เบสเทน(Baseten) สตาร์ทอัพผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม AI Inference ระดมทุนรอบซีรีส์ F มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัท (Valuation) พุ่งแตะ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับรอบซีรีส์ E เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยอดระดมทุนเพิ่มขึ้น 5 เท่า ขณะที่มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 2.6 เท่า
เบสเทนเปิดเผยผ่านบล็อกทางการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน (เวลาท้องถิ่น) ว่า อัลติมิเตอร์ แคปิตอล(Altimeter Capital) คอนวิกชัน พาร์ทเนอร์ส(Conviction Partners) และสปาร์ค แคปิตอล(Spark Capital) เป็นผู้นำการลงทุนในรอบนี้ ส่วนแซนด์ส แคปิตอล(Sands Capital) และเวลลิงตัน แมนเนจเมนท์(Wellington Management) ร่วมลงทุนในฐานะผู้ร่วมลงทุน
นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี เวนเจอร์ส(Battery Ventures) แบล็คเบิร์ด(Blackbird) ดี ชอว์ เวนเจอร์ส(Dee Shaw Ventures) ดูราเบิล แคปิตอล พาร์ทเนอร์ส(Durable Capital Partners) เกรย์ล็อค(Greylock) ไอวีพี(IVP) เวอริไฟด์ แคปิตอล(Verified Capital) และ 01A เข้าร่วมลงทุนในรอบนี้ด้วย
ซีรีส์ F เป็นการระดมทุนต่อเนื่องจากซีรีส์ E มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ ที่ประกาศเมื่อวันที่ 23 มกราคม (เวลาท้องถิ่น) ซึ่งตอนนั้นเบสเทนได้รับการประเมินมูลค่าบริษัทที่ 5 พันล้านดอลลาร์ และมียอดระดมทุนสะสมอยู่ที่ 585 ล้านดอลลาร์
ในรอบซีรีส์ E ไอวีพีและแคปิตอลจี(CapitalG) เป็นผู้นำการลงทุน โดยมีเอ็นวิเดีย($NVDA) อัลติมิเตอร์ แบตเตอรี เวนเจอร์ส บอนด์(BOND) และเกรย์ล็อค เข้าร่วมด้วยเช่นกัน
เบสเทนให้บริการแพลตฟอร์ม AI Inference ที่ช่วยให้องค์กรต่างๆ นำโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงไปใช้งานจริงและดูแลระบบให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง โดย ‘Inference’ คือขั้นตอนที่โมเดล AI ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาแล้วนำมาประมวลผลคำขอของผู้ใช้และสร้างคำตอบออกมา
ทุกครั้งที่แชทบอท เครื่องมือช่วยเขียนโค้ด หรือระบบจัดการเอกสารทางการแพทย์ทำงาน จะเกิดการประมวลผล Inference ขึ้นเบื้องหลัง และในกระบวนการให้บริการ AI นั้น ความสามารถในการบริหารความเร็วตอบสนอง ความเสถียร และต้นทุนการใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ถือเป็นปัจจัยสำคัญ
ตูฮิน ศรีวัสตาวา(Tuhin Srivastava) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเบสเทน กล่าวว่า “แอปพลิเคชัน AI ที่มีศักยภาพทุกตัวล้วนต้องพึ่งพาระบบ Inference ที่รวดเร็ว เสถียร และคุ้มค่าต้นทุน” ความคิดเห็นนี้สะท้อนว่านอกจากการพัฒนาโมเดล AI แล้ว โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
เบสเทนระบุในการประกาศระดมทุนรอบซีรีส์ F ว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมารายได้ของบริษัทเติบโตขึ้น 20 เท่า ขณะที่ปริมาณการใช้งาน Inference เพิ่มขึ้น 40 เท่า ตัวเลขทั้งสองเป็นข้อมูลผลประกอบการและปริมาณการใช้งานที่บริษัทเปิดเผยเอง
เอ็นวิเดียระบุในกรณีศึกษา(Case Study) ว่า เบสเทนใช้ GPU และเทคโนโลยี TensorRT-LLM ของตนในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI Inference ท่ามกลางสัดส่วนรายได้ 92% ของเอ็นวิเดียที่มาจากศูนย์ข้อมูล การระดมทุนครั้งนี้ของเบสเทนจึงถูกมองว่าเป็นตัวอย่างที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างซอฟต์แวร์ AI Inference กับระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์
อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าบริษัทต้องพิจารณาเงื่อนไขของนักลงทุนแต่ละรายประกอบด้วย เทคครันช์(TechCrunch) รายงานว่า นักลงทุนบางรายเข้าร่วมโดยอ้างอิงมูลค่าบริษัทที่ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนอ้างอิงที่ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนแบบแบ่งระดับราคา (Split-Price Round)
ทั้งนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการระดมทุนและผลิตภัณฑ์ของเบสเทนกับคริปโตหรือบล็อกเชนแต่อย่างใด แม้การแพร่หลายของโมเดล AI จีนกำลังจุดประเด็นถกเถียงเรื่อง AI แบบกระจายศูนย์และเอเจนต์บนเชน แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ระบุว่าการระดมทุนครั้งนี้ส่งผลต่อโทเคนหรือโปรเจกต์บล็อกเชนใดเป็นการเฉพาะ
ความคิดเห็น 0