Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อุปสงค์บิตคอยน์(BTC) พลิกบวกครั้งแรกตั้งแต่ก.พ. ที่ระดับ 25,000 BTC

อุปสงค์ในตลาดสปอตของบิตคอยน์(BTC) พลิกกลับมาเป็น 'บวก' ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าภาวะอุปสงค์ที่ซบเซาเริ่มคลี่คลาย แต่ตลาดยังมองว่าเป็นเพียงขั้นตอนของการยืนยันข้อมูล มากกว่าจะเป็นการกลับตัวของแนวโน้มอย่างชัดเจน

คริปโตบรีฟฟิ่ง(Crypto Briefing) รายงานว่าดัชนี 'Apparent Demand' รอบ 30 วันของคริปโตควอนท์(CryptoQuant) อยู่ที่ราว 25,000 BTC ในทางบวก ณ วันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) โดยระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่ดัชนีนี้ขึ้นเหนือระดับ 0 นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

Apparent Demand เป็นดัชนีออนเชนที่ประเมินแรงซื้อในตลาดสปอต โดยอ้างอิงจากปริมาณเหรียญที่ขุดใหม่ เหรียญที่ไม่เคลื่อนไหวมานาน และกระแสเหรียญที่ไหลเข้า-ออกจากกระดานเทรด ดัชนีนี้ไม่ได้ทำนายทิศทางราคาโดยตรง แต่สะท้อนย้อนหลังว่าตลาดดูดซับปริมาณเหรียญใหม่ที่ออกมาได้มากน้อยเพียงใด

ดัชนีเดียวกันนี้เคยร่วงลงไปแตะ -147,000 BTC เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม คอยน์เดสก์(CoinDesk) อ้างอิงข้อมูลของคริปโตควอนท์ในขณะนั้นรายงานว่าฝั่งผู้ซื้อไม่สามารถดูดซับปริมาณเหรียญที่ออกสู่ตลาดได้เพียงพอ การพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งนี้จึงหมายความว่าสภาพแวดล้อมด้านอุปสงค์เปลี่ยนไปจากจุดต่ำสุด แต่ไม่ได้แปลว่าแรงซื้อในตลาดสปอตเข้ามาอย่างหนักแน่นในทันที

ก่อนหน้านี้ ทางเว็บไซต์ TokenPost เองก็เคยนำเสนอบทวิเคราะห์ที่ระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะมองการปรับตัวดีขึ้นของดัชนีออนเชนบิตคอยน์เป็นสัญญาณกลับตัวของตลาด ขณะนั้นแอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) นักวิเคราะห์จากคริปโตควอนท์ ระบุว่าสัดส่วนกำไรของ UTXO ปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าก็จริง แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีอุปสงค์ใหม่เข้ามาจริง

ดัชนีย่อยอื่น ๆ ก็สนับสนุนการตีความอย่างระมัดระวังเช่นกัน CCN อ้างอิงข้อมูลของคริปโตควอนท์เมื่อวันที่ 10 รายงานว่าอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นราว 25,000 BTC พลิกเป็นบวกก็จริง แต่ส่วนใหญ่ของการฟื้นตัวล่าสุดมาจากฝั่งอนุพันธ์ มากกว่าตลาดสปอต

การฟื้นตัวที่นำโดยอนุพันธ์สามารถขยายความเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างรวดเร็ว แต่สถานะฟิวเจอร์สและออปชันก็อาจยิ่งเพิ่มความผันผวนหากเกิดการ 'ล้างพอร์ต' (liquidation) ขึ้น จึงต้องแยกพิจารณาจากฐานแรงซื้อในตลาดสปอตอย่างชัดเจน

จากรายงานที่คูคอยน์(KuCoin) เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 แอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) นักวิเคราะห์จากคริปโตควอนท์ ระบุว่าสัดส่วนอุปสงค์ต่อปริมาณเหรียญที่ออกใหม่ (Demand-to-Issuance Ratio) อยู่ที่ -5.43 และกระแสอายุเหรียญสุทธิ (Net Coin Age) อยู่ที่ -85,500 BTC ซึ่งยังคงเป็นลบ เขาตีความว่าการรีบาวด์ของบิตคอยน์ครั้งนี้ใกล้เคียงกับภาวะสภาพคล่องหดตัวและการถือครองระยะยาวที่เพิ่มขึ้น มากกว่าจะมาจากอุปสงค์ใหม่ที่ไหลเข้าตลาด

กระแสเงินทุนของกองทุน ETF บิตคอยน์สปอตในสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ จากข้อมูลที่เปิดเผยโดยฟาร์ไซด์ อินเวสเตอร์ส(Farside Investors) ยอดไหลเข้าสุทธิสะสมของ ETF บิตคอยน์สปอตสหรัฐฯ ณ ต้นเดือนสิงหาคม อยู่ที่ราว 51,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 72.8 ล้านล้านวอน) ขณะที่เครื่องมือติดตามข้อมูลสาธารณะอีกแหล่งหนึ่งแสดงตัวเลข ณ วันที่ 21 กรกฎาคม อยู่ที่ 52,060 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 73.6 ล้านล้านวอน) ซึ่งยังมีความแตกต่างกันทั้งในแง่เกณฑ์การนับและช่วงเวลาที่อ้างอิง

ETF ถือเป็นช่องทางหลักที่เงินทุนสถาบันไหลเข้าสู่ตลาดสปอตบิตคอยน์ หากดัชนีอุปสงค์ออนเชนและยอดไหลเข้าสุทธิของ ETF ปรับตัวดีขึ้นไปพร้อมกัน ก็อาจกล่าวได้ว่าฐานแรงซื้อในตลาดสปอตแข็งแกร่งขึ้นชัดเจนกว่าเดิม แต่หากกระแสเงินรายวันสวนทางกัน ความต่อเนื่องของสัญญาณนี้ก็จะอ่อนลง

ความเคลื่อนไหวของราคาก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ยังฟันธงทิศทางจากการปรับตัวดีขึ้นของดัชนีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แบร์รอนส์(Barron's) รายงานเมื่อวันที่ 18 ว่าราคาบิตคอยน์ในระหว่างวันอ่อนตัวลง 0.2% มาอยู่บริเวณ 64,261 ดอลลาร์ (ประมาณ 90.87 ล้านวอน) พร้อมประเมินว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความกังวลเรื่องเงินไหลออกจาก ETF สปอตเป็นปัจจัยกดดันเพดานราคา

มุมมองของตลาดยังคงแตกต่างกัน เดอะบล็อก(The Block) ระบุว่าการที่บิตคอยน์ยืนอยู่บริเวณ 64,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางเงินไหลเข้า ETF สปอตที่ยังต่อเนื่อง เป็นเหตุผลที่ทำให้มีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ราคาจะเข้าสู่ช่วงสร้างฐาน ขณะที่ CCN และคูคอยน์รายงานในทิศทางตรงข้ามว่า หากอุปสงค์ในตลาดสปอตไม่แข็งแกร่งเพียงพอ การรีบาวด์ครั้งนี้ก็อาจจำกัดอยู่แค่แรงหนุนจากฝั่งอนุพันธ์เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนไทย ดัชนีนี้ก็ควรถูกมองในฐานะข้อมูลตรวจสอบภาวะอุปสงค์-อุปทาน มากกว่าเป็นการคาดการณ์ทิศทางราคาโดยตรง อุปสงค์ในตลาดสปอตบิตคอยน์และกระแสเงิน ETF ส่งผลทางอ้อมต่อราคาบนกระดานเทรดในประเทศเช่นกัน แต่ก็ต้องพิจารณาสภาพคล่องของตลาดสกุลเงินท้องถิ่นและส่วนต่างราคาเทียบกับกระดานเทรดต่างประเทศไปพร้อมกันด้วย

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่การยืนยันว่าอุปสงค์ฟื้นตัวแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นสัญญาณว่าภาวะอุปสงค์ที่ซบเซากำลังคลี่คลายลง การที่ดัชนีอุปสงค์ในตลาดสปอตพลิกกลับมาเป็นบวก แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ว่าเงื่อนไขการดูดซับอุปทานดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระแสเงิน ETF และสถานะฝั่งอนุพันธ์จะทรงตัวไปพร้อมกันหรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1