Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักฟิสิกส์โนเบลเตือน ควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจถอดรหัสบิตคอยน์(BTC) ได้ในไม่กี่นาที ภายใน 5–10 ปี

นักฟิสิกส์เจ้าของรางวัลโนเบลเตือนว่า จากงานวิจัยด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัมของกูเกิล ‘บิตคอยน์(BTC)’ อาจกลายเป็นเป้าหมายแรกๆ ที่ถูกโจมตีจากเทคโนโลยีใหม่นี้ได้ หากไม่มีการเตรียมรับมืออย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้

‘จอห์น มาร์ตินิส(John M. Martinis)’ ให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk โดยอ้างอิงงานวิจัยล่าสุดของกูเกิล ระบุว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่พัฒนาไปไกลพอ สามารถถอดรหัสป้องกันของ ‘บิตคอยน์’ ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เขาอธิบายว่า ในงานวิจัยของกูเกิลได้จำลองสถานการณ์ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถคำนวณ ‘กุญแจส่วนตัว’ ย้อนกลับจาก ‘กุญแจสาธารณะ’ ได้ภายในไม่กี่นาที ซึ่งหมายถึงการทำลายกลไกความปลอดภัยตามแบบเดิมที่ใช้รักษาความมั่นคงของเครือข่ายอยู่ในปัจจุบัน มาร์ตินิสย้ำว่า “ถ้าโอกาสไม่ใช่ศูนย์ เราต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้”

มาร์ตินิสชี้ว่า ‘การถอดรหัส’ คือหนึ่งในแอปพลิเคชันเชิง 상업ที่ง่ายที่สุดของคอมพิวเตอร์ควอนตัม เพราะเป็นโจทย์เชิงตัวเลขล้วน การนำไปใช้จริงจึงไม่ซับซ้อนเท่าแอปพลิเคชันอื่น เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า โครงสร้างความปลอดภัยของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่พึ่งพา ‘การเข้ารหัสแบบวงรี (ECC)’ เป็นหลัก มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ในขณะที่ระบบการเงินดั้งเดิมอาจทยอยเปลี่ยนไปใช้ ‘การเข้ารหัสแบบต้านทานควอนตัม’ ได้ทีละขั้น แต่เครือข่ายแบบกระจายศูนย์อย่าง ‘บิตคอยน์’ ต้องพึ่งพากระบวนการลงมติและอัปเกรดร่วมกัน ซึ่งซับซ้อนและใช้เวลานานมากกว่า

ช่องโหว่สำคัญที่เขาระบุ เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างการทำธุรกรรมของ ‘บิตคอยน์’ เมื่อธุรกรรมถูกส่งออกไปในเครือข่าย ‘กุญแจสาธารณะ’ ของผู้ใช้จะถูกเผยแพร่ชั่วขณะ และก่อนที่ธุรกรรมนั้นจะถูกบันทึกยืนยันลงในบล็อกอย่างสมบูรณ์ จะเกิด ‘หน้าต่างเวลา’ ที่เปิดโอกาสให้ถูกโจมตีได้ หากในช่วงเวลาดังกล่าวมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังมากพอ ระบบอาจถูกใช้เพื่อคำนวณย้อนหากุญแจส่วนตัว และขโมยเหรียญออกไปได้ตามทฤษฎี อย่างไรก็ตาม เขาระบุชัดว่า ภาพแบบนี้ยังไม่ใช่ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ทันทีในตอนนี้

ในมุมมองของมาร์ตินิส การสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับการโจมตีจริง ยังคงเป็นภารกิจด้านวิศวกรรมที่โหดหิน ทั้งปัญหาด้านการขยายขนาดระบบ ความเสถียร และการแก้ไขข้อผิดพลาดยังเป็นกำแพงใหญ่ เขาประเมินกรอบเวลาการใช้งานจริงไว้ราว ‘5–10 ปี’ แต่ก็ย้ำว่า ความไม่แน่นอนเรื่องระยะเวลาไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างในการ ‘เลื่อน’ การเตรียมความพร้อม

คำเตือนครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวโน้มในวงการวิจัยควอนตัม ที่เริ่มออกมาพูดถึง ‘จุดอ่อนของระบบเข้ารหัสเดิม’ อย่างเปิดเผยมากขึ้น โดยพยายามจำกัดการเปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ละเอียดอ่อน แต่ในขณะเดียวกันก็เร่งสร้างการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงให้กว้างขวางขึ้น “‘คริปโต’ เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเตรียมตัวรับมือกับปัญหานี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เขากล่าว พร้อมกระตุ้นให้ชุมชน ‘บิตคอยน์(BTC)’ และระบบนิเวศโดยรวม เร่งเปิดวงสนทนา วางแผน และทดลองแนวทางป้องกันเชิงรุกต่อภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมตั้งแต่ตอนนี้ ‘ความคิดเห็น’: บทสัมภาษณ์นี้ตอกย้ำว่า หาก ‘บิตคอยน์’ ต้องการรักษาสถานะสินทรัพย์ดิจิทัลระยะยาว การออกแบบแผนเปลี่ยนผ่านสู่ ‘มาตรฐานเข้ารหัสต้านทานควอนตัม’ อาจกลายเป็นวาระเร่งด่วนในอนาคตอันใกล้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1