Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ไฟไหม้โรงกลั่นอูฟา สะท้อนความไม่แน่นอนเชื้อเพลิงรัสเซีย

ควันดำลอยฟุ้งเหนือโรงกลั่นน้ำมัน / TokenPost.ai

เกิดเหตุ ไฟไหม้ ที่กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันบัชเนฟต์ (Bashneft) ในเมืองอูฟา สาธารณรัฐบัชคอร์โตสถาน (Bashkortostan) ของรัสเซีย หลังถูกโดรนยูเครนโจมตี แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้กระทบการส่งออกน้ำมันโดยตรง แต่การโจมตีระยะไกลที่พุ่งเป้าไปยังศูนย์กลางโรงกลั่นของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ได้ตอกย้ำความไม่แน่นอนด้านอุปทานเชื้อเพลิงของประเทศอีกครั้ง

OilPrice.com รายงานว่า ราดี คาบีรอฟ (Radiy Khabirov) ผู้นำสาธารณรัฐบัชคอร์โตสถาน เปิดเผยว่าเกิดเพลิงไหม้ขนาดเล็กที่โรงกลั่นแห่งหนึ่งในเมืองอูฟาหลังถูกโดรนโจมตี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประเมินความเสียหาย โดยคาบีรอฟระบุว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่วัน

พื้นที่รอบเมืองอูฟาเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นในเครือบัชเนฟต์ ซึ่งดำเนินงานภายใต้ รอสเนฟต์ (Rosneft) บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรอสเนฟต์ระบุว่า กลุ่มโรงกลั่นอูฟาประกอบด้วยฐานการผลิต 3 แห่ง ได้แก่ บัชเนฟต์-ยูเอ็นพีแซด (Bashneft-UNPZ) บัชเนฟต์-โนวออยล์ (Bashneft-Novoil) และบัชเนฟต์-อูฟาเนฟเตคิม (Bashneft-Ufaneftekhim) โดยมีกำลังการผลิตรวมกันปีละ 23.5 ล้านตัน

ยังไม่มีการระบุจากทางการรัสเซียว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จุดใดของโรงกลั่นโดยตรง คลิปวิดีโอและภาพจากช่องข่าวท้องถิ่นที่เผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นควันดำและเปลวไฟ ขณะที่ทางการรัสเซียชี้แจงในทำนองว่าเศษซากโดรนตกลงในเขตอุตสาหกรรมจนเกิดควันไฟ

กลุ่มโรงกลั่นอูฟาได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่โรงงานเดียว แต่เป็น ศูนย์กลางโรงกลั่น ที่รวมฐานการผลิตหลายแห่งไว้ในพื้นที่เดียวกัน โรงกลั่นน้ำมันคือกลุ่มอุปกรณ์ที่แปรรูปน้ำมันดิบเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น เบนซินและดีเซล ดังนั้นความชะงักงันในการเดินเครื่องของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง อาจส่งผลต่อทั้งอุปทานภายในประเทศและการปรับปริมาณส่งออก

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของยูเครนเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในเดือนนี้ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่ากองทัพยูเครนโจมตีโรงกลั่นบัชเนฟต์-โนวออยล์ และโรงกลั่นสลาฟเนฟต์-ยานอส (Slavneft-YANOS) ในเมืองยาโรสลัฟล์

การที่อูฟาถูกกล่าวถึงซ้ำอีกครั้งในช่วงห่างกันเพียงไม่กี่วัน ทำให้มีการตีความว่าภาระในการป้องกันโรงกลั่นของสาธารณรัฐบัชคอร์โตสถานเพิ่มสูงขึ้น ยูเครนได้ขยายการโจมตีระยะไกลเข้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโลจิสติกส์ในพื้นที่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวเคยรายงานว่า การขยายการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและอุตสาหกรรมในดินแดนรัสเซีย เหตุไฟไหม้ที่อูฟาครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน คือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียถูกเปิดช่องโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตลาดเชื้อเพลิงของรัสเซียเผชิญแรงกดดันมาก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน รอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่ารัสเซียประกาศ ห้ามส่งออกดีเซล หลังถูกโดรนยูเครนโจมตี เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทานภายในประเทศ

อเล็กซานเดอร์ โนวัค (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวในการประชุมรัฐบาลขณะนั้นว่าโรงกลั่นบางแห่งได้รับความเสียหาย ทำให้กำลังการผลิตเบนซินและดีเซลลดลงชั่วคราว เขากล่าวว่า "วันนี้มีการประกาศห้ามส่งออกดีเซลแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณอุปทานให้กับตลาดภายในประเทศได้" คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลรัสเซียเลือกใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเพื่อรับมือกับความเสียหายจากการโจมตี

รัฐบาลรัสเซียระบุว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม ดีเซลถือเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และการเกษตร ดังนั้นการปรับอุปทานภายในประเทศที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเสียหายของโรงกลั่น จึงยิ่งเพิ่มความอ่อนไหวให้กับตลาด

ก่อนหน้านี้ทีมข่าวยังรายงานด้วยว่า ยอดขายเบนซินในรัสเซียลดลงราว 20% หลังโรงกลั่นน้ำมันถูกโดรนโจมตี แม้ในตอนนั้นจะยังไม่สามารถระบุโรงกลั่นที่เสียหายและช่วงเวลาที่ถูกโจมตีได้อย่างชัดเจน แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเชื้อเพลิงภายในรัสเซียมีความอ่อนไหวต่อการโจมตีด้วยโดรนอย่างมาก

ในแวดวงอุตสาหกