Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

หัวหน้าโปรเจกต์ Meta-1 Coin ในสหรัฐโดนจำคุก 23 ปี ฐานหลอกลงทุนคริปโตสูบเงินกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์

ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 23 ปี หัวหน้าโครงการหลอกลงทุน ‘Meta-1 Coin’ สูบเงินนักลงทุนกว่า 2,000만ดอลลาร์

คดีฉ้อโกง ‘Meta-1 Coin’ ในสหรัฐปิดฉากลงด้วยโทษหนัก เมื่อโรเบิร์ต ดันแลป ชาวรัฐเทกซัส ถูกศาลสั่งจำคุก 23 ปี หลังถูกชี้ว่าเป็นผู้นำโครงการหลอกขายโทเคนในชื่อ ‘Meta-1 Coin Trust’ ดูดเงินนักลงทุนราว 1,000 คน รวมมูลค่ากว่า 2,000만ดอลลาร์ สะท้อนทิศทางการปราบปราม ‘อาชญากรรมคริปโต’ ที่เข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน

ตามคำแถลงของอัยการรัฐบาลกลางรัฐอิลลินอยส์ ผู้พิพากษา ลาแชียนดา ฮันต์ แห่งศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันอังคาร สั่งลงโทษจำคุกดันแลป พร้อมคำสั่งชดใช้ความเสียหายให้เหยื่อที่สูญเงินจากการลงทุน ดันแลปถูกระบุว่าดำเนินการขายโทเคนปลอมผ่าน ‘Meta-1 Coin Trust’ ตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2023 และในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว คณะลูกขุนมีมติเป็นเอกฉันท์ว่ามีความผิดในข้อหาฉ้อโกงทางไปรษณีย์ 2 กระทง

อัยการชี้ว่า ดันแลปใช้แผนการโฆษณาชวนเชื่อหลอกนักลงทุน โดยอ้างว่าโทเคน ‘Meta-1 Coin’ มีสินทรัพย์มูลค่าสูงค้ำประกันอยู่เบื้องหลัง เขาอ้างว่ามีผลงานศิลปะของปิกัสโซ และฟานโก๊ะ รวมมูลค่ากว่า 1,000ล้านดอลลาร์ และทองคำอีกกว่า 44,000ล้านดอลลาร์ เป็นหลักประกัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและผลักดันให้คนแห่ลงทุน

นอกจากการอ้าง ‘สินทรัพย์ค้ำประกันปลอม’ แล้ว ดันแลปยังถูกกล่าวหาว่าปั่นราคาและปริมาณซื้อขายโทเคนบนแพลตฟอร์มที่ตั้งชื่อว่า ‘Meta Exchange’ โดยใช้ออโตเทรดบอตสร้างภาพว่ามีสภาพคล่องและความต้องการซื้อขายจริง ทั้งที่ไม่มีโทเคนหมุนเวียนอยู่ในตลาดตามที่กล่าวอ้าง

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ หรือ SEC ลงดาบ ‘Meta-1 Coin’ ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2020 (เวลาท้องถิ่น) ออกคำสั่งอายัดทรัพย์และคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินเพื่อหยุดการขาย ‘โทเคนปลอม’ ทันที อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพบว่า ดันแลปและพวกยังคงโฆษณาชวนเชื่อต่อนักลงทุนว่าสินทรัพย์นี้ “ไม่มีความเสี่ยงขาดทุนต้นทุน” และสามารถทำกำไรได้สูงสุดถึง 224,923%

แม้จะมีคำกล่าวอ้างเรื่องผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ *แต่ในความเป็นจริงโทเคนไม่เคยถูกส่งมอบให้แก่นักลงทุนเลย* เงินที่ระดมได้ถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพส่วนตัว รวมถึงซื้อรถหรูอย่างเฟอร์รารี และรถยนต์ระดับไฮเอนด์คันอื่น ๆ แทนที่จะถูกนำไปใช้พัฒนาโปรเจ็กต์อย่างที่โปรโมต

‘ความคิดเห็น’

คดี ‘Meta-1 Coin’ กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของโมเดลโกงคริปโตยุคใหม่ ที่มักใช้ 3 องค์ประกอบหลัก คือ อ้าง ‘สินทรัพย์ค้ำประกัน’ ที่ตรวจสอบไม่ได้, สร้างตัวเลข ‘ผลตอบแทนเวอร์เกินจริง’ และใช้แพลตฟอร์มเทรดจำลองหรือข้อมูลเทรดปลอมเพื่อสร้างภาพความน่าเชื่อถือ นักลงทุนที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลแหล่งที่มาและไม่สงสัยตัวเลขผลตอบแทนมักกลายเป็นเหยื่อได้ง่าย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หน่วยงานอย่างกรมสรรพากรสหรัฐ(IRS) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ(DOJ) เดินหน้าปราบปรามคดี *คริปโตสแกม* มากขึ้น ทั้งการตามรอยธุรกรรมบนเชน การยึดสินทรัพย์ดิจิทัล และการผลักดันคดีสู่ศาลอย่างต่อเนื่อง คำพิพากษาจำคุก 23 ปีในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น ‘สัญญาณเตือน’ ให้กลุ่มที่คิดจะใช้คริปโตเป็นเครื่องมือหลอกลวงต้องคิดหนักขึ้น

สำหรับนักลงทุน คดี ‘Meta-1 Coin’ ย้ำเตือนอีกครั้งว่า คำโฆษณาอย่าง ‘มีสินทรัพย์ค้ำประกันแน่นอน’, ‘ไม่มีความเสี่ยงขาดทุน’ หรือ ‘ผลตอบแทนหลายแสนเปอร์เซ็นต์’ ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลควรถูกตั้งคำถามทันที การตรวจสอบเอกสาร, ที่มาของสินทรัพย์ค้ำประกัน, ตัวตนทีมงาน และการมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล จึงเป็นเกราะป้องกันที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ *ตลาดคริปโต* เติบโต และ ‘วิธีการหลอกลวง’ ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1