รัฐบาลอังกฤษประกาศสั่งห้าม ‘คริปโตเป็นเงินบริจาคทางการเมือง’ แบบเต็มรูปแบบ ปิดช่องทางการไหลเข้าของเงินดิจิทัลในระบบการเมืองทันที โดยให้เหตุผลเรื่อง ‘ช่องโหว่กฎระเบียบ’ และ ‘ข้อจำกัดด้านการติดตามตัวตน’ ของผู้บริจาคผ่านคริปโต
เมื่อวันพุธ(เวลาท้องถิ่น) เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศระงับการรับบริจาคเป็นคริปโตจากทุกพรรคการเมืองทันที หลังรัฐบาลได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์ความยาว 50 หน้า ที่เรียกว่า ‘รายงานไลค์ครอฟท์’ ซึ่งจัดทำโดย ฟิลิป ไลค์ครอฟท์ อดีตข้าราชการระดับสูง รัฐบาลเตรียมผลักดันให้มาตรการนี้ถูกบรรจุในกฎหมายผ่านการแก้ไข ‘กฎหมายผู้แทนราษฎร’ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในสภา โดยจะมีผลย้อนหลังนับจากวันที่ประกาศ
‘คริปโต’ ติดตามยาก กลายเป็นจุดอ่อนของระบบเงินการเมือง
รายงานชี้ว่า กฎเกณฑ์ด้านคริปโตในระดับนานาชาติยังห่างไกลจากคำว่าเข้มงวด และการระบุตัว ‘เจ้าของที่แท้จริง’ ของสินทรัพย์ดิจิทัลทำได้ยากมาก ยิ่งเมื่อผสาน ‘คริปโต’ เข้ากับเทคโนโลยี AI ในการแบ่งธุรกรรม ก็ยิ่งสามารถแตกยอดเงินบริจาคให้ต่ำกว่าระดับที่ต้องรายงานคือ 500 ปอนด์ต่อครั้ง ทำให้ซ่อนแหล่งที่มาของเงินบริจาคได้แทบสมบูรณ์
แม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่มีกรณีเงินบริจาคเป็นคริปโตที่เกินเกณฑ์ต้องรายงานอย่างเป็นทางการ แต่รายงานมองว่านี่เป็นสัญญาณว่าระบบกำกับดูแล “แทบตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย” คณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ยอมรับว่ายังไม่สามารถติดตามเส้นทางเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตได้อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ถูกออกแบบให้เป็นเพียง ‘การระงับชั่วคราว’ ไม่ใช่ ‘การแบนถาวร’ หากในอนาคตโครงสร้างกำกับดูแลด้านคริปโตพัฒนาไปไกลพอ รัฐบาล สภา และคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจพิจารณายกเลิกคำสั่งห้ามนี้ได้ในภายหลัง ขณะเดียวกัน การบริจาคที่แปลงคริปโตเป็นเงินสกุลปกติ (fiat) ก่อน แล้วจึงนำมาบริจาคต่อ ยังถือว่า ‘ถูกกฎหมาย’ ตามกฎใหม่
เล็งเป้าตรง ‘รีฟอร์มยูเค’ พรรคเดียวที่รับบิตคอยน์
มาตรการห้ามรับ ‘คริปโต’ ทางการเมืองครั้งนี้ ถูกมองว่าพุ่งเป้าไปที่พรรครีฟอร์มยูเค รีฟอร์มยูเคเป็นพรรคการเมืองหลักเพียงพรรคเดียวในอังกฤษที่เปิดรับเงินบริจาคเป็นบิตคอยน์(BTC) อย่างเป็นทางการ
หนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่คือ คริสโตเฟอร์ ฮาร์วอน นักลงทุนเท더(USDT) ที่ถูกเปิดเผยว่าในรอบปีที่ผ่านมา เขาบริจาคเงินให้พรรครีฟอร์มยูเคเป็นมูลค่ารวมราว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 180 ล้านบาท) โดยในจำนวนนี้ 9 ล้านปอนด์เป็นการบริจาคครั้งเดียว ‘ก้อนใหญ่’ ปัญหาคือ พรรคไม่ได้เปิดเผยที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัลต่อสาธารณะ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินเหล่านี้ได้
