ทางการสหรัฐส่อปะทะกันหนักเรื่อง ‘คริปโต ตลาดคาดการณ์’ เมื่อหน่วยงานระดับ ‘รัฐบาลกลาง’ และ ‘รัฐ’ ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์กำกับดูแล ส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งชิงอำนาจเหนือโครงสร้างตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากกระแสสภาพคล่องคริปโต
คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าแห่งสหรัฐ(CFTC) จับมือกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ(DOJ) ยื่นฟ้องต่อรัฐอิลลินอยส์ รัฐแอริโซนา และรัฐคอนเนตทิคัต เพื่อยืนยัน ‘อำนาจกำกับดูแลแบบผูกขาดในระดับรัฐบาลกลาง’ เหนือ ‘ตลาดคาดการณ์’ โดยในคำฟ้องมีการระบุชื่อแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง โพลีมาร์เก็ต(Polymarket), คัลชี(Kalshi) และคริปโตดอตคอม(Crypto.com) ซึ่งทั้งหมดเปิดให้ผู้ใช้วางเดิมพันกับผลลัพธ์ของเหตุการณ์ต่าง ๆ และได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องบนคริปโตจนขยายตัวรวดเร็วในช่วงหลัง
‘ประเด็นร้อน’ อยู่ที่นิยามของตลาดคาดการณ์ว่ามันคืออะไรแน่ CFTC ระบุว่าตลาดเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่ม ‘ตลาดตราสารอนุพันธ์ภายใต้กฎหมายกลาง (Designated Contract Market, DCM)’ จึงต้องอยู่ใต้กรอบกำกับของรัฐบาลกลางเท่านั้น และมองว่าคำสั่งให้หยุดดำเนินการที่ออกโดยรัฐบาลของบางรัฐเป็นการ ‘ล้ำเส้นอำนาจ’ ของหน่วยงานกลาง โดยในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐอิลลินอยส์เคยออกคำสั่งให้คัลชีและโพลีมาร์เก็ตระงับการให้บริการบางส่วนแล้ว
ขณะที่ฝั่งรัฐบาลมลรัฐกลับตีความ ‘ตลาดคาดการณ์’ เป็น ‘การพนันที่ไร้ใบอนุญาต’ มากกว่าจะมองเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินตามกฎหมายหลักทรัพย์หรืออนุพันธ์ จึงอ้างเหตุผลด้านการปกป้องผู้บริโภคเพื่อเข้าควบคุมหรือสั่งปิด ซึ่งทำให้มาตรฐานการกำกับสำหรับผลิตภัณฑ์ลักษณะเดียวกันกลับแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าอยู่ภายใต้อำนาจของหน่วยงานใด
มิคาเอล เซลิก(Michael Selig) ประธาน CFTC ระบุว่า “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลมลรัฐพยายามบังคับให้ผู้เล่นในตลาดต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ขัดแย้งกัน” ‘ความคิดเห็น’ ถ้าการตีความของแต่ละรัฐเดินหน้าต่อไปแบบไร้ทิศทาง รัฐบาลกลางจะยิ่งเร่งผลักดันให้ศาลตัดสินชี้ขาดอำนาจกำกับเพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างตลาดแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ความขัดแย้งยังลุกลามเข้าไปในสภาคองเกรส ช่วงที่ผ่านมา วุฒิสภาสหรัฐมีการเสนอร่างกฎหมายที่มีทั้งเสียงจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันสนับสนุน เพื่อจำกัดผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายพนันกีฬา ซึ่งถูกมองว่าพุ่งเป้าไปยังโพลีมาร์เก็ตและคัลชีโดยตรง ในสภาผู้แทนฯ เซ็ธ มอลตัน(Seth Moulton) ส.ส.เดโมแครต ยังสั่งห้ามพนักงานของตนเข้าร่วมซื้อขายในตลาดคาดการณ์ ส่วนร่าง ‘กฎหมาย PREDICT’ ที่เสนอโดยสองพรรคก็มีเป้าหมายชัดเจนในการห้ามสมาชิกสภาคองเกรสทำธุรกรรมในตลาดเหล่านี้โดยสิ้นเชิง
ในอีกด้านหนึ่ง ‘คริปโต ตลาดคาดการณ์’ กำลังวิวัฒน์จากแพลตฟอร์มเดิมพันธรรมดาไปสู่ ‘เครื่องมือด้านข้อมูลและการป้องกันความเสี่ยง’ สำหรับเทรดเดอร์และผู้ลงทุนมืออาชีพ สัญญาที่อ้างอิงเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่การเมือง มหภาค ไปจนถึงผลประกอบการบริษัท กลายเป็นแหล่งรวมข้อมูลคาดการณ์ที่สะท้อนมุมมองของตลาดแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มคริปโตและกระดานเทรดต่าง ๆ ทำให้สภาพคล่องไหลเข้าได้สะดวกขึ้นและเชื่อมโยงใกล้ชิดกับระบบการเงินดิจิทัลในวงกว้าง
การฟ้องร้องครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ” ในความพยายามของ CFTC ที่ต้องการยืนยัน ‘เขตอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ’ เหนือตลาดคาดการณ์ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการกลับทิศจากแนวทางสมัยรัฐบาลไบเดน ที่เคยผลักดันให้จำกัดหรือห้ามตลาดลักษณะนี้ในวงกว้าง ‘ความคิดเห็น’ หาก CFTC เดินเกมสำเร็จ เส้นแบ่งเขตกำกับของคริปโตในฝั่งตราสารอนุพันธ์จะเริ่มชัดเจนขึ้น และอาจกลายเป็นต้นแบบให้กับผลิตภัณฑ์ดีไฟ(DeFi) เชิงอนุพันธ์อื่น ๆ
หากศาลตัดสินให้ฝ่ายรัฐบาลกลางชนะ ‘ระบบกำกับดูแล’ มีแนวโน้มจะถูกรวมศูนย์อยู่ที่ CFTC ทำให้กฎเกณฑ์มีความสม่ำเสมอทั่วประเทศ และช่วยลดความไม่แน่นอนในการดำเนินงานของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ผู้พัฒนาโปรโตคอลและผู้ลงทุนก็จะสามารถประเมินความเสี่ยงด้านกฎหมายได้ง่ายขึ้น
แต่หากรัฐบาลมลรัฐเป็นฝ่ายเหนือกว่า ภาพที่ตามมาจะเป็นตลาดแบบ ‘แยกส่วนตามรัฐ’ ซึ่งกฎเกี่ยวกับการพนันและสัญญาเดิมพันแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ สภาพคล่องจะถูกแบ่งกระจาย แพลตฟอร์มต้องแบกรับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายหลายชุด และความเสี่ยงด้านการบังคับใช้กฎหมายก็จะสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับโครงการคริปโตที่ต้องการให้บริการภายในสหรัฐแบบครอบคลุมหลายรัฐ
ในตลาดคริปโตโดยรวม บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายอยู่บริเวณราว 6.7 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1.01 แสนล้านวอนในเกาหลีใต้ (คิดเป็นราว 1.01 แสนดอลลาร์ต่อบิตคอยน์ในบริบทเดิม) ‘ความคิดเห็น’ ผลลัพธ์ของศึกชิงอำนาจกำกับระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐครั้งนี้ ไม่ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนเฉพาะ ‘คริปโต ตลาดคาดการณ์’ เท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางสำคัญของการออกกฎเกณฑ์ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ โดยรวมในสหรัฐในระยะกลางถึงยาวอีกด้วย
ความคิดเห็น 0