การปรับโครงสร้างกิจการที่มี'ตลาดทุน'เป็นแกนกลางกำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นนโยบายอีกครั้งในเกาหลีใต้ เนื่องจากการปรับโครงสร้างที่พึ่งพาเฉพาะกลุ่มธนาคารเจ้าหนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถผลักดันทั้งการปรับธุรกิจและการอัดฉีดเงินทุนใหม่ให้เกิดขึ้นพร้อมกันได้ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานตลาดที่เชื่อมโยงบริษัทที่ยังมีโอกาสฟื้นตัวเข้ากับนักลงทุนภาคเอกชนกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอีกครั้ง
สถาบันวิจัยการเงินเกาหลี(Korea Institute of Finance, KIF) เผยแพร่งานวิจัยหัวข้อ 'แนวทางนโยบายเพื่อกระตุ้นการปรับโครงสร้างกิจการที่มีตลาดทุนเป็นศูนย์กลาง' ไว้ในหมวดบรรยายสรุปด้านการเงินบนเว็บไซต์ทางการ หน้าเว็บที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุไว้เพียงชื่อเรื่องและหมวดหมู่เท่านั้น แต่ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางการปรับโครงสร้างตลาดฟื้นฟูกิจการที่หน่วยงานกำกับดูแลการเงินและสถาบันการเงินเชิงนโยบายของเกาหลีใต้ผลักดันมาต่อเนื่องหลายปี
คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลี(Financial Services Commission, FSC) เคยประกาศแผน 'มาตรการสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างกิจการของรัฐบาลชุดใหม่' ในปี 2017 โดยระบุว่าจะกระตุ้นการปรับโครงสร้างแบบต่อเนื่องที่มีตลาดเป็นศูนย์กลาง พร้อมเปิดตัว 'กองทุนนวัตกรรมโครงสร้างกิจการ' ขณะนั้นธนาคาร 8 แห่ง ร่วมกับแคมโก(KAMCO) และ Korea Growth Investment Corporation(KGIC) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพื่อร่วมลงทุน 5 แสนล้านวอนภายในครึ่งแรกของปี 2018 และคาดว่าเมื่อรวมเงินทุนจากนักลงทุนภาคเอกชนแล้วจะมีเม็ดเงินลงทุนรวมราว 1 ล้านล้านวอน
แนวคิดนี้มุ่งอัดฉีดเงินทุนเสี่ยงให้บริษัทที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง เพื่อผลักดันทั้งการปรับปรุงฐานะการเงินและการปรับธุรกิจไปพร้อมกัน แคมโกจัดตั้งศูนย์สนับสนุนนวัตกรรมโครงสร้างกิจการ และวางโปรแกรมช่วยฟื้นฟูการบริหารสำหรับ SME นอกจากนี้ในปี 2018 ยังมีการเสนอแนวทางสนับสนุนเงินทุน 3 แสนล้านวอนให้กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านการรวมหนี้ การปล่อยกู้ DIP รายใหม่ และโปรแกรมซื้อสินทรัพย์แล้วให้เช่ากลับ
ต่อมาในปี 2019 FSC เปิด 'แนวทางกระตุ้นการปรับโครงสร้างผ่านตลาดทุน' โดยชูประเด็นการเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นภารกิจหลัก ด้วยเหตุผลว่าบริษัทควรสมัครใจเข้าสู่กระบวนการก่อนที่จะสูญเสียโอกาสฟื้นตัว ซึ่งต้องอาศัยการสะสมกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จและการแบ่งปันข้อมูล แผนดังกล่าวยังรวมถึงการให้ 'ศูนย์นวัตกรรมโครงสร้างกิจการ' ส่งข้อมูลบริษัทที่ยื่นขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการให้นักลงทุนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทก่อน พร้อมสนับสนุนการจับคู่การลงทุนด้วย
ปัญหาการจัดหาเงินทุนใหม่ให้บริษัทที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการกลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งจากกรณีล่าสุด โดยก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่าสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลี(Financial Supervisory Service, FSS) ตั้งข้อสังเกตเรื่องสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นของบริษัทจัดการกองทุนไพรเวทอิควิตี้ ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการของโฮมพลัส(Home Plus) ประเด็นนี้สะท้อนโจทย์ร่วมว่าจะออกแบบกลไกจัดหาเงินทุนเพื่อพยุงบริษัทที่กำลังฟื้นฟูกิจการ ควบคู่กับการจัดลำดับการชำระหนี้ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเดิมอย่างไร
ในระดับปฏิบัติการ แคมโกจัดงาน 'Bridge IR Day เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างกิจการที่มีตลาดทุนเป็นศูนย์กลาง' เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2025 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่อาคารแคมโกยางแจ ทาวเวอร์ เขตคังนัม กรุงโซล งานนี้มีบริษัท 9 แห่งที่ต้องการระดมทุนเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจและการเงินเข้าร่วม พร้อมนักลงทุนตลาดทุน 35 ราย ซึ่งรวมถึงบริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับมอบหมายดูแล 'กองทุนนวัตกรรมโครงสร้างกิจการ' ด้วย
แคมโกระบุว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อลดความไม่สมมาตรของข้อมูลระหว่างบริษัทที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างกับนักลงทุน โดยบริษัทที่เข้าร่วมได้นำเสนอข้อมูลธุรกิจ เงื่อนไขการลงทุน และแผนการใช้เงินทุนต่อนักลงทุนโดยตรง
อีจงกุก(Lee Jong-guk) ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนองค์กร แคมโก(KAMCO) กล่าวว่า "งานครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะกลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสื่อสารกันอย่างจริงจังระหว่างบริษัทที่ปรับโครงสร้างกับตลาดทุน" พร้อมระบุว่า "แคมโกจะยังคงทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้การปรับโครงสร้างกิจการที่มีตลาดทุนเป็นศูนย์กลางเกิดขึ้นจริง" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าแคมโกมองบทบาทของตนเองในฐานะตัวกลางที่ช่วยจับคู่ระหว่างบริษัทกับแหล่งเงินทุนภาคเอกชน มากกว่าเป็นผู้ให้เงินทุนโดยตรงเพียงอย่างเดียว
'กองทุนนวัตกรรมโครงสร้างกิจการ' รุ่นที่ 4 และรุ่นที่ 5 ซึ่งแคมโกดูแลบริหารเองมาตั้งแต่ปี 2023 เป็นกองทุนเชิงนโยบายที่ใช้เงินทุนจากภาครัฐเป็นฐาน เพื่อดึงดูดเงินทุนจากภาคเอกชนเข้ามาเสริม และจัดหาสภาพคล่องให้บริษัทที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง แคมโกระบุว่า ณ เดือนมิถุนายน 2025 กองทุนดังกล่าวระดมเงินได้แล้วราว 2 ล้านล้านวอน และให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องแก่ SME และบริษัทที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ
หัวใจของการปรับโครงสร้างกิจการที่มีตลาดทุนเป็นศูนย์กลางอยู่ที่สองเรื่อง คือข้อมูลที่ทำให้นักลงทุนคัดเลือกบริษัทที่ยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ และช่องทางที่ทำให้บริษัทระหว่างปรับโครงสร้างเข้าถึงเงินทุนได้ทันเวลา ซึ่งนโยบายเดิมของ FSC และแคมโกก็วางอยู่บนสองแกนนี้เช่นกัน การที่สถาบันวิจัยการเงินเกาหลีหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นเป็นหัวข้อบรรยายสรุปด้านการเงิน ทำให้เรื่องการแบ่งปันข้อมูล การจับคู่การลงทุน และรูปแบบการมีส่วนร่วมของเงินทุนภาคเอกชนในตลาดฟื้นฟูกิจการยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามตรวจสอบด้านนโยบายต่อไป
ที่มา: หน้าเว็บต้นฉบับของสถาบันวิจัยการเงินเกาหลี, เอกสารข่าวของคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลีปี 2017 และปี 2019, เอกสารข่าวของแคมโกวันที่ 25 มิถุนายน 2025
ความคิดเห็น 0