ฮ่องกงเปิดเผยว่าความเสียหายจากคดีหลอกลวงต่างๆ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้อยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยคดีหลอกลวงด้าน 'การลงทุน' มีสัดส่วนเพียงราว 1 ใน 10 ของคดีทั้งหมด แต่สร้างความเสียหายสูงถึง 1,660 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
ตำรวจฮ่องกงระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีการแจ้งความคดีหลอกลวงประเภทต่างๆ รวม 20,613 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดีหลอกลวงด้านการลงทุน 2,151 คดี
แม้จำนวนคดีหลอกลวงด้านการลงทุนจะไม่มากเมื่อเทียบกับคดีทั้งหมด แต่หากดูจากมูลค่าความเสียหาย คดีประเภทนี้กลับคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของความเสียหายจากการหลอกลวงทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความเสียหายเฉลี่ยต่อคดีของการหลอกลวงด้านการลงทุนอยู่ในระดับที่สูงกว่าคดีหลอกลวงประเภทอื่นอย่างชัดเจน
ในจำนวนนี้ มีคดีหลอกลวงด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ 'คริปโต' โดยตรงอยู่หนึ่งคดี ผู้เสียหายถูกชักชวนให้ลงทุนและโอนคริปโตไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่อีกฝ่ายเป็นผู้กำหนด ก่อนจะพบว่าไม่สามารถถอนสินทรัพย์ออกมาได้ และรู้ตัวว่าถูกหลอกในเวลาต่อมา
คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายราว 84 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยผู้เสียหายโอนคริปโตไปยังกระเป๋าเงินที่อีกฝ่ายระบุ แล้วไม่สามารถถอนสินทรัพย์คืนได้
แม้ฮ่องกงจะเดินหน้าปรับปรุงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากการหลอกลวงนักลงทุนรายย่อยนอกระบบกำกับดูแลยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะรูปแบบที่ให้โอนสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าเงินที่อีกฝ่ายกำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายแล้วมักติดตามและเรียกคืนได้ยาก
คดี เจเพ็กซ์(JPEX) ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยตำรวจฮ่องกงระบุว่าคดีนี้มีผู้เสียหายราว 2,800 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
นับตั้งแต่ปี 2023 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ต้องหาในคดีเจเพ็กซ์ไปแล้ว 81 ราย ในจำนวนนี้ 29 รายถูกตั้งข้อหาสมคบคิดฉ้อโกง ฟอกเงิน และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
คดีเจเพ็กซ์ถือเป็นหนึ่งในคดีหลอกลวงขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของฮ่องกง เมื่อคดีขยายวงกว้างขึ้น ก็ยิ่งเผยให้เห็นปัญหาของแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาต การซื้อขายนอกตลาด และการชักชวนลงทุนผ่านการโฆษณาออนไลน์
คดีหลอกลวงด้านการลงทุนคริปโตมักขยายตัวผ่านการผสมผสานระหว่างการโฆษณาออนไลน์กับการขอให้โอนเงินระหว่างบุคคลโดยตรง จุดอ่อนสำคัญคือผู้เสียหายมักตรวจสอบใบอนุญาตของแพลตฟอร์มได้ยาก หรือเมื่อเงินลงทุนถูกโอนเข้ากระเป๋าส่วนบุคคลแทนที่จะเป็นบัญชีของศูนย์ซื้อขาย ก็จะยิ่งได้รับความคุ้มครองน้อยลง
ที่ฮ่องกง ยังพบคดีหลอกลวงโดยอ้างการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดขึ้นต่อเนื่องตามที่โทเคนโพสต์เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกง(SFC) เคยออกคำเตือนเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่แอบอ้างเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตด้วยเช่นกัน
บทเรียนจากกรณีนี้มีความหมายต่อนักลงทุนไทยเช่นกัน ข้อเสนอการลงทุนที่ต้องโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศหรือกระเป๋าเงินส่วนบุคคล มีโครงสร้างการคุ้มครองที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์การเงินในระบบกำกับดูแลของไทยอย่างชัดเจน
หัวใจสำคัญของการป้องกันความเสียหายคือการตรวจสอบตัวตนของคู่สัญญาและแพลตฟอร์มก่อนโอนเงินทุกครั้ง หากใบอนุญาต เงื่อนไขการถอนเงิน หรือเจ้าของกระเป๋าเงินไม่ชัดเจน ควรตรวจสอบรายชื่อคำเตือนอย่างเป็นทางการและข้อมูลของแพลตฟอร์มก่อนโอนเงินทุกครั้ง
ตำรวจฮ่องกงยังคงเดินหน้าสอบสวนคดีเจเพ็กซ์ต่อไป ขณะที่สถิติครึ่งปีแรกของปีนี้สะท้อนชัดว่าคดีหลอกลวงด้านการลงทุนสร้างผลกระทบด้านมูลค่าความเสียหายมากกว่าที่จำนวนคดีจะบ่งชี้
ความคิดเห็น 0