หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐฯ เริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ‘CLARITY Act’ จากเดิมที่คัดค้านอย่างชัดเจน สู่การ ‘สนับสนุน’ และ ‘วางตัวเป็นกลาง’ ส่งสัญญาณว่าการผลักดัน *CLARITY Act* ในวุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเจรจาทางการเมืองอย่างจริงจัง และอาจกลายเป็นภารกิจเชิงนโยบายที่มีโอกาสผ่านได้จริงในสภา
เมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) สมาคมผู้บริหารหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายผิวสีแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NOBLE ได้ส่งจดหมายถึงผู้นำเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ได้แก่ จอห์น ทูน และ ชัก ชูเมอร์ แสดงจุดยืน ‘สนับสนุน’ กฎหมาย *CLARITY Act* อย่างเป็นทางการ ต่อมาเมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) สมาคมนายอำเภอเคาน์ตีหลักของสหรัฐฯ (Major County Sheriffs of America: MCSA) ก็ประกาศถอนการคัดค้านเดิม และขยับมาอยู่ในจุดยืน ‘เป็นกลาง’ ต่อร่างกฎหมายเดียวกัน
เพียงในช่วงเวลา 72 ชั่วโมง สององค์กรหลักด้านการบังคับใช้กฎหมายที่มีน้ำหนักทางการเมือง ได้ขยับท่าทีต่อ *CLARITY Act* ไปในทิศทางที่ลดแรงปะทะต่อการออกกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ ‘ความคิดเห็น’ การเคลื่อนไหวลักษณะนี้จึงถูกมองว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการประสานงานเชิงกลยุทธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปูทางให้ร่างกฎหมายเดินหน้าสู่การลงมติจริงในวุฒิสภา
ในจดหมายดังกล่าว NOBLE อธิบายเหตุผลหลักที่สนับสนุน *CLARITY Act* ไว้อย่างชัดเจน โดยชู 4 แกนสำคัญของร่างกฎหมาย ได้แก่
- การขยายภาระหน้าที่กำกับดูแลต่อธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
- การเสริมความแข็งแกร่งของอำนาจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
- การเพิ่มข้อกำหนดด้านความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
- การกำกับดูแล ‘ตู้คีออสก์สินทรัพย์ดิจิทัล’ หรือจุดให้บริการเปลี่ยนคริปโตอัตโนมัติ
ประเด็นที่ NOBLE เน้นย้ำเป็นพิเศษ คือการตอบโต้ข้อกังวลเรื่อง ‘ช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย’ หลังการบังคับใช้ *CLARITY Act* โดยองค์กรยืนยันว่าอำนาจทางอาญาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปราม ‘การฟอกเงิน การโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต การสมคบคิด การสนับสนุนการกระทำผิด และการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร’ จะยังคงใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ได้ถูกจำกัดหรือลดทอนลง
จุดยืนนี้เท่ากับเป็นการปฏิเสธโดยตรงต่อเสียงวิจารณ์ในช่วงร่างแรกของ *CLARITY Act* ที่มองว่ากฎหมายอาจทำให้การปราบปราม ‘การเงินผิดกฎหมายผ่านคริปโต’ อ่อนแรงลง ‘ความคิดเห็น’ สำหรับฝ่ายการเมืองที่กังวลเรื่องอาชญากรรมทางการเงิน นี่คือข้อความที่ช่วยลดแรงต้านได้มาก
กลุ่มเคลื่อนไหวเชิงนโยบายด้านคริปโตอย่าง ‘Stand With Crypto’ ซึ่งอ้างว่ามีผู้สนับสนุนมากกว่า 2.6 ล้านคนในสหรัฐฯ ระบุว่า NOBLE เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายรายใหญ่รายแรกที่ออกมาสนับสนุน *CLARITY Act* อย่างเปิดเผย การสนับสนุนจากฝั่งที่เน้นความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายเช่นนี้ ยังช่วยลดแรงกดดันต่อสมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตที่มักยึดจุดยืนเข้มงวดต่อการกำกับดูแลตลาดคริปโตมาโดยตลอด
ขณะที่สมาคมนายอำเภอเคาน์ตีหลักของสหรัฐฯ (MCSA) เลือกเส้นทางที่ต่างออกไปเล็กน้อย โดยจุดเปลี่ยนสำคัญมาจากการตีความและทำความเข้าใจเชิงลึกต่อ ‘มาตรา 604’ (Section 604) ภายในร่าง *CLARITY Act* มาตราดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นส่วนที่ว่าด้วย ‘ความชัดเจนด้านกฎระเบียบของบล็อกเชน’ โดยเฉพาะเรื่อง ‘การจำกัดความรับผิดทางกฎหมาย’ สำหรับนักพัฒนาและผู้ให้บริการที่ไม่ได้ถือครองหรือควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าโดยตรง
MCSA ระบุว่าหลังจากมีการพิจารณารายละเอียดของมาตรา 604 เพิ่มเติม รวมถึงรับฟังท่าทีและคำอธิบายจากฝั่งภาครัฐ จึงตัดสินใจปรับจุดยืนจาก ‘คัดค้าน’ มาเป็น ‘เป็นกลาง’ อย่างไรก็ตาม องค์กรยังไม่ถึงขั้นประกาศสนับสนุนอย่างเต็มตัว โดยชี้ว่ายังต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถ ‘ตอบโจทย์ความต้องการด้านการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่’ ควบคู่กับการสนับสนุน ‘นวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ’
แม้จะไม่ได้หันมาสนับสนุนเต็มที่ แต่การที่ ‘เสียงคัดค้านอย่างเป็นทางการ’ จากองค์กรบังคับใช้กฎหมายรายใหญ่หายไป ถือว่ามีน้ำหนักทางการเมืองค่อนข้างสูง เพราะในการผลักดัน *CLARITY Act* ผ่านวุฒิสภาสหรัฐฯ จำเป็นต้องใช้เสียงเห็นชอบอย่างน้อย 60 เสียง การที่องค์กรซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประชากรจำนวนมากอย่าง MCSA ถอนการคัดค้าน จึงช่วยลดภาระเชิงกระบวนการและแรงปะทะจากฝ่ายความมั่นคงลงอย่างชัดเจน
ภาพรวมของการเปลี่ยนท่าทีแบบต่อเนื่องจากทั้ง NOBLE และ MCSA สะท้อนว่า *CLARITY Act* ไม่ได้เป็นแค่ร่างกฎหมายที่ใช้ถกเถียงเชิงหลักการอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ช่วง ‘ต่อรองเพื่อการลงมติจริง’ ภายในวุฒิสภา การปรับข้อกังวลของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้เบาบางลงแล้ว ทำให้จากนี้ไป ‘การนับคะแนนเสียง’ และ ‘การแลกเปลี่ยนทางการเมือง’ ภายในสภาจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางของ *CLARITY Act* ว่าจะกลายเป็นกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับสำคัญของสหรัฐฯ หรือจะถูกชะลอออกไปอีกระยะหนึ่งในสนามการเมืองวอชิงตันต่อไป
ความคิดเห็น 0