บิตคอยน์(BTC) ยังถูกมองว่ามีโอกาสกลับไปทดสอบระดับ ‘9 หมื่นดอลลาร์’ อีกครั้ง แม้อยู่ในภาวะตลาดขาลง โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งอ้างอิงทฤษฎี ‘เอลเลียตเวฟ’ ชี้ว่าตลาดกำลังยืนอยู่ในช่วงต้นของการกลับตัวเป็นขาขึ้น
นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตที่ใช้ชื่อว่า ‘รอว์ล(Rawl)’ เปิดเผยผ่าน X เมื่อไม่นานนี้ โดยได้เผยแพร่โรดแมปแนวโน้มราคา *บิตคอยน์(BTC)* อย่างละเอียด ครอบคลุมช่วงเวลา “หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน” เขาระบุว่าทั้งการปรับฐานและการดีดตัวรอบล่าสุดล้วนเป็น ‘การเคลื่อนไหวที่คาดการณ์ได้’ พร้อมย้ำว่าโครงสร้างตลาดระยะใหญ่ยังไม่เสียหาย
‘รอว์ล’ อธิบายว่าบิตคอยน์ได้ร่วงลงแตะบริเวณ 6 หมื่นดอลลาร์ราวเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งกลายเป็นจุดต่ำสำคัญ และในมุมมองตามทฤษฎีเอลเลียตเวฟ ถือเป็นการปิดฉาก ‘คลื่นปรับฐาน C’ อย่างสมบูรณ์ โดยการดีดกลับเหนือช่วง 6 หมื่น 3,000 ดอลลาร์ คือสัญญาณยืนยันว่า *คลื่นขาลงสุดท้าย* สิ้นสุดลงแล้ว
จากนั้นตลาดจึงเริ่มเข้าสู่รอบ *ขาขึ้นชุดใหม่* โดยตามการนับคลื่นของเขา บิตคอยน์ได้ผ่านทั้ง ‘เวฟ 1’ และ ‘เวฟ 2’ ซึ่งเป็นช่วงต้นของคลื่นขาขึ้นไปแล้ว ตอนนี้ราคากำลังเคลื่อนไหวแถวโซน 6 หมื่น 5,000 ดอลลาร์ รอจังหวะเข้าสู่คลื่นเร่งตัวถัดไป
หากคลื่นขาขึ้นที่เหลือสามารถเดินหน้าต่อเนื่อง ‘รอว์ล’ ประเมินว่าราคา *บิตคอยน์(BTC)* อาจเร่งตัวขึ้นสู่ช่วง 9 หมื่น–9 หมื่น 6,000 ดอลลาร์ ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งจะเท่ากับการรีเทสต์โซนใกล้จุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าหลังจากขึ้นแตะกรอบดังกล่าวแล้ว ‘การพักตัวในระยะสั้น’ มีโอกาสเกิดขึ้นสูง โดยคาดว่าบิตคอยน์อาจแกว่งตัวในกรอบแคบอยู่พักหนึ่ง ก่อนเข้าสู่ *คลื่นปรับฐานแบบ ABC* รอบใหม่
ช่วงเวลาการปรับฐานนี้มีแนวโน้มจะซ้อนทับกับจังหวะการเปลี่ยนตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล(Jerome Powell) และอาจลากยาวไปถึงช่วงก่อน–หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เดือนมิถุนายน เขาย้ำว่าการย่อตัวลักษณะนี้ยังจัดอยู่ในหมวด ‘การพักฐานที่ดีต่อแนวโน้มขาขึ้น’
ในอีกหนึ่งสมมติฐาน *รอว์ล* มองว่าบิตคอยน์อาจถอยลงไปทดสอบโซน 7 หมื่น 1,000–7 หมื่น 4,000 ดอลลาร์ ก่อน จากนั้นจึงเริ่ม *รอบกระทิงขนาดใหญ่กว่า* ซึ่งจะดันราคาขึ้นไปสูงกว่ากรอบที่คาดไว้เดิม
ด้านมุมมองทั้งปี เขาประเมินว่าโอกาสที่ *บิตคอยน์(BTC)* จะสร้าง ‘จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล’ ภายในปีนี้อยู่ที่ราว ‘80%’ ส่วนอีก 20% ที่เหลือเป็นกรณีที่ราคาสามารถไปต่อจนทำจุดสูงสุดในโซน 1 แสน 1,600–1 แสน 2,500 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการขยายคลื่นขาขึ้นเต็มรูปแบบ
แม้จะมองบวกในภาพรวม แต่เขายังไม่ตัดความเสี่ยง ‘การปรับฐานรุนแรงกว่าคาด’ ระหว่างเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน โดยเตือนว่าหากสถานการณ์แย่ลง บิตคอยน์อาจหลุดระดับ 7 หมื่น 4,000 ดอลลาร์ และไหลลงไปลึกสุดถึงราว 5 หมื่น 5,000 ดอลลาร์ ได้เช่นกัน
เมื่อสรุปภาพรวมแล้ว มุมมองของนักวิเคราะห์กลุ่มนี้ชี้ตรงกันว่า *ตลาดบิตคอยน์(BTC)* กำลังยืนอยู่ในช่วงต้นของวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ แม้ระยะสั้นจะต้องเผชิญความผันผวนสูง ทั้งจากปัจจัยมหภาค เฟด และการเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางใหญ่ของราคาบิตคอยน์ในช่วงต่อจากนี้
ความคิดเห็น: สำหรับนักลงทุน การกลับมาทดสอบโซน 9 หมื่นดอลลาร์อาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับการบริหารจังหวะเข้าซื้อ–ขายท่ามกลางความผันผวนที่อิงกับนโยบายเฟดอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0