เฮเดรา(HBAR) เดินหน้ารุกตลาดสถาบัน จับมือแพลตฟอร์มคัสโตดีระดับสถาบัน ‘ยูทิลา(Utila)’ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการเก็บรักษาและการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลขององค์กร ช่วยเพิ่มการเข้าถึง ‘เฮเดรา(HBAR)’ และสินทรัพย์บน ‘เฮเดรา โทเค็น เซอร์วิส(HTS)’ ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เน้นทั้ง ‘ความปลอดภัย’ และ ‘การควบคุม’ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยอมรับของภาคธุรกิจขนาดใหญ่
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph เฮเดราได้รวมระบบกับยูทิลาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การจัดการ HBAR และโทเค็นที่ออกบน HTS ทำได้อย่างปลอดภัยและเป็นมาตรฐานมากขึ้น ยูทิลาเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านกระเป๋าเงินและการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน สามารถระดมทุนได้ 51.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการประมวลผลธุรกรรมรวมแล้วมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จุดเด่นคือกระเป๋าเงินแบบการคำนวณหลายฝ่าย (MPC), ระบบกำหนดนโยบายการใช้งาน และ API สำหรับองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับกรอบ ‘คอมพลายแอนซ์’ ที่สถาบันการเงินรายใหญ่ต้องการ
การจับมือครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับโครงการทดลองเงินดิจิทัลของธนาคารกลางออสเตรเลียภายใต้ชื่อ ‘โปรเจกต์ อาคาเซีย(Project Acacia)’ โดยยูทิลาเข้าร่วมเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลัก ร่วมกับ แฮชกราฟ และ แฮชสเฟียร์ โปรเจกต์ดังกล่าวดำเนินงานบนเครือข่ายส่วนตัวที่ใช้เทคโนโลยีของเฮเดรา เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่ภาครัฐและสถาบันการเงินใช้ทดสอบศักยภาพการประยุกต์ใช้บล็อกเชนในระบบการเงินจริง
ด้านข้อมูลบนเชนสะท้อนภาพการเติบโตของเฮเดราอย่างชัดเจน ปริมาณธุรกรรมสะสมเข้าใกล้ระดับ 7.2 หมื่นล้านรายการ ซึ่งไม่ใช่เพียงกิจกรรมชั่วครั้งชั่วคราว แต่บ่งชี้ว่า ‘การใช้งานจริง’ บนเครือข่ายกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า เมื่อการเติบโตเชิงตัวเลขนี้ถูกหนุนด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับสถาบันอย่างยูทิลา ความได้เปรียบในการแข่งขันของเฮเดราในตลาดองค์กรจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น
ท้ายที่สุด การยอมรับเฮเดราในภาคธุรกิจไม่ได้หยุดอยู่ที่การประกาศหรือโรดแมป แต่เริ่มถูกพิสูจน์ผ่าน ‘ตัวเลข’ และ ‘เคสการใช้งาน’ จริง การเชื่อมต่อกับยูทิลา และการเข้าไปมีบทบาทในโปรเจกต์การเงินระดับชาติอย่างโปรเจกต์ อาคาเซีย มีแนวโน้มจะกระตุ้นความต้องการจากสถาบันต่อสินทรัพย์อย่าง ‘เฮเดรา(HBAR)’ และโทเค็นบน ‘HTS’ ให้โดดเด่นมากขึ้นในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0