บิตคอยน์(BTC) ‘วาฬ’ หรือนักลงทุนรายใหญ่ กำลังกลับมามี ‘กระแสสุทธิรายปีติดลบ’ อีกครั้ง สะท้อนแรงขายเชิงโครงสร้างในตลาดกำลังก่อตัวขึ้นตามการวิเคราะห์บนเชนล่าสุด
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน ‘คริปโตควอนต์(CryptoQuant)’ ระบุในรายงานเมื่อไม่นานนี้ว่า แนวโน้ม ‘กระแสสุทธิ 365 วัน’ ของวาฬบิตคอยน์กำลังปรับตัวลงต่อเนื่อง โดย ‘วาฬ’ ในที่นี้หมายถึงนักลงทุนที่ถือครอง 1,000–10,000 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 66.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 664 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามราคาในปัจจุบัน หรือประมาณ 1,002억วอน ถึง 1조 24억วอน กลุ่มนี้ถือเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลต่อราคาอย่างมาก การเคลื่อนไหวของพวกเขาจึงถูกจับตาในฐานะตัวชี้วัด ‘จิตวิทยาการลงทุน’ ที่สำคัญ
‘ความคิดเห็น’: เมื่อวาฬเริ่มระบายของต่อเนื่อง มักไม่ใช่การขายเก็งกำไรระยะสั้น แต่สะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้างต่อทิศทางตลาด
‘วาฬ’ เทขายสุทธิรายปี กลับสู่โซนลบ – สัญญาณเปลี่ยนทิศทางตลาด?
คริปโตควอนต์อธิบายว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 จนถึงกลางปี 2025 ปริมาณบิตคอยน์ที่วาฬถือครองในภาพรวม ‘เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง’ สอดคล้องกับแนวโน้มขาขึ้นของตลาด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2025 เป็นต้นมา กระแสเริ่ม ‘กลับทิศ’ โดยกระแสสุทธิรายปีของวาฬพลิกลงสู่แดนลบ
สิ่งที่น่าสนใจคือ การกลับตัวของกระแสสุทธิครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนที่บิตคอยน์จะทำสถิติ ‘จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล’ ที่ระดับ 126,000 ดอลลาร์ ซึ่งชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ว่า วาฬบางส่วนอาจ ‘มองเห็นจุดพีกของตลาดล่วงหน้า’ และเริ่มทยอยลดการถือครองก่อนราคาจะแตะจุดสูงสุด
ต่อมาในช่วงการปรับฐานเดือนพฤศจิกายน 2025 การไหลออกสุทธิของวาฬเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรม ‘กระจายการขาย’ หรือการทยอยปล่อยเหรียญออกสู่ตลาดอย่างรุนแรง แม้ในช่วงต้นปี 2026 จะเห็นสัญญาณการกลับมา ‘ซื้อสุทธิ’ ชั่วคราว แต่ล่าสุดแนวโน้มกลับหันลงอีกครั้ง
ปัจจุบัน กระแสสุทธิ 1 ปีของวาฬบิตคอยน์อยู่ที่ราว ‘-188,000 BTC’ หมายความว่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ปริมาณเหรียญในกระเป๋าวาฬลดลงไปรวมกันเกือบสองแสนบิตคอยน์