สตาร์เมอร์ใช้โอกาสอภิปรายในสภาโจมตี ไนเจล ฟาราจ ผู้นำรีฟอร์มยูเค แบบตรง ๆ โดยกล่าวว่า “มีผู้นำทางการเมืองเพียงคนเดียวในสหราชอาณาจักรที่พร้อมจะพูดอะไรก็ได้ ถ้าคุณยอมจ่าย” หลังคำพูดดังกล่าว สมาชิกพรรครีฟอร์มยูเคจำนวนมากตอบโต้ด้วยการลุกออกจากห้องประชุม
ปิดประตูต่างชาติแทรกแซง–กวาดล้างช่องโหว่ ‘เงินการเมือง’
คำสั่งห้ามคริปโตเป็นเพียงหนึ่งใน 17 ข้อเสนอแนะหลักของรายงานไลค์ครอฟท์ รายงานเตือนว่าความพยายามของต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย จีน และอิหร่าน ในการแทรกแซงการเมืองอังกฤษมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น ‘คริปโต’ และโครงสร้างการเงินซับซ้อนได้กลายเป็นอาวุธใหม่ของสงครามข้อมูลและอิทธิพลทางการเมือง
รายงานยกเหตุกรณีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ เนย์ทัน กิลล์ อดีตหัวหน้าพรรครีฟอร์มยูเคในเวลส์ ถูกศาลตัดสินจำคุกมากกว่า 10 ปี ฐานรับเงินจากรัสเซีย เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสำคัญว่าระบบปัจจุบันเปิดช่องให้ทุนต่างชาติไหลเข้ามามีบทบาทในการเมืองได้ง่ายเกินไป
นอกจากแบนคริปโต รัฐบาลยังออกมาตรการจำกัดการบริจาคจากชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่นอกประเทศไม่ให้เกิน 100,000 ปอนด์ต่อปี พร้อมทั้งเสนอมาตรการให้ ‘การบริจาคจากนิติบุคคล’ ต้องอยู่ในขอบเขต ‘กำไรที่ต้องเสียภาษี’ เท่านั้น เพื่อตัดช่องทางที่ต่างชาติใช้บริษัทอังกฤษเป็นท่อส่งเงินเข้าสู่ระบบการเมืองอังกฤษอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ
รายงานยังชี้ว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ข้อมูลเท็จ (disinformation) และกองทัพบอต กลายเป็น ‘เครื่องมือแทรกแซงการเมือง’ ที่ต้นทุนต่ำแต่ได้ผลสูง โดยไม่เพียงแต่รัฐบาลเผด็จการเท่านั้น แม้แต่บุคคลและองค์กรในประเทศพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ก็อาจเข้ามามีบทบาทแทรกแซงการเมืองของกันและกันมากขึ้นในอนาคต
คำสั่งแบนคริปโตในสนามการเมืองของอังกฤษครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าความขัดแย้งระหว่าง ‘โลกคริปโต’ กับ ‘ระบบเงินการเมืองดั้งเดิม’ กำลังก้าวสู่จุดปะทะอย่างเป็นรูปธรรม คริปโตที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสุญญากาศทางกฎระเบียบ กำลังถูกมองใหม่ในฐานะ ‘ตัวแปรความเสี่ยง’ ต่อความมั่นคงของระบบการเมือง และมีแนวโน้มอย่างมากที่จะกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ ทบทวนท่าทีและนโยบายต่อ ‘คริปโต’ ในฐานะช่องทางเงินการเมืองในไม่ช้า
ความคิดเห็น 0