Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

กูเกิล(GOOGL) เร่งอัปเกรดเข้ารหัสทนทานต่อควอนตัมภายในปี 2029 สะเทือนบิตคอยน์(BTC)-อีเธอเรียม(ETH)

กูเกิล(GOOGL) ตั้งเป้าจะเปลี่ยนระบบเข้ารหัสทั้งหมดไปใช้ ‘คำ’‘การเข้ารหัสทนทานต่อควอนตัม (PQC, Post‑Quantum Cryptography)’ ให้เสร็จภายในปี 2029 โดยมองว่าพัฒนาการของ ‘คำ’‘คอมพิวเตอร์ควอนตัม’ อาจกลายเป็นภัยคุกคามเชิงปฏิบัติต่อระบบเข้ารหัสปัจจุบัน รวมถึงเครือข่ายคริปโตหลักอย่าง บิตคอยน์(BTC) และ อีเธอเรียม(ETH) ด้วย

เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) กูเกิลเผยแพร่บล็อกโพสต์ระบุไทม์ไลน์ใหม่ของการเปลี่ยนผ่านสู่ PQC พร้อมชี้ถึง ‘คำ’ความเสี่ยงหลัก 2 ด้านเป็นเหตุผลสำคัญ ข้อแรกคือรูปแบบโจมตีแบบ ‘เก็บไว้ก่อน แคร็กทีหลัง (store‑now‑decrypt‑later)’ ผู้โจมตีจะดักเก็บข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสในวันนี้ไว้ก่อน แล้วรอให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังประมวลผลสูงมากพอในอนาคต เพื่อนำมาถอดรหัสย้อนหลัง ข้อที่สองคือ ‘คำ’ความเสี่ยงที่ระบบลายเซ็นดิจิทัล (digital signature) ซึ่งใช้ยืนยันตัวตนและความถูกต้องของธุรกรรม อาจถูกทำให้ใช้การไม่ได้ในระยะยาว

‘คำ’บิตคอยน์·อีเธอเรียม เผชิญแรงท้าทายเชิงโครงสร้างความปลอดภัย

กูเกิลระบุชัดว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะกลายเป็น ‘คำ’‘ภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญ (significant threat)’ ต่อมาตรฐานการเข้ารหัสแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอัลกอริทึมที่ใช้ ‘กุญแจสาธารณะ (public key)’ และ ‘ลายเซ็นดิจิทัล’ เป็นแกนกลาง ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับที่ใช้ในเครือข่ายคริปโตหลัก ปัจจุบันบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ต่างก็พึ่งพากลไกเหล่านี้ในการปกป้องทรัพย์สินและยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชน

ในตลาดคริปโต ขณะนี้กำลังมีถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องว่าจะรับมืออย่างไรกับ ‘คำ’ภัยควอนตัม บางฝ่ายสนับสนุนให้ค่อยๆ ย้ายไปใช้ ‘ลายเซ็นทนทานต่อควอนตัม (quantum‑resistant signatures)’ แบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่อีกฝ่ายกังวลว่าการเปลี่ยนโครงสร้างการลงนามอาจกระทบต่อ ‘หลักการพื้นฐาน’ ของบิตคอยน์ ที่ยึดแนวคิดว่า ‘กุญแจส่วนตัวคือผู้คุมอำนาจเหนือสินทรัพย์’ อย่างเด็ดขาด

นักลงทุนคริปโต นิค คาร์เตอร์(Nic Carter) มองว่าบิตคอยน์ยังมี ‘พื้นที่สำหรับการอัปเกรด’ โดยให้ความเห็นว่า “บิตคอยน์สามารถอัปเดตโปรโตคอลและย้ายที่อยู่ (address) จำนวนหลายสิบล้านรายการไปยังโครงสร้างที่ปลอดภัยกว่าได้ภายในไม่กี่ปี ตราบใดที่เครือข่ายสามารถบรรลุฉันทามติร่วมกันได้” ด้าน วิตาลิก บูเทริน(Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม ก็ได้เผย ‘โรดแมปรับมือควอนตัม’ ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วางแนวทางเชิงเทคนิคสำหรับการนำลายเซ็นแบบทนทานต่อควอนตัมมาใช้ในระบบ

“ความเสี่ยงเป็นเรื่องจริง แต่ยังมีเวลาเตรียมตัว”

แม้ประเด็น ‘คำ’ภัยคุกคามจากควอนตัมจะเริ่มถูกพูดถึงถี่ขึ้น แต่มุมมองของผู้เชี่ยวชาญยังแตกต่างกันอยู่พอสมควร อเล็กซ์ ธอร์น(Alex Thorn) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของกัลแลกซี ดิจิทัล(Galaxy Digital) ระบุว่า “ความเสี่ยงนั้น ‘เป็นจริง’ แต่ก็เป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้แล้วระดับหนึ่ง” เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่ ‘ทุกกระเป๋าเงิน (wallet)’ จะเปราะบางเท่ากัน ความเสี่ยงจะสูงขึ้นอย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อ ‘คำ’กุญแจสาธารณะถูกเปิดเผยบนเชน (on‑chain) แล้วเท่านั้น

ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) จากสตราทีจี(Strategy) ให้ความเห็นเชิงระบบว่า หาก ‘ภัยควอนตัม’ เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อใด “เราจะได้เห็นการอัปเกรดซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ทั้งในระบบการเงินดั้งเดิม อินเทอร์เน็ต และโปรโตคอลคริปโตแทบทุกตัว”

ฝั่งอาร์ก อินเวสต์(ARK Invest) ก็ประเมินสถานการณ์ในรายงานล่าสุด โดยระบุว่าปัจจุบัน ‘คำ’คอมพิวเตอร์ควอนตัมยัง “ไม่ถึงระดับที่จะ ‘แฮ็กบิตคอยน์’ ได้จริง” และคาดว่าการบรรลุ ‘จุดเปลี่ยนเชิงเทคนิค’ ยังต้องใช้เวลาอีก “หลายปีถึงหลายสิบปี” รายงานยังเน้นว่า การเติบโตของเทคโนโลยีควอนตัมจะเป็น “กระบวนการค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เหตุการณ์ฉับพลันแบบ ‘Q Day’ ที่ทุกอย่างพังทลายลงในวันเดียว”

‘คำ’กูเกิลเร่งกระบวนการ เปลี่ยนผ่านให้เร็วกว่าตลาด

แม้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่ายังมีเวลา แต่กูเกิลย้ำว่าการเตรียมรับมือควรเริ่ม ‘เชิงรุก’ ตั้งแต่ตอนนี้ บริษัทชี้ว่าความก้าวหน้าในฮาร์ดแวร์ควอนตัม เทคนิคแก้ไขข้อผิดพลาด (error correction) และประสิทธิภาพของอัลกอริทึมสำหรับการแยกตัวประกอบ (factorization) กำลังเร่งตัวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การวางแผนเปลี่ยนระบบเข้ารหัสต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

‘ความคิดเห็น’ หากมองจากมุมระบบการเงินดิจิทัล การตั้งกรอบเวลา PQC ถึงปี 2029 ของกูเกิล เป็นสัญญาณชัดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มมอง ‘ภัยควอนตัม’ เป็นปัญหาระดับยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ประเด็นวิชาการ การเปลี่ยนมาตรฐานเข้ารหัสในโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตย่อมส่งแรงสะเทือนมาถึงเครือข่ายคริปโตที่ใช้มาตรฐานเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ท้ายที่สุด ‘คำ’แกนกลางของเรื่องนี้คือ “เวลา” แม้อันตรายจากควอนตัมจะยังไม่อยู่ในระดับเร่งด่วน แต่การปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมการเข้ารหัสทั้งระบบต้องใช้ระยะเตรียมการยาวนาน ทั้งในมุมเทคนิค มาตรฐานอุตสาหกรรม และฉันทามติของชุมชนคริปโต นั่นทำให้ทั้งบริษัทยักษ์ด้านเทคโนโลยีและผู้พัฒนาโปรโตคอลคริปโตชั้นนำ เริ่มเร่งเดินเกมเชิงป้องกัน เพื่อให้พร้อมรับวันที่ ‘คำ’คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถท้าทายระบบความปลอดภัยดิจิทัลแบบเดิมได้จริงในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1