คริปโตควอนต์มองว่า “นี่ไม่ใช่แค่การแกว่งตัวระยะสั้น แต่เป็น ‘แนวโน้มเชิงโครงสร้าง’” พร้อมเสริมว่า “เมื่อกระแสสุทธิ 365 วันปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ย่อมบ่งชี้ถึง ‘แรงกดดันจากฝั่งขาย’ ที่ดำรงอยู่ในตลาด”
‘คำสำคัญ’: ‘วาฬบิตคอยน์’, ‘กระแสสุทธิ 365 วัน’, ‘แรงขายเชิงโครงสร้าง’
แนวต้านเหนือ 80,000 ดอลลาร์ – นักลงทุนติดดอยเริ่มถูกกดดัน
ด้านบริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘กลาสนอด(Glassnode)’ ชี้ให้เห็นปัจจัยถ่วงตลาดเพิ่มเติม โดยในรายงานล่าสุดระบุว่า ปริมาณ ‘อุปทานบิตคอยน์จำนวนมาก’ ถูกซื้อขายและสร้างต้นทุนอยู่ในโซนราคาที่ ‘สูงกว่า 80,000 ดอลลาร์’
ขณะที่ราคาบิตคอยน์ปัจจุบันยังเคลื่อนไหว ‘ต่ำกว่าระดับดังกล่าว’ เหรียญที่ถูกซื้อไว้เหนือ 80,000 ดอลลาร์จึงยังคงอยู่ในสถานะ ‘ขาดทุนตามราคาตลาด’ ทั้งหมด นั่นหมายความว่า นักลงทุนกลุ่มนี้อาจกลายเป็น ‘แรงขายแฝง’ สองรูปแบบหลัก ได้แก่
- เมื่อราคาดีดตัวขึ้นใกล้ต้นทุน จะรีบ ‘ขายเพื่อลดการขาดทุน’
- หากราคาหลุดแนวรับสำคัญ อาจเทขายแบบ ‘ตื่นตระหนก’ เพิ่มแรงกดดันให้ตลาด
กลาสนอดวิเคราะห์ว่า “เพื่อให้อุปทานในโซนราคาสูงนี้ถูกดูดซับออกจากตลาด จำเป็นต้องมี ‘การปรับฐานราคา’ ที่ลึกพอจะดึงดูด ‘อุปสงค์ใหม่’ เข้ามารับของ หรือไม่ก็ต้องใช้เวลาให้นักลงทุนกลุ่มนี้ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็น ‘ผู้ถือระยะยาว’ แทน”
‘ความคิดเห็น’: โซนราคาเหนือ 80,000 ดอลลาร์จึงกลายเป็นทั้ง ‘แนวต้านเชิงเทคนิค’ และ ‘แนวต้านเชิงจิตวิทยา’ เพราะเต็มไปด้วยผู้ติดดอยที่พร้อมขายทันทีที่ราคาใกล้เคียงต้นทุน
ราคาบิตคอยน์ดีดตัวแล้วอ่อนแรง – โมเมนตัมขาขึ้นเริ่มถูกจำกัด
ในช่วงที่ผ่านมา บิตคอยน์(BTC) เคยดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ ‘69,000 ดอลลาร์’ ได้ชั่วคราว ก่อนจะค่อยๆ ถอยลงและกลับมาซื้อขายบริเวณ ‘66,400 ดอลลาร์’ หรือคิดเป็นเงินวอนประมาณ 1억 24만วอน
การที่ตลาดต้องเผชิญทั้ง ‘แรงขายจากวาฬ’ และ ‘แรงกดดันจากแนวต้านบน 80,000 ดอลลาร์’ พร้อมกัน ส่งผลให้ ‘โมเมนตัมขาขึ้นระยะสั้นถูกจำกัด’ ราคาจึงมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบมากกว่าการเร่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในทันที
อย่างไรก็ตาม หาก ‘แรงขายเชิงโครงสร้าง’ จากฝั่งวาฬเริ่มชะลอลง หรือมี ‘อุปสงค์ใหม่’ จากนักลงทุนรายใหญ่และสถาบันเข้ามารับของเพิ่ม ทิศทางของตลาดบิตคอยน์ก็อาจ ‘เปลี่ยนโฉม’ ได้อีกครั้ง
‘คำสำคัญท้ายบท’: ‘บิตคอยน์(BTC)’, ‘วาฬบิตคอยน์’, ‘แรงขายเชิงโครงสร้าง’, ‘แนวต้าน 80,000 ดอลลาร์’, ‘วิเคราะห์ออนเชน’
ความคิดเห็น 0