ราคาบิตคอยน์(BTC) ที่ดิ่งลงจากโซน 78,000 ดอลลาร์ มาชะลอตัวบริเวณ 73,500 ดอลลาร์ กำลังเข้าใกล้จุดตัดสินสำคัญที่ ‘72,400 ดอลลาร์’ ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าหากระดับนี้ถูกทะลุลงอย่างชัดเจน การพักฐานรอบนี้อาจกลายเป็นสัญญาณเปิดฉาก ‘ขาลง’ รอบใหม่แทนที่จะเป็นการปรับฐานเพื่อไปต่อ
เมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ ‘คอยน์เทเลกราฟ(Cointelegraph)’ นักวิเคราะห์คริปโตนามแฝง ดาร์กฟอสต์(Darkfost) ระบุผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ‘เอ็กซ์(X)’ ว่า เส้นสำคัญของบิตคอยน์อยู่ที่ราว ‘72,400 ดอลลาร์’ โดยอ้างอิงจากตัวชี้วัด ‘ราคาที่รับรู้แล้ว (Realized Price)’ ที่ตัดข้อมูลเหรียญที่ ‘ไม่ได้ขยับมาแล้วอย่างน้อย 7 ปี’ ออกไปก่อน ตัวชี้วัดนี้สะท้อนต้นทุนเฉลี่ยของเหรียญบิตคอยน์ที่มีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 ปีล่าสุด จึงใช้ประเมิน ‘ต้นทุนจริงของผู้เล่นในตลาดปัจจุบัน’ ได้ค่อนข้างดี
ตราบใดที่ราคาบิตคอยน์(BTC) ยืนเหนือโซน 72,400 ดอลลาร์ นักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในภาวะ ‘กำไรบนกระดาษ’ ทำให้แรงขายตื่นตระหนกมักลดลง ‘คำ’ แต่ถ้าราคาหลุดลงไปล่างระดับนี้และทรงตัวอยู่นาน สัดส่วนผู้ถือที่ขาดทุนจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และมีแนวโน้มกระตุ้นแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงมากขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันบิตคอยน์เพิ่งหลุดต่ำกว่า 72,400 ดอลลาร์ชั่วคราว ก่อนดีดกลับขึ้นมาและแกว่งตัวบริเวณ 73,500 ดอลลาร์
ดาร์กฟอสต์มองว่า พฤติกรรมราคาแบบนี้มักพบได้บ่อยในช่วงเริ่มต้นหรือกลาง ‘ตลาดหมี’ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นยืนยันว่าตลาดได้กลับทิศเป็นขาลงเต็มตัวแล้ว เขามองว่าแก่นสำคัญอยู่ที่ว่า บิตคอยน์จะสามารถสะสมแรงซื้อจากโซนนี้แล้วเด้งขึ้นไป ‘ยืนเหนือ 72,400 ดอลลาร์อย่างมั่นคง’ ได้หรือไม่ หากยืนได้ ระดับดังกล่าวจะกลายเป็นแนวรับหลักของรอบนี้ แต่ถ้ายืนไม่ได้และไหลลงต่อ ความเสี่ยงที่แนวโน้มขาลงระยะสั้นถึงกลางจะชัดเจนขึ้นก็จะเพิ่มตาม
ณ เวลารายงาน ราคาบิตคอยน์(BTC) อยู่บริเวณ 73,540 ดอลลาร์ ลดลงราว 0.4% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่าระดับ ‘72,400 ดอลลาร์’ จะถูกปกป้องไว้ได้หรือไม่ เพราะจุดนี้อาจกลายเป็นตัวแปรหลักในการกำหนดทิศทางราคาบิตคอยน์ระยะสั้น ว่าจะกลับขึ้นไปทดสอบจุดสูงเดิม หรือเปิดทางให้รอบปรับฐานที่ลึกและยืดเยื้อกว่าเดิม
"ความคิดเห็น" ระดับ 72,400 ดอลลาร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางเทคนิค แต่สะท้อน ‘ต้นทุนจิตวิทยา’ ของผู้เล่นส่วนใหญ่ในตลาดคริปโตด้วย หากบิตคอยน์หลุดลงไปล่างจุดนี้พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น อาจเห็นแรงขายต่อเนื่องจากทั้งสายเก็งกำไรและผู้ลงทุนระยะยาวที่เริ่มไม่มั่นใจในเทรนด์ อย่างไรก็ตาม สำหรับสายสะสมระยะยาว การปรับฐานลงมาใกล้หรือใต้ระดับ Realized Price มักถูกมองเป็นโอกาสทยอยเก็บมากกว่าจะเป็นจุดตื่นขายออกทั้งหมด
ความคิดเห็น 0