OranjeBTC บริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีสัญชาติบราซิล เตรียมนำ 'Digital Yield ETF' หรือ DIGY11 กองทุนที่ลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทในระบบนิเวศบิตคอยน์(BTC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ B3 ของบราซิลช่วงต้นเดือนกันยายนนี้
Livecoins รายงานว่า OranjeBTC ประกาศแผนเปิดตัว DIGY11 อย่างเป็นทางการ ขณะที่ Wu Blockchain เผยแพร่ข้อมูลชุดเดียวกันเมื่อเวลา 13.05 น. (เวลาเกาหลีใต้) ของวันที่ 13 เช่นกัน
สินทรัพย์ที่ DIGY11 จะบรรจุเข้ากองทุนในช่วงแรกคือ STRC ของสแตรทิจี(Strategy, MSTR) และ SATA ของสไตรฟ์(Strive) โดยตัวกองทุนเองไม่ได้ถือบิตคอยน์โดยตรง แต่ลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิที่บริษัทผู้ถือครองบิตคอยน์เป็นผู้ออก
OranjeBTC ระบุว่า DIGY11 จะจ่ายผลตอบแทนเป็นรายเดือนในสกุลเรียล มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และให้สภาพคล่องรายวัน บริษัทประเมินว่าอัตราผลตอบแทนแบบปีต่อปีภายใต้เงื่อนไขตลาดปัจจุบันจะอยู่ที่ระดับอัตราดอกเบี้ย CDI ของบราซิลบวกเพิ่มอีก 3-5 จุดเปอร์เซ็นต์
CDI คือดัชนีที่ตลาดการเงินบราซิลใช้เป็น 'เกณฑ์อ้างอิง' อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น การที่ DIGY11 เลือกเทียบผลตอบแทนกับ CDI แทนที่จะพูดถึงราคาบิตคอยน์โดยตรง สะท้อนว่าจุดขายของกองทุนนี้อยู่ที่กระแสเงินสดและโครงสร้างการจ่ายผลตอบแทนจากหุ้นบุริมสิทธิ มากกว่าการไล่ตามราคาบิตคอยน์
โครงสร้างของ DIGY11 จึงต่างจาก ETF บิตคอยน์แบบ spot อย่างชัดเจน ETF สปอตให้นักลงทุนรับความเสี่ยงราคาบิตคอยน์โดยตรง แต่ DIGY11 เน้นผลตอบแทนและสภาพคล่องที่ผูกกับหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรอง
เพราะสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นบุริมสิทธิ ปัจจัยที่กำหนดความผันผวนของราคาจึงไม่ได้มีแค่ราคาบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว โครงสร้างทางการเงินของบริษัทผู้ออกหุ้น นโยบายจ่ายเงินปันผล และสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นบุริมสิทธินั้นๆ ล้วนมีผลร่วมด้วย
OranjeBTC จดทะเบียนในตลาด B3 ของบราซิลภายใต้สัญลักษณ์ OBTC3 บริษัทระบุกิจกรรมหลักไว้สองด้านคือบริการด้านการศึกษาและการลงทุนบิตคอยน์ด้วยเงินทุนของบริษัทเอง และบนหน้าข้อมูลนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทเอง ยังระบุว่าตนเป็น 'บริษัทมหาชนแห่งแรกในลาตินอเมริกาที่ทุ่มเทให้กับบิตคอยน์โดยเฉพาะ'
สำหรับผู้อ่านในไทย จุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจอยู่ที่กลยุทธ์บิตคอยน์เทรเชอรีของสไตรฟ์และสแตรทิจี ที่ผ่านมาสไตรฟ์เปิดเผยยอดถือครองบิตคอยน์พร้อมตัวชี้วัดบิตคอยน์ต่อหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า สไตรฟ์อธิบายผลตอบแทนบิตคอยน์ผ่านอัตราการเปลี่ยนแปลงของบิตคอยน์ต่อหุ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
TokenPost ยังเคยรายงานด้วยว่า สไตรฟ์ซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 147 BTC ระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม ทำให้ยอดถือครองรวมขยับขึ้นเป็น 20,167 BTC การเปลี่ยนแปลงยอดถือครองและโครงสร้างเงินทุนของบริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีเหล่านี้ คือฐานตรรกะที่ผลิตภัณฑ์การเงินอย่าง DIGY11 นำไปต่อยอด
DIGY11 ระบุชัดว่าจะใช้ STRC ของสแตรทิจีและ SATA ของสไตรฟ์เป็นสินทรัพย์หลักในช่วงเริ่มต้น ทั้งสองตัวไม่ใช่บิตคอยน์สปอต แต่เป็นหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์บิตคอยน์เทรเชอรี ซึ่งถือเป็นแกนหลักของโครงสร้างผลิตภัณฑ์นี้
พูดให้ชัดอีกครั้ง กองทุนนี้ไม่ได้ลงทุนในบิตคอยน์โดยตรง แต่ใช้ประโยชน์จากลักษณะด้านเครดิตและการจ่ายผลตอบแทนของหุ้นบุริมสิทธิที่บริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีเป็นผู้ออก ซึ่งต่างจากการถือบิตคอยน์สปอตโดยสิ้นเชิง
สำหรับนักลงทุนบราซิล จุดเด่นคือสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์จ่ายผลตอบแทนที่อิงหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทในกลุ่มนี้ได้ โดยไม่ต้องถือบิตคอยน์เอง แต่เพราะโครงสร้างเป็นการรับความเสี่ยงทางอ้อม จึงยังนำไปเทียบเป็นสินค้าที่ไล่ตามราคาบิตคอยน์แบบเดียวกับ ETF สปอตไม่ได้
ส่วนวันที่จดทะเบียนจริง สัดส่วนสินทรัพย์ขั้นสุดท้าย และค่าธรรมเนียมบริหารกองทุนของ DIGY11 ต้องรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจาก OranjeBTC ต่อไป
ความคิดเห็น 0