บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบราคาแคบระหว่าง 6.4 หมื่นดอลลาร์ถึง 7 หมื่นดอลลาร์ต่อเหรียญต่อเนื่อง ขณะที่ภายในตลาดเริ่มสะสมแรง ‘ขาย’ มากขึ้น ทำให้บรรยากาศการลงทุนตึงเครียด แม้ราคา ‘ยืน’ ได้ แต่โครงสร้าง ‘อุปสงค์–อุปทาน’ กลับอ่อนแรงชัดเจน สะท้อนภาพ ‘ราคาทน แต่แรงซื้อถอย’ อย่างเห็นได้ชัดในตลาดบิตคอยน์(BTC) ช่วงนี้
ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาด ‘คริปโตควอน트(CryptoQuant)’ ตัวแปรสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดบิตคอยน์(BTC) ระยะนี้ ไม่ใช่รายย่อย แต่คือแรงขายจาก ‘ผู้ถือครองรายใหญ่’ หรือวาฬ(Whale) ข้อมูลออนเชนระบุว่า ‘อุปสงค์ที่มองเห็นได้(apparent demand)’ ในช่วง 30 วันล่าสุด อยู่ในแดนลบที่ราว -6.3 หมื่น BTC แม้จะมีแรงซื้อจากสถาบันเข้ามาพยุง แต่ภาพรวมฝั่ง ‘รับของ’ ยังหดตัวต่อเนื่อง
‘วาฬ’ เทขายชัด ตลาดเข้าสู่รอบกระจายเหรียญครั้งใหญ่
กลุ่มผู้ถือ 1,000–10,000 BTC ซึ่งถือเป็น ‘วาฬลงทุน’ เริ่มอยู่ในช่วง ‘ขายสุทธิ’ อย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณบิตคอยน์(BTC) ในกระเป๋าของกลุ่มนี้ พลิกจากเดิมเคยสะสมเพิ่มกว่า +2 แสน BTC กลับกลายเป็นลดลงมาอยู่ที่ -1.88 แสน BTC แล้ว การเปลี่ยนทิศแรงขนาดนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน ‘รอบกระจายเหรียญ (distribution cycle)’ ที่รุนแรงที่สุดรอบหนึ่ง นับตั้งแต่จุดพีกขาขึ้นในปี 2024 ต่อเนื่องยาวมาถึงมีนาคม 2026
กลุ่มนักลงทุนขนาดกลางก็เริ่ม ‘ผ่อนคันเร่ง’ ฝั่งซื้อเช่นกัน ผู้ถือ 100–1,000 BTC ซึ่งมักถูกเรียกว่า ‘กลุ่มปลาโลมา(dolphin)’ ลดความแรงในการสะสมอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 เป็นต้นมา ปริมาณการเพิ่มขึ้นของยอดถือครองที่เคยพุ่งถึง 1 ล้าน BTC ในเดือนตุลาคม 2025 ปัจจุบันเหลือเพียงราว 4.29 แสน BTC เท่านั้น
‘ความคิดเห็น’ ทิศทางนี้สะท้อนชัดว่า ‘ฐานรองรับฝั่งซื้อ’ ของตลาดบิตคอยน์(BTC) เริ่มบางลงเรื่อยๆ หากวาฬยังขายต่อเนื่อง ขณะที่ปลาโลมาลดการสะสม ตลาดจะขาดแรงพยุงจากทุนก้อนใหญ่และกึ่งสถาบัน
สัญญาณซบเซาจากฝั่งสหรัฐ สถาบันก็เริ่มเจอข้อจำกัด
ฝั่งสหรัฐ สัญญาณอุปสงค์บิตคอยน์(BTC) ยังอ่อนแรงไม่เลิก ดัชนี ‘Coinbase Premium’ ซึ่งวัดความต่างราคาระหว่างโคอินเบสกับตลาดอื่น ยังคงอยู่ในโซนลบต่อเนื่อง แปลว่านักลงทุนสหรัฐยังไม่กลับมา “แย่งซื้อ” บนกระดานหลัก ๆ อย่างจริงจัง
ผลคือ แม้จะมีเม็ดเงินจากกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) ไหลเข้า และมีดีลซื้อจากฝั่งสถาบัน (strategy buy) เป็นระยะ แต่อุปสงค์รวมของตลาดก็ยังไม่ฟื้นอย่างเต็มตัว ข้อมูลออนเชนหลายตัวสะท้อนสัญญาณเดียวกันคือ ‘ดีมานด์หดตัว’ มากกว่าจะเป็น ‘รอบสะสมรอบใหม่’
อย่างไรก็ดี ด้าน ‘ราคา’ ยังมีโอกาส ‘รีบาวด์ระยะสั้น’ อยู่บ้าง คริปโตควอนทมองว่า หากความเสี่ยงด้านมหภาค โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านผ่อนคลายลง บิตคอยน์(BTC) อาจดีดกลับขึ้นไปทดสอบโซน 71,500–81,200 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ช่วงราคาดังกล่าวเป็นระดับที่เคยทำหน้าที่เป็น ‘แนวต้านสำคัญของตลาดขาลง’ ตามข้อมูลออนเชน
ท้ายที่สุด ภาพรวมตลาดบิตคอยน์(BTC) ตอนนี้อยู่ในช่วงที่ ‘โครงสร้างอุปสงค์–อุปทาน’ มีน้ำหนักมากกว่าตัวราคาเอง แรงขายจากผู้ถือครองรายใหญ่ผสมกับอุปสงค์ฝั่งสหรัฐที่อ่อนตัว ทำให้ ‘ความเสี่ยงลง’ ยังไม่หายไปไหน แต่หากความเสี่ยงภายนอกโดยเฉพาะภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ก็ยังเปิดทางให้บิตคอยน์(BTC) มีจังหวะดีดขึ้นระยะสั้น ท่ามกลางโครงสร้างพื้นฐานของตลาดที่ยังเปราะบางอยู่ในปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0