ตลาดคริปโต ‘เหรียญมีม’ ขยับตัวแรงอีกครั้งตามกระแสข่าวภายนอก หลังเกิดกรณีอีเมลของ แคช พาเทล(Kash Patel) ถูกแฮ็กและเผยแพร่บนโลกออนไลน์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดมา มีการสร้างโทเคนจำนวนมากบนแพลตฟอร์ม ‘Pump.fun’ ภายใต้ชื่อที่เกี่ยวข้องกับ ‘spiderkash’ สะท้อนบรรยากาศเก็งกำไรระยะสั้นที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในตลาดมีมโทเคน
กระแสดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่านเจาะบัญชีจีเมลของพาเทล โดยเมื่อวันที่ 28 (เวลาท้องถิ่น) มีการปล่อยข้อมูลอีเมลมากกว่า 300 ฉบับ พร้อมรูปถ่ายส่วนตัวและประวัติการทำงาน ขณะเดียวกันก็ปรากฏชื่อผู้ใช้งาน ‘spiderkash’ ควบคู่กัน โดยมีการชี้ว่าเป็นสตริงเดียวกับบัญชีในเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ ทำให้คำดังกล่าวถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ‘spiderkash’ เป็นบัญชีของพาเทลจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แค่การที่ตัวอักษรตรงกันก็เพียงพอที่จะกลายเป็น ‘มีม’ บนอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยภาพและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘spiderkash’ ถูกแชร์บนแพลตฟอร์ม X (เดิมชื่อทวิตเตอร์) และกวาดยอดเข้าชมไปแล้วหลายล้านครั้ง
‘ความคิดเห็น’ กรณีนี้ตอกย้ำว่าตลาดคริปโตมีมพร้อมจะหยิบทุกประเด็นดราม่าในโลกจริงมาหั่นขายเป็นโทเคนแทบจะทันทีที่กระแสเริ่มติด
ในช่วงเวลาหลังข้อมูลหลุดไม่นาน แพลตฟอร์มออกเหรียญมีม Pump.fun กลายเป็นสนามทดลองของกระแส ‘spiderkash’ มีผู้สร้างโทเคนที่นำคำนี้ไปใช้ในชื่อเป็นจำนวนหลายสิบเหรียญ บางเหรียญถึงขั้นนำอีเมลที่ถูกแฮ็กของพาเทลมาตั้งเป็นชื่อโทเคนแบบตรงๆ
โทเคนหนึ่งในกลุ่มดังกล่าวพุ่งขึ้นทันทีภายใน 1 นาทีหลังการเปิดตัว ก่อนจะร่วงลงถึง 87% ภายในเวลาเพียง 5 นาที จนแทบไม่เหลือมูลค่า ขณะที่โทเคนที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในบรรดากลุ่มนี้ เคยพุ่งขึ้นไปแตะมาร์เก็ตแคปประมาณ 104,000 ดอลลาร์ (ราว 15.7 ล้านบาท) ภายในไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะร่วงลง 70% จากจุดสูงสุดในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และลดลงถึง 87% ภายใน 12 ชั่วโมง
อีกโทเคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘Mayhem’ เคยไต่ขึ้นไปถึงราว 5,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.3 แสนบาท) แต่ถูกเทขายอย่างหนักจนราคาทรุดลง 85% เหลือเพียงประมาณ 818 ดอลลาร์ในไม่กี่วินาที หลังจากนั้นก็แทบไม่มีการฟื้นตัวและถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการดูแลสภาพคล่องเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีกระเป๋าเงินบางใบทำการสร้างและกระจายโทเคนที่เกี่ยวข้องกับ ‘spiderkash’ ถึง 4 เหรียญในช่วงเวลาเดียวกัน แต่กลับแทบไม่มีการเทรดจริงตามมา เหลือไว้เพียงกราฟราคาที่เหวี่ยงอย่างรุนแรง ก่อนจะร่วงลงต่ำกว่าจุดเข้าซื้อของนักเก็งกำไรส่วนใหญ่ โทเคนส่วนมากในคลัสเตอร์นี้ร่วงลงมากกว่า 90% จากระดับราคาสูงสุดไปแล้ว
‘ความคิดเห็น’ พฤติกรรมลักษณะนี้สะท้อนโครงสร้างตลาดมีมโทเคนที่เน้น “ออกก่อน ขายก่อน” มากกว่าการสร้างมูลค่าจริง ผู้ที่เข้าตามกระแสมักเข้ามาในช่วงปลายของรอบเก็งกำไร จึงมีโอกาสสูงที่จะติดดอยจากราคาร่วงแรงในเวลาอันสั้น
กรณี ‘spiderkash’ ยังตอกย้ำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเหรียญมีม จากข้อมูลการวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า อัตราความสำเร็จของมีมโทเคนที่สร้างบนแพลตฟอร์ม Pump.fun ในระดับที่ “มีนัยสำคัญ” มีเพียงราว 0.002% เท่านั้น หรือคิดง่ายๆ คือในโทเคน 50,000 เหรียญ จะมีเพียงประมาณ 1 เหรียญเท่านั้นที่พอจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ
แม้เหตุการณ์หรือดราม่าภายนอกจะสามารถจุดประกายให้เกิดการสร้างโทเคนใหม่อย่างรวดเร็ว และดึงดูดสายตานักลงทุนระยะสั้นได้ แต่โครงสร้างเช่นนี้มักขาดทั้ง ‘สภาพคล่อง’ และ ‘ความยั่งยืน’ ทำให้รูปแบบราคาส่วนใหญ่กลายเป็นแพตเทิร์นเดิม คือ ราคาพุ่งในช่วงแรกจากแรงเก็งกำไร ก่อนจะถูกเทขายจนทรุดลงอย่างรวดเร็วเมื่อกระแสเริ่มซา
ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังเคสนี้ถูกระบุว่ามีประวัติเล่นงานพาเทลมาก่อนแล้ว โดยในเดือนธันวาคม 2024 เคยโจมตีเป้าหมายเดียวกันมาแล้วหนึ่งครั้ง รอบล่าสุดพวกเขาอ้างว่าการแฮ็กครั้งนี้เป็นการตอบโต้ หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกายึดเว็บไซต์ของกลุ่มไปก่อนหน้านี้
เหตุการณ์อีเมลของแคช พาเทล ที่ลุกลามกลายเป็นกระแส ‘spiderkash’ และต่อยอดมาเป็นการออกมีมโทเคนชุดใหญ่บน Pump.fun จึงกลายเป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า ตลาดมีมโทเคนไวต่อ ‘ข่าว’ และ ‘กระแส’ มากเพียงใด ขณะเดียวกันก็ฉายภาพชัดถึงข้อจำกัดของโครงสร้างการเก็งกำไรในตลาดนี้ ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงแบกรับความเสี่ยงจากโทเคนที่มีโอกาสอยู่รอดเพียงเศษเสี้ยวของเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ความคิดเห็น 0