ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตและแอปซื้อขายหุ้นแบบดั้งเดิมกำลังเดินมาบรรจบกันที่จุดเดียว นั่นคือบัญชีเดียวที่รวมหุ้น กองทุน ETF และสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ด้วยกัน ข้อมูลล่าสุดชี้ว่ามูลค่าตลาด 'หุ้นโทเคน' (Tokenized Stock) ขยายตัวถึง 486.69 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปีนี้ แม้ตัวเลขจะดูน่าตื่นเต้น แต่สิทธิความเป็นเจ้าของหุ้นจริงและขอบเขตการกำกับดูแลยังแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์
เกท(Gate) ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตรายใหญ่ ประกาศเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมว่า มูลค่าสินทรัพย์หุ้นบนแพลตฟอร์มทะลุ 200 ล้านดอลลาร์แล้ว โดยรองรับหุ้นและ ETF สหรัฐฯ กว่า 10,000 รายการ หุ้นฮ่องกง 1,500 ตัว และหุ้นเกาหลีใต้อีก 1,000 ตัว รวมเป็นหลักทรัพย์มากกว่า 12,500 รายการที่เข้าถึงได้จากบัญชีคริปโตเดียว
ก้าวของเกทไม่ได้หยุดอยู่แค่การทดลองหุ้นโทเคน บริษัทเปิดโซน 'xStocks' ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เพื่อให้บริการคู่เทรดหุ้นโทเคนทั้งแบบสปอตและฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุ ก่อนจะเปิดให้ซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ของจริงในเดือนมิถุนายน 2026 แล้วขยายไปยังหุ้นฮ่องกงและหุ้นเกาหลีใต้ตามมา
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าเกทให้บริการฟอเร็กซ์ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) และหุ้นทั่วโลกผ่านแอปและเว็บ ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจหุ้นของเกทขยับจากผลิตภัณฑ์โทเคนภายใต้ xStocks ไปสู่บัญชีสินทรัพย์รวมหลายประเภทแล้ว
โรบินฮู้ด($HOOD) เดินเกมจากอีกฝั่ง บริษัทปิดดีลเข้าซื้อกิจการบิตสแตมป์(Bitstamp) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2025 และในวันที่ 30 เดือนเดียวกันก็เปิดตัวโทเคนหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ให้ลูกค้าในสหภาพยุโรป(EU)
โรบินฮู้ดออกโทเคนหุ้นบนเครือข่ายอาร์บิทรัม(ARB) เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนประกาศแผนใช้เลเยอร์ 2 บล็อกเชนของตัวเองรองรับการแปลงสินทรัพย์โลกจริง (RWA) ให้เป็นโทเคนในอนาคต TokenPost เคยรายงานว่าเครือข่าย 'โรบินฮู้ดเชน' ประมวลผลธุรกรรมไปแล้วกว่า 200 ล้านรายการภายใน 30 วันหลังเปิดเมนเน็ตสาธารณะ ซึ่งชี้ว่าบริษัทกำลังขยายการทดลองโทเคนหุ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม โทเคนหุ้นของโรบินฮู้ดไม่เหมือนการถือหุ้นจริง คำถามที่พบบ่อย(FAQ) อย่างเป็นทางการของบริษัทระบุชัดว่าโทเคนหุ้นรุ่นคลาสสิกเป็นสัญญาอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาหุ้นต้นทาง ผู้ถือโทเคนจึงไม่มีสิทธิของผู้ถือหุ้น เช่น สิทธิออกเสียง และยังไม่สามารถโอนไปยังกระเป๋าเงินหรือแพลตฟอร์มอื่นได้ในขณะนี้
โดยนิยามแล้ว หุ้นโทเคนคือผลิตภัณฑ์ที่แปลงความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหรือสิทธิบางส่วนให้อยู่ในรูปโทเคนบนบล็อกเชน บางโครงสร้างจะเก็บหุ้นจริงไว้เป็นหลักประกันแล้วแบ่งสิทธิออกเป็นโทเคน ขณะที่บางแบบเป็นเพียงสัญญาที่ให้ผลตอบแทนตามราคาหุ้นอ้างอิงเท่านั้น แม้ใช้ชื่อ 'หุ้นโทเคน' เหมือนกัน แต่สิทธิที่นักลงทุนได้รับอาจต่างกันโดยสิ้นเชิง
รายงาน RWA ปี 2026 ของคอยน์เกกโก(CoinGecko) ระบุว่ามูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์โลกจริง (RWA) ที่แปลงเป็นโทเคน ณ สิ้นไตรมาส 1 อยู่ที่ 19,320 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นหุ้นโทเคน 486.69 ล้านดอลลาร์ และกองทุน ETF โทเคน 300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายหุ้นโทเคนแบบสปอตตลอดไตรมาสอยู่ที่ 15,120 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลสแนปช็อตของ RWA.xyz เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 ระบุมูลค่าตลาดหุ้นโทเคนทั้งหมดอยู่ที่ 1,080 ล้านดอลลาร์ มีผู้ถือครอง 189,400 ราย โดยออนโดไฟแนนซ์(ONDO) นำหน้าด้วยมูลค่า 649.8 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย xStocks ของเกทที่ 249.7 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้แต่ละแหล่งข้อมูลนับขอบเขตต่างกัน จึงควรระมัดระวังในการเปรียบเทียบตัวเลขโดยตรง
เหตุผลที่ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตและแอปซื้อขายหุ้นเคลื่อนไปทางเดียวกันนั้นชัดเจน ฝั่งแลกเปลี่ยนคริปโตต้องการดึงหุ้นและ ETF เข้ามาในบัญชีผู้ใช้เพื่อขยายประเภทสินทรัพย์ ส่วนแอปซื้อขายหุ้นต้องการผนวกฟีเจอร์คริปโตและหุ้นโทเคนเข้าด้วยกัน เพื่อทดลองการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงและการหมุนเวียนบนเชน การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่เส้นแบ่งประเภทสินทรัพย์อีกต่อไป แต่อยู่ที่ใครจะครองบัญชีและเครือข่ายการหมุนเวียนได้มากกว่ากัน
ทิศทางด้านกำกับดูแลยังไม่ชัดเจนไปทางเดียว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 มกราคมว่า หลักทรัพย์โทเคนถือเป็นรูปแบบหนึ่งของหลักทรัพย์ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่เดิม พร้อมระบุว่าหลักทรัพย์โทเคนแบ่งเป็นแบบที่ผู้ออกเป็นผู้นำและแบบที่บุคคลที่สามเป็นผู้นำ ซึ่งโครงสร้างและสิทธิของผู้ถือจะแตกต่างกันไปตามรูปแบบ
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์และตลาดยุโรป(ESMA) เคยเตือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ว่าการนำบริการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลมาเสนอคู่กับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกำกับดูแลในที่เดียวกัน อาจทำให้นักลงทุนสับสน ด้านสหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์โลก(WFE) ก็ออกมาชี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ว่าผลิตภัณฑ์แบบหุ้นโทเคนมีความเสี่ยงเป็น 'สินค้าเลียนแบบ' ที่ดูคล้ายหุ้นจริงจนอาจสร้างความเข้าใจผิด
มุมมองในวงการก็ยังแบ่งฝ่าย ฝั่งที่สนับสนุนหุ้นโทเคนชูจุดเด่นเรื่องการซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย และชำระราคาบนเชนได้ทันที ขณะที่ฝั่งตลาดหลักทรัพย์และหน่วยงานกำกับดูแลกังวลว่า เมื่อหุ้นจริง สัญญาอนุพันธ์ ตราสารหนี้ และผลิตภัณฑ์เลียนแบบที่ไม่ถูกกำกับดูแลถูกวางไว้บนหน้าจอเดียวกัน นักลงทุนอาจเข้าใจผิดเรื่องความแตกต่างของสิทธิที่แท้จริง
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในเอเชียคือ เกทเปิดให้เข้าถึงหุ้นเกาหลีใต้มากถึง 1,000 ตัวผ่านบัญชีคริปโตเดียวกัน สะท้อนว่าหุ้นต่างประเทศกำลังถูกดึงเข้ามาซื้อขายในแพลตฟอร์มคริปโตข้ามพรมแดนมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งโครงสร้างแบบนี้ขยายตัว นักลงทุนก็ยิ่งต้องตรวจสอบไม่ใช่แค่ความเคลื่อนไหวของราคา แต่รวมถึงความเป็นเจ้าของจริง วิธีชำระราคา เขตอำนาจศาลกรณีข้อพิพาท และขอบเขตความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย
คำถามเรื่อง 'การกลายเป็นวอลล์สตรีท' ของตลาดคริปโตที่นักวิเคราะห์ของเกทหยิบยกขึ้นมา อาจไม่ใช่แค่เรื่องคริปโตถูกกลืนเข้าไปในระบบการเงินดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว เพราะขณะที่เกทเพิ่มช่องทางเข้าถึงหุ้นและ ETF ในบัญชีคริปโต โรบินฮู้ดก็ขยายฟีเจอร์หุ้นโทเคนและคริปโตในแอปซื้อขายหุ้นของตัวเองเช่นกัน ประเด็นถัดไปของหุ้นโทเคนจึงไม่ใช่ทิศทางราคาอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นผู้ออก ให้สิทธิอะไรแก่ผู้ถือ และอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลใด
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว: ประกาศของ Gate, แถลงการณ์ของ Robinhood, FAQ ของ Robinhood, รายงาน RWA ปี 2026 ของ CoinGecko, แถลงการณ์ของ SEC, ประกาศของ ESMA, บทความของ WFE
ความคิดเห็น 0