Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ดีลออปชันยักษ์ ‘ลองสเตรดเดิล’ อีเธอเรียม(ETH) 28 ล้านดอลลาร์ ส่งสัญญาณ ‘ความผันผวน’ กำลังปะทุ

ตลาดออปชัน ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ตรวจพบดีลขนาดใหญ่ที่เดิมพันกับ ‘ความผันผวน’ ของราคาโดยตรง ไม่ได้สนใจทิศทางว่าจะขึ้นหรือลง ตราบใดที่ราคาแกว่งแรงก็มีโอกาสทำกำไร กลยุทธ์ลักษณะนี้มักถูกมองเป็นสัญญาณว่า ‘ความเคลื่อนไหว’ ของตลาดในระยะสั้นอาจขยายตัวขึ้น

ดีลดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ ‘ลองสเตรดเดิล(long straddle)’ ใช้ออปชันที่มีกำหนดหมดอายุวันที่ 24 กรกฎาคม ราคาใช้สิทธิอยู่ที่ 1,875 ดอลลาร์ ฝั่งคอลออปชัน 7,500 สัญญา และพุทออปชัน 7,500 สัญญา รวมทั้งสิ้น 1.5 หมื่นสัญญา ปัจจุบัน ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ซื้อขายราว 1,825 ดอลลาร์ หลังจากเพิ่งทะลุ 1,900 ดอลลาร์ไปไม่นาน ก่อนร่วงลงไปบริเวณ 1,500 ดอลลาร์ช่วงปลายมิถุนายน สะท้อนภาพ ‘ความผันผวน’ ที่เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

ในเชิงโครงสร้าง ‘สเตรดเดิล’ คือการวางเดิมพันทั้งฝั่งขึ้นและฝั่งลงพร้อมกัน สื่อความหมายว่า “ไม่รู้ทิศทาง แต่มั่นใจว่าจะมีการแกว่งตัวครั้งใหญ่” ดังนั้นดีลขนาดนี้จึงสะท้อนความเชื่อมั่นค่อนข้างสูงว่าภายในเวลาราวหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ราคาของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ มีโอกาสหลุดกรอบปัจจุบันไปแบบแรงๆ ไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบ

ปรากฏการณ์นี้ยังชี้ให้เห็นว่าผู้เล่นในตลาดคริปโตไม่ได้โฟกัสแค่การเปิด ‘ลอง’ หรือ ‘ชอร์ต’ อีกต่อไป แต่เริ่มมอง ‘ความผันผวน’ เป็นสินทรัพย์ให้ลงทุนโดยเฉพาะ ‘ความคิดเห็น’ กลยุทธ์ที่ใช้ค่า ‘เวกา(vega)’ และ ‘แกมมา(gamma)’ สูงๆ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากให้น้ำหนักกับ “ขนาดการเคลื่อนไหวของราคา” มากกว่าการคาดเดาทิศทางตรงๆ

ด้านขนาดดีล มูลค่าเชิงหน้า (notional) อยู่ราว 28 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 415 ล้านบาท คิดจากสัญญา 1 ฉบับเท่ากับ 1 ETH รวม 1.5 หมื่น ETH แต่จำนวนเงินที่นักลงทุนจ่ายจริงคือ ‘พรีเมียมออปชัน’ ประมาณ 8.52 แสนดอลลาร์ หรือราว 12.6 ล้านบาท ซึ่งจะกลายเป็น ‘ขีดจำกัดขาดทุนสูงสุด’ ของดีลนี้ หากราคาของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เคลื่อนไหวแคบๆ ไม่ไปไหนจนถึงวันหมดอายุ มูลค่าเวลา(time decay) ของออปชันอาจค่อยๆ หายไป และพรีเมียมนี้อาจสูญหายทั้งหมด

ในทางกลับกัน โครงสร้างผลตอบแทนของสเตรดเดิลเปิดโอกาสให้ ‘กำไรเป็นทฤษฎีแบบไม่จำกัด’ เพราะหากราคาพุ่งขึ้นแรง ฝั่งคอลออปชันจะบวมค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่หากร่วงหนัก ฝั่งพุทออปชันก็จะทะยานขึ้นมาทดแทน ทำให้ด้านบนของโพรไฟล์ผลตอบแทนเหมือนถูกยืดออกไปเรื่อยๆ ตาม ‘ความผันผวน’ ของราคา

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์นี้ก็เป็น ‘ดาบสองคม’ เพราะมีทั้งต้นทุนเริ่มต้นสูงและความเสี่ยงจาก ‘การลดลงของมูลค่าตามเวลา (theta decay)’ เมื่อใดก็ตามที่ตลาดเงียบสงบ ยิ่งเวลาผ่านไป มูลค่าออปชันจะยิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว หาก ‘ความผันผวน’ มาช้ากว่าที่คาด หรือไม่แรงพอที่จะชดเชยพรีเมียมที่จ่ายไป นักลงทุนก็มีโอกาสขาดทุนสูง

ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์เตือนว่าการเทรดแบบเน้น ‘ความผันผวน’ ต้องอาศัยทั้งการจัดการความเสี่ยงขั้นสูงและความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างออปชัน ‘ความคิดเห็น’ แม้จะเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนก้อนโต แต่ถ้าออกแบบพอร์ตหรือจังหวะเข้าตลาดพลาด การสูญเสียเงินทุนก็อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

สรุปแล้ว ดีล ‘ลองสเตรดเดิล’ ขนาดใหญ่ในตลาดออปชันของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ครั้งนี้ ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่าช่วง ‘ตลาดนิ่ง’ กำลังจะสิ้นสุดลง ความสนใจของนักลงทุนเริ่มหันจากการคาดเดาทิศทางราคา มาสู่การเก็งกำไรจาก ‘ความผันผวน’ โดยตรง ทำให้ทิศทางต่อไปของราคาอีเธอเรียม รวมถึงระดับความแรงของการแกว่งตัว กลายเป็นประเด็นหลักที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1