ตลาดบิตคอยน์(BTC) กลับมาอยู่ใจกลาง ‘การถกเถียงเรื่องวัฏจักร’ อีกครั้ง เมื่อมองจากรูปแบบในอดีต มีมุมมองว่าจุดต่ำสุดของรอบขาลงครั้งนี้อาจก่อตัวราวช่วงเดือนตุลาคม 2026
สำหรับนักลงทุนที่อยู่ในตลาดมานาน ต่างคุ้นเคยกับวัฏจักรขึ้น–ลงที่หมุนรอบ ‘การฮาล์ฟวิ่ง’ ของบิตคอยน์ การฮาล์ฟวิ่งมักจุดชนวนให้เกิดภาวะกระทิงจากอุปทานที่ลดลง จากนั้นหลังผ่านไประยะหนึ่ง ตลาดมักเข้าสู่ขาลงหรือ ‘ตลาดหมี’ ตามมาเป็นรอบๆ
ในวัฏจักรแรก หากนับจากจุดต่ำปี 2015 ไปจนถึงจุดสูงสุดในปี 2017 ช่วงดังกล่าวกินเวลาราว 1064 วัน จากนั้นเริ่มเข้าสู่ตลาดหมีจนมาถึงจุดต่ำสุดวันที่ 15 ธันวาคม 2018 รวมระยะเวลาขาลงประมาณ 363 วัน หลังจากนั้นตลาดก็เริ่มฟื้นตัว แต่จุดต่ำสำคัญได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้วในช่วงเวลาดังกล่าว
วัฏจักรที่สองก็แสดงโครงสร้างที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง หากนับจากจุดต่ำเดือนธันวาคม 2018 ไปจนถึงจุดสูงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2021 ใช้เวลาราว 1062 วัน จากนั้นตลาดหมีลากยาวไปจนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2022 ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดต่ำของรอบ รวมระยะเวลาประมาณ 376 วัน ยาวกว่ารอบก่อนหน้าเพียง 13 วันเท่านั้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้สภาพแวดล้อมมหภาค องค์ประกอบของผู้เล่นในตลาด เงินทุนจากสถาบัน และปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ จะเปลี่ยนไปมาก แต่ ‘โครงสร้างด้านเวลา’ ของวัฏจักรกลับมีความคล้ายคลึงกันสูง ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่าตลาดบิตคอยน์ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยจังหวะเชิงวัฏจักรที่ค่อนข้างเสถียรในระดับหนึ่ง
เมื่อเรานำเกณฑ์เดียวกันมาปรับใช้กับรอบปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าจับตา หากนับจากจุดต่ำปี 2022 ไปจนถึงจุดสูงวันที่ 6 ตุลาคม 2025 จะกินเวลาราว 1051 วัน ใกล้เคียงกับสองรอบก่อนหน้าอย่างมาก
จากนั้นเมื่อนำ ‘ระยะเวลาเฉลี่ยของตลาดหมี’ ประมาณ 363–376 วันมาคำนวณต่อ ก็จะได้ว่า รอบขาลงปัจจุบันอาจสร้างจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ 4–17 ตุลาคม 2026 ตามโครงสร้างเวลาในอดีต
ตัวเลขเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ ‘การเล่นกับสถิติ’ แต่ถูกใช้เป็นหนึ่งในหลักฐานสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า ตลาดบิตคอยน์ยังคงมี ‘จังหวะวัฏจักร’ ที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่ในตัวเอง
อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์ลักษณะนี้ควรถูกมองเป็นเพียง ‘กรอบเวลาแห่งความเป็นไปได้’ ไม่ใช่คำทำนายที่แน่นอน จุดต่ำสุดของราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ในความเป็นจริงจะถูกกำหนดโดยหลายปัจจัย ทั้งสภาพคล่องโลก นโยบายดอกเบี้ย กระแสเงินทุนใน ETF ทิศทางกฎระเบียบ พฤติกรรมของนักขุด ระดับเลเวอเรจในระบบ ไปจนถึงภาวะความเสี่ยงที่นักลงทุนทั่วโลกยอมรับได้
หากเกิดช็อกทางเศรษฐกิจระดับมหภาคขึ้นมา การร่วงลงของราคาก็อาจเร่งตัวและกระชากลงแรงกว่าที่กรอบเวลากล่าวไว้ ตรงกันข้าม หากกระแสเงินทุนจากสถาบันไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แรงซื้อก็อาจช่วยให้ช่วงปรับฐานครั้งนี้สั้นลงกว่าที่สถิติย้อนหลังบ่งชี้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ข้อมูลในอดีตก็อย่างน้อยช่วยสร้าง ‘เส้นฐาน’ ให้กับนักลงทุนได้ หากตลาดสร้างจุดสูงสำคัญในเดือนตุลาคม 2025 จริง ตามรูปแบบเดิมๆ จุดต่ำสุดของรอบก็มักไม่ได้ถูกสร้างทันที แต่จะตามมาด้วยช่วงปรับฐานครั้งใหญ่หลายเดือน พร้อมภาวะ ‘เทขายแบบตื่นตระหนก’ ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัว
สุดท้ายแล้ว ช่วงเวลาที่ตลาดควรจับตาเป็นพิเศษจึงหนีไม่พ้น ‘ตุลาคม 2026’ เพราะไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนปฏิทิน แต่คือช่วงเวลาที่มีโอกาสสูงที่ ‘วัฏจักรของบิตคอยน์’ จะกลับตัวอีกครั้ง และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรอบใหม่สำหรับนักลงทุนที่มองเกมในระยะยาว
ความคิดเห็น 0