ทวิช(Twitch) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในเครืออเมซอน(AMZN) เพิ่มการตั้งค่าที่เปิดให้นำเนื้อหาในช่องของครีเอเตอร์ไปใช้ฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เชิงสร้างสรรค์ โดยจากภาพหน้าจอที่มีการยืนยัน พบว่าค่าเริ่มต้นของการตั้งค่านี้ถูก 'เปิด' ไว้ ครีเอเตอร์ต้องปิดเองจึงจะไม่ถูกนำเนื้อหาไปใช้ฝึกโมเดล
เทคครันช์ (TechCrunch) รายงานเมื่อวันที่ 13 เวลา 03:10 น. ตามเวลาประเทศไทย ว่าทวิชปรับค่าเริ่มต้นให้นำเนื้อหาของครีเอเตอร์ไปใช้ฝึกโมเดล AI เชิงสร้างสรรค์ของอเมซอน โดยทวิชเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสดที่อเมซอนเป็นเจ้าของ
การตั้งค่าใหม่นี้ใช้ชื่อว่า 'Training for Generative AI' อยู่ในแท็บความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ครอบคลุมเนื้อหาสตรีม วิดีโอตามคำขอ (VOD) คลิป แชท รวมถึงรูปภาพและข้อความในช่อง
ทวิชระบุว่า หากปิดการตั้งค่านี้ อเมซอนจะไม่นำเนื้อหาของช่องนั้นไปใช้ฝึกโมเดล AI ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างหรือสังเคราะห์ข้อความ เสียง ภาพ หรือวิดีโอในอนาคต ก่อนหน้านี้โทเคนโพสต์เคยรายงานว่า ทวิชแจ้งผู้ใช้ว่าสามารถปิดสวิตช์ดังกล่าวได้ในหน้าตั้งค่าช่อง
อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ปฏิเสธนี้ครอบคลุมเฉพาะการฝึก AI เชิงสร้างสรรค์เท่านั้น ฟีเจอร์ที่ใช้ AI อยู่แล้ว เช่น คำบรรยาย (Caption) ระบบแนะนำเนื้อหา AutoMod และระบบสนับสนุนการเติบโตและสร้างรายได้ให้สตรีมเมอร์ ยังคงทำงานตามปกติ
ข้อความแชทที่ผู้ใช้ทิ้งไว้ในช่องของผู้อื่นจะอยู่ภายใต้การตั้งค่าปฏิเสธของ 'เจ้าของช่องนั้น' ไม่ใช่การตั้งค่าของผู้พิมพ์แชท หมายความว่าหากครีเอเตอร์เจ้าของช่องไม่ปิดการตั้งค่าของตัวเอง แชทและเนื้อหาที่หลงเหลือในช่องนั้นอาจถูกนำไปใช้ฝึก AI เชิงสร้างสรรค์ได้
ระบบ 'opt-out' คือรูปแบบที่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ต้องปฏิเสธเองจึงจะถูกยกเว้น ตรงข้ามกับ 'opt-in' ที่ผู้ใช้ต้องยินยอมก่อนจึงจะถูกนำไปใช้ ความขัดแย้งครั้งนี้จึงอยู่ที่ 'วิธีขอความยินยอม' มากกว่าตัวฟีเจอร์ AI เอง
ไมค์ มินตัน(Mike Minton) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของทวิช กล่าวในการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ เมื่อถูกถามว่าเหตุใดจึงตั้งค่าเริ่มต้นเป็น 'opt-out' แทนที่จะเป็น 'opt-in' ว่า "ถ้าเป็น opt-in ตั้งแต่แรก คงไม่มีใครกด opt-in เลย" คำพูดนี้ยิ่งจุดกระแสความไม่พอใจของครีเอเตอร์ต่อกระบวนการขอความยินยอม
แมรี คิช(Mary Kish) หัวหน้าฝ่ายชุมชนของทวิช กล่าวในการถ่ายทอดสดเดียวกันว่าเธอไม่คาดหวังว่าผู้ใช้จะยินดีหรือพอใจกับการตั้งค่านี้ ทั้งที่บริษัทตระหนักถึงกระแสต่อต้านที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังเลือกใช้วิธีอนุญาตเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งสะท้อนความไม่ไว้วางใจจากชุมชนผู้ใช้
ในช่องแชทของการถ่ายทอดสด มีข้อความต่อต้าน AI ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เทคครันช์ระบุว่าขณะนั้นมีผู้ชมการถ่ายทอดสดพร้อมกันราว 3,000 คน
บิสิเนสอินไซเดอร์ (Business Insider) รายงานว่าสตรีมเมอร์หลายรายแสดงความไม่พอใจต่อการนำเนื้อหาไปฝึก AI ของอเมซอนและวิธีตั้งค่าให้รวมเป็นค่าเริ่มต้น บนแพลตฟอร์ม X เนื่องจากการอ้างอิงโพสต์แต่ละรายการมีขอบเขตการยืนยันจำกัด บทความนี้จึงกล่าวถึงเพียงกระแสต่อต้านในภาพรวมของชุมชนสตรีมเมอร์
ดิ อินฟอร์เมชัน (The Information) รายงานว่าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มินตันเคยกล่าวว่าเนื้อหาของทวิชอาจมีบทบาทในการฝึก AI ของอเมซอน และปัจจุบันอเมซอนกำลังใช้ข้อมูลดังกล่าวในขั้นตอนการสร้างต้นแบบ (prototype) การตั้งค่าครั้งนี้จึงถูกตีความว่าเป็นการเปิดเผยทิศทางการใช้เนื้อหาบนแพลตฟอร์มผ่านหน้าตั้งค่าของผู้ใช้ มากกว่าจะเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
ยังไม่ชัดเจนว่าเนื้อหาที่มีอยู่ก่อนหน้าถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลแล้วหรือไม่ ก่อนการตั้งค่าใหม่นี้จะปรากฏขึ้น มินตันกล่าวว่าตัวเขาเองก็ไม่ทราบว่าอเมซอนใช้ข้อมูลใดบ้างในการฝึกโมเดล
อเมซอนเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่พัฒนาโมเดล AI ของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาการถ่ายทอดสดและแชทของทวิชไม่ได้เป็นเพียงบันทึกการรับชมทั่วไป แต่เป็นข้อมูลที่ผสมผสานทั้งวิดีโอ เสียง และข้อความแบบเรียลไทม์ ทำให้ประเด็นขอบเขตการนำเนื้อหาภายในแพลตฟอร์มไปใช้งานยังมีแนวโน้มเป็นที่ถกเถียงต่อไป
สำหรับครีเอเตอร์และผู้ประกอบการแพลตฟอร์มในไทย กรณีนี้สะท้อนคำถามสำคัญว่าผู้ให้บริการเนื้อหาสามารถควบคุมขอบเขตการใช้ข้อมูลและสิทธิ์ปฏิเสธได้มากน้อยเพียงใด ผู้ใช้ทวิชสามารถตรวจสอบการตั้งค่าการฝึก AI เชิงสร้างสรรค์ได้ด้วยตนเองที่แท็บความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของช่อง
ความคิดเห็น 0