มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (Mitsubishi UFJ Financial Group หรือ MUFG) เริ่มโครงการพิสูจน์แนวคิด (PoC) เพื่อประมวลผลธุรกรรมเรโป (repo) ของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นบนบล็อกเชน โดยเชื่อมการโอนสิทธิ์พันธบัตรกับการชำระเงินด้วยเงินดิจิทัลให้อยู่ในกระบวนการเดียวกัน หวังลดระยะเวลาการชำระธุรกรรมเรโปลง
MUFG ระบุในแถลงการณ์ว่า จะร่วมกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ซีเคียวริตีส์ (Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities), มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ทรัสต์ แบงก์ (Mitsubishi UFJ Trust and Banking), ธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (MUFG Bank), Digital Asset และ Progmat เปิดตัวโครงการพิสูจน์แนวคิดสำหรับธุรกรรมเรโปพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นบนเครือข่ายแคนตัน (Canton Network) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่ออกแบบมาสำหรับภาคการเงินสถาบันโดยเฉพาะ
ธุรกรรมเรโปคือการกู้ยืมเงินระยะสั้นโดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันแล้วซื้อคืนภายหลัง พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นมีความน่าเชื่อถือและสภาพคล่องสูง จึงถูกใช้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันของผู้เล่นในตลาดทั้งในและนอกญี่ปุ่น
MUFG ระบุว่า การชำระเงินแบบเดิมมักใช้เวลา 1-3 วัน ขณะที่การทดสอบครั้งนี้มุ่งตรวจสอบความเป็นไปได้ของการชำระเงินแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ จะช่วยลดปริมาณหลักประกันและเงินสดที่ถูกตรึงไว้ระหว่างรอการชำระเงินได้หรือไม่
ขอบเขตของการทดสอบแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ △การชำระเงินพร้อมส่งมอบ (DvP) แบบออนเชนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นกับเงินดิจิทัล และ △การนำวงจรชีวิตทั้งหมดของธุรกรรมเรโปขึ้นบนบล็อกเชน โดย DvP เป็นวิธีประมวลผลการส่งมอบหลักทรัพย์และการชำระเงินไปพร้อมกัน เพื่อลดความเสี่ยงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะโอนสินทรัพย์ไปโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน
MUFG กำลังพิจารณาเชื่อมโยงบล็อกเชนเข้ากับสมุดบัญชีชำระหนี้ทดแทนพันธบัตรของสถาบันดูแลบัญชี โดยยังคงสถานะทางกฎหมายเดิมของพันธบัตรไว้ ส่วนเครื่องมือชำระเงินที่มีการพูดถึงคือเงินฝากที่แปลงเป็นโทเคน (tokenized deposit) และสเตเบิลคอยน์ (stablecoin)
ในขั้นตอนการนำวงจรชีวิตธุรกรรมเรโปขึ้นบล็อกเชน จะใช้โปรโตคอลการปล่อยกู้ของ Secured Finance AG บริษัทโครงสร้างพื้นฐานการเงินออนเชนจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะทำให้ธุรกรรมเงินกู้ที่มีหลักประกันทำงานอัตโนมัติผ่านสมาร์ทคอนแทรกต์
โครงการนี้ต่อยอดจากรายงานก่อนหน้านี้ของ TokenPost เกี่ยวกับการผลักดันระบบชำระเงินพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นบนบล็อกเชนของ MUFG ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการเชื่อมโยงการโอนสิทธิ์พันธบัตรกับการชำระเงิน
การประกาศครั้งนี้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น ทั้งกลุ่มผู้ร่วมทดสอบ ขอบเขตการใช้เครือข่ายแคนตัน และโครงสร้างการทำงานอัตโนมัติของธุรกรรมเรโป สะท้อนว่าการทดลองชำระเงินพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังขยายจากการพิสูจน์การโอนสิทธิ์ธรรมดา ไปสู่ธุรกรรมการเงินที่มีหลักประกันระหว่างสถาบัน
ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน องค์กรหักบัญชีหลักทรัพย์ญี่ปุ่น (Japan Securities Clearing Corporation หรือ JSCC) ร่วมกับมิซูโฮ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (Mizuho Financial Group), โนมูระ โฮลดิ้งส์ (Nomura Holdings) และ Digital Asset เริ่มทดสอบระบบบริหารหลักประกันดิจิทัลสำหรับพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นบนเครือข่ายแคนตันเช่นกัน โดยเป็นการตรวจสอบทั้งด้านกฎหมายและปฏิบัติการว่า การโอนสิทธิ์และการปรับปรุงสมุดบัญชีที่ต้องผ่านสถาบันดูแลบัญชีหลายแห่งสามารถประมวลผลบนบล็อกเชนได้หรือไม่
การทดสอบของ MUFG ครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในชุดโครงการที่ได้รับเลือกให้อยู่ภายใต้ 'โครงการยกระดับการชำระเงิน' ของสำนักงานบริการทางการเงินญี่ปุ่น (Financial Services Agency หรือ FSA) ซึ่งทำงานร่วมกับภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับกระบวนการชำระเงินสินทรัพย์การเงินแบบดั้งเดิมด้วยเงินดิจิทัลและบล็อกเชน
ในต่างประเทศก็มีความเคลื่อนไหวลักษณะเดียวกัน โดย CoinDesk รายงานว่า เครือข่าย Kinexys ของเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ให้บริการธุรกรรมเรโปพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระหว่างวันมาตั้งแต่ปี 2020
ความคิดเห็น: ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้อ่านชาวไทยคือ สเตเบิลคอยน์และเงินฝากที่แปลงเป็นโทเคนกำลังถูกพิจารณาให้เป็นมากกว่าช่องทางชำระเงินทั่วไป แต่อาจกลายเป็นกลไกชำระธุรกรรมการเงินระดับสถาบันอย่างเรโปพันธบัตรรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต่อไปว่าการทดสอบเรโปพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นบนบล็อกเชนครั้งนี้จะพัฒนาไปสู่บริการเชิงพาณิชย์จริงหรือไม่ และจะส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงินในภูมิภาคอื่นอย่างไร ซึ่งยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม
MUFG ระบุว่า จะดำเนินการทดสอบและผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงในสังคมต่อไป โดยหารือร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง สถาบันการเงินทั้งในและนอกญี่ปุ่น รวมถึงมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley)
ความคิดเห็น 0