มีรายงานเมื่อวันที่ 13 จาก ‘คอยน์เทเลกราฟ(Cointelegraph)’ ว่า เทรดเดอร์รายหนึ่งแม้จะเปิดสถานะ ‘ชอร์ต’ถูกทิศทางในช่วงที่ราคามีมคอยน์(Memecoin)ร่วงลงอย่างหนัก แต่กลับขาดทุนก้อนใหญ่ เพราะ ‘펀딩비’ ที่ลดลงอย่างรุนแรงจนโครงสร้างค่าใช้จ่ายกลืนกำไรไปเกือบหมด สถานการณ์นี้สะท้อนว่าต่อให้อ่านทิศทางตลาดถูก แต่ถ้าไม่คำนวณต้นทุนให้ดี ก็อาจเจอ ‘ขาดทุนแบบย้อนแย้ง’ ได้
‘펀딩비’ คือค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บหรือจ่ายให้กันระหว่างฝั่งลอง(Long) และชอร์ต(Short) ในตลาดฟิวเจอร์ส เพื่อรักษาสมดุลของราคา เมื่อใดที่ตลาดเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป ค่า ‘펀딩비’ ก็จะผันผวนแรงตามไปด้วย ในกรณีนี้ ความต้องการเปิดชอร์ตในมีมคอยน์พุ่งสูงจนฝั่งเดียวแออัด ทำให้ ‘펀딩비’ อยู่ในระดับผิดปกติ และกลายเป็นภาระต้นทุนต่อเนื่องสำหรับคนที่เดิมพันฝั่งขาลง
ตลาดมีมคอยน์ขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนสูง และมักมีสัดส่วนการเทรดอนุพันธ์ในระดับมาก การใช้เลเวอเรจควบคู่กับ ‘펀딩비’ จึงสามารถเปลี่ยนดีลที่ถูกทิศทางให้กลายเป็นดีลที่ขาดทุนได้ในเวลาไม่นาน ‘ความคิดเห็น’ ในภาวะขาลง การทำกำไรจึงไม่ใช่แค่ “เดาถูก” แต่คือ “ถือรอได้” และบริหารต้นทุนได้ โดยเฉพาะต้นทุนที่มองไม่เห็นอย่างค่า ‘펀딩비’
กรณีนี้ตอกย้ำว่า ในตลาดอนุพันธ์คริปโต การคาดเดาราคาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสินทรัพย์อย่างมีมคอยน์ที่ภาวะ ‘ร้อนแรง-เย็นเฉียบ’ สลับกันรวดเร็ว นักเทรดจำเป็นต้องจับตา ‘펀딩비’ ภาวะเลเวอเรจในระบบ และสภาพคล่องควบคู่ไปด้วย ไม่เช่นนั้น แม้ทิศทางจะถูกเป๊ะ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายอาจกลายเป็นการขาดทุนที่เกิดจากโครงสร้างต้นทุนมากกว่าการเคลื่อนไหวของราคาเอง
ความคิดเห็น 0