สแตรทีจี(MSTR) บริษัทสะสมบิตคอยน์(BTC) รายใหญ่ ยังคงเดินหน้าอัตราปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ระดับ 12.00% ต่อปีแบบผันแปร โดยผูกเข้ากับนโยบายสำรองเงินดอลลาร์และแผนซื้อคืนหลักทรัพย์ในโครงสร้างเงินทุนเดียวกัน
ตามข้อมูลในหน้าข้อมูล STRC ของบริษัท ระบุว่า STRC เป็นหุ้นบุริมสิทธิถาวรที่จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด 'เดือนละ 2 ครั้ง' ไม่ใช่ราย 6 เดือนแบบหุ้นบุริมสิทธิทั่วไป โดยอัตราปันผลจะถูกปรับทุกเดือนเพื่อให้ราคาซื้อขายใกล้เคียงมูลค่าที่ตราไว้ 100 ดอลลาร์
ณ เดือนสิงหาคม อัตราปันผลผันแปรของ STRC อยู่ที่ 12.00% มูลค่าตามราคาที่ตราไว้รวมประมาณ 10,115.3 ล้านดอลลาร์ กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนคือวันที่ 31 สิงหาคม และจ่ายปันผลวันที่ 15 กันยายนนี้
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากกรอบเงินทุน 'เครดิตดิจิทัล' (Digital Credit Capital Framework) ที่บริษัทยื่นไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 สแตรทีจียื่นเอกสารแบบ 8-K ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) ระบุประเด็นหลักไว้ ได้แก่ △นโยบายสำรองเงินดอลลาร์ △การปรับนโยบายปันผลของ STRC △การซื้อคืนหลักทรัพย์เครดิตดิจิทัล △การซื้อคืนหุ้นสามัญ และ △โครงการแปลงบิตคอยน์เป็นเงินสด
ในเวลานั้นบริษัทมีเงินสำรองสกุลดอลลาร์อยู่ที่ 2,550 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจำกัดขอบเขตการใช้ไว้เฉพาะการจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยหนี้สินเท่านั้น บริษัทระบุว่าเงินสำรองนี้ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 12 เดือนของภาระปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยที่คาดการณ์ไว้ต่อปี
แผนการบริหารบิตคอยน์ก็รวมอยู่ในกรอบนี้ด้วย สแตรทีจีได้รับอนุมัติให้ขายบิตคอยน์ได้สูงสุด 1,250 ล้านดอลลาร์ แต่จำกัดวัตถุประสงค์ไว้เฉพาะการเสริมสำรองเงินดอลลาร์ การจ่ายปันผลและดอกเบี้ย หรือการระดมทุนเพื่อซื้อคืนหลักทรัพย์เครดิตดิจิทัลหรือหุ้นสามัญ บริษัทระบุว่าโครงการนี้ 'ไม่ได้บังคับ' ให้ต้องขายหรือซื้อคืนบิตคอยน์แต่อย่างใด
STRC มีลักษณะต่างจากหุ้นสามัญของบริษัท หากหุ้นสามัญเปิดรับความเสี่ยงโดยตรงจากมูลค่าบริษัทและกลยุทธ์การถือครองบิตคอยน์ STRC จะเป็นหลักทรัพย์ที่เน้นเงินปันผลและสิทธิเรียกร้องก่อนเป็นหลัก สแตรทีจีระบุว่าในการประเมินอัตราปันผลของ STRC ทุกเดือน บริษัทจะพิจารณาราคาซื้อขาย อัตราดอกเบี้ยในตลาด ส่วนต่างเครดิต ราคาและความผันผวนของบิตคอยน์ ระดับเงินสำรองดอลลาร์ และสภาวะตลาดทุนโดยรวมประกอบกัน
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าสแตรทีจีเลือกใช้ 'บิตคอยน์ต่อหุ้น' และโครงสร้างเงินทุนเป็นตัวชี้วัดหลักแทนราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริหาร STRC ในครั้งนี้ที่มองบริษัทเป็นโครงสร้างเงินทุนผสมระหว่างหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ เงินสด และบิตคอยน์ที่ถือครอง
ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัทสแตรทีจี เน้นย้ำมาตลอดว่า STRC และบิตคอยน์เป็นคนละหมวดกัน โดยแยก 'ทุนดิจิทัล' (Digital Capital) ออกจาก 'เครดิตดิจิทัล' (Digital Credit) อย่างชัดเจน TokenPost เคยรายงานแนวทางการจัดหมวดสินทรัพย์ดิจิทัลของเซย์เลอร์ระหว่าง BTC และ STRC มาแล้วเช่นกัน
คริปโตบรีฟฟิ่ง(CryptoBriefing) รายงานว่าสแตรทีจีนำ STRC กลับมาชูเป็นผลิตภัณฑ์ 'เครดิตดิจิทัล' อีกครั้ง โดยรายงานเดียวกันระบุว่าราคาตลาดคาดการณ์ (prediction market) ที่ให้ความน่าจะเป็นว่า STRC จะแตะระดับ 100 ดอลลาร์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ปรับลดลงจาก 64% เมื่อวันก่อนหน้า เหลือ 60.5%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลที่สะท้อนมุมมองด้านราคาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่เป้าหมายหรือผลตอบแทนที่บริษัทรับประกัน สแตรทีจีเองก็ระบุชัดว่า STRC ไม่ใช่เงินฝากธนาคารและไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันเงินฝากแต่อย่างใด
เงินปันผลของ STRC ขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจในแต่ละครั้ง อัตราปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าจะคงระดับนี้ต่อไปในอนาคต และผลตอบแทน สภาพคล่อง หรือผลประกอบการในอนาคตก็ไม่มีการรับประกันใดๆ ทั้งสิ้น
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นสำคัญคือ STRC ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่อธิบายได้ด้วยราคาบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว เพราะการออกหุ้นสามัญ การซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ การเปลี่ยนแปลงเงินสำรองดอลลาร์ และปริมาณบิตคอยน์ที่ถือครองของบริษัทล้วนเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน
ผลกระทบของนโยบาย STRC ต่อการออกหุ้นสามัญ ปริมาณบิตคอยน์ที่ถือครอง และเงินสำรองดอลลาร์ของสแตรทีจี ยังต้องติดตามจากการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในระยะถัดไป โดยวันปิดสมุดทะเบียนปันผลรอบถัดไปของ STRC กำหนดไว้ที่วันที่ 31 สิงหาคม และจ่ายปันผลวันที่ 15 กันยายนนี้
ความคิดเห็น 0