพื่อมจากการเปิดใช้งานโมเดลขนาดใหญ่สะท้อนเข้ามาที่ราคาอย่างรวดเร็ว โทเคนของซับเน็ต3 อย่าง ‘เทมพลาร์(τemplar)’ ปรับตัวพุ่งขึ้นราว 194% ภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าในระบบนิเวศของบีเทนเซอร์ การที่ซับเน็ตมีประสิทธิภาพสูงและมี ‘งานจริง’ จะยิ่งดึงดูดเงินทุนและสภาพคล่องเข้าสู่เครือข่าย เกิดเป็น ‘วงจรป้อนกลับ’ ที่เชื่อมระหว่างสมรรถนะโมเดล การสเตก และมูลค่าโทเคน
การรันโมเดลขนาด 72,000 ล้านพารามิเตอร์ ต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลและ ‘สเตกกิ้ง’ ในระดับที่สูงขึ้นตามไปด้วย ความต้องการใช้บีเทนเซอร์(TAO) จึงเพิ่มขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า TAO กำลังเลื่อนสถานะจาก ‘โทเคนกำกับดูแล’ ทั่วไป ไปสู่การเป็น ‘สินทรัพย์ที่หนุนหลังโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล’ ของเครือข่าย AI แบบออนเชน
ด้านสภาพคล่องก็สะท้อนภาพเดียวกัน อัตราส่วนปริมาณการซื้อขายต่อมูลค่าตลาดของบีเทนเซอร์อยู่ที่ราว 17–19% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 254 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,815 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นของราคาไม่ได้เกิดจาก ‘สภาพคล่องบาง’ แต่มี ‘การเข้าร่วมของตลาดจริง’ รองรับอยู่เบื้องหลัง
‘ความคิดเห็น’ ปรากฏการณ์ที่โทเคนของซับเน็ตหรือแอปพลิเคชันเลเยอร์ ปรับตัวขึ้นแรงกว่าโทเคนเมนเชน มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของช่วงขยายตัวในระดับ ‘เลเยอร์แอปพลิเคชัน’ ซึ่งในกรณีของบีเทนเซอร์ก็สอดคล้องกับการที่โมเดล AI ขนาดใหญ่เริ่มถูกนำมาใช้งานจริงบนซับเน็ต
ขณะนี้ บีเทนเซอร์(TAO) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ ‘277ดอลลาร์’ ใกล้โซนแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่ ‘300ดอลลาร์’ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่า ตราบใดที่แนวรับแถว 250ดอลลาร์ยังยืนได้ โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นถึงกลางยังถือว่าไม่เสียหาย
จากการปรับตัวขึ้นรอบล่าสุด ทำให้แรงขายทำกำไรระยะสั้นจำนวนมากถูกระบายออกไปแล้ว ขณะที่สถานะ ‘มูลค่าเปิดสถานะสัญญา(OI)’ ในตลาดอนุพันธ์เริ่มขยับเพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่านักเทรดกำลังวางเดิมพันต่อเนื่องในทิศทางขาขึ้นของบีเทนเซอร์(TAO)
ในเชิงเทคนิค ภาพ ‘ขาขึ้น’ จะชัดเจนขึ้นหากราคาสามารถทะลุและปิด ‘แท่งเทียนรายวัน’ เหนือระดับ 300ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ซึ่งจะเปิดเป้าหมายถัดไปบริเวณ 350ดอลลาร์ ปัจจัยด้าน ‘สตอรี’ อย่างกระแสคาดหวังการอนุมัติ ETF ของเกรย์สเกล(Grayscale) ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์กลุ่ม AI ก็ช่วยเสริมแรงเชิงบวกให้กับบีเทนเซอร์(TAO) เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี เพื่อให้โมเมนตัมขาขึ้นยืนระยะได้ ตลาดคาดว่าปริมาณการซื้อขายรายวันควรยืนเหนือโซน ‘250 ล้านดอลลาร์’ อย่างต่อเนื่อง
ในอีกด้าน หากราคาถูกกดไม่ให้ผ่านแนวต้าน 300ดอลลาร์ ซีนาริโอ ‘ย่อตัวปรับฐาน’ กลับสู่โซน 240ดอลลาร์ก็ยังคงต้องจับตา โดยเฉพาะในกรณีที่ภาพฟื้นตัวของตลาดอัลท์คอยน์โดยรวมเริ่มอ่อนแรง มีโอกาสที่บีเทนเซอร์(TAO) จะเข้าสู่ช่วง ‘แกว่งตัวออกด้านข้าง’ มากกว่าทำจุดสูงใหม่ทันที ระดับ 265ดอลลาร์จึงถูกจับตามองเป็น ‘จุดชี้เป็นชี้ตาย’ ของแนวโน้มระยะสั้น
การพุ่งขึ้นของบีเทนเซอร์(TAO) รอบนี้ จึงไม่ได้ถูกมองแค่ในมุมของการ ‘รีบาวนด์เชิงเก็งกำไร’ แต่สะท้อนการที่ ‘มูลค่าภายในของโครงสร้างพื้นฐาน AI บนออนเชน’ ถูกสะท้อนเข้ามาในราคาอย่างเป็นรูปธรรม คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ บีเทนเซอร์(TAO) จะสามารถยืนระยะในฐานะ ‘สินทรัพย์ที่มีดีมานด์ใช้งานจริง’ ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาและบทบาทของเครือข่ายในตลาดคริปโตสาย AI ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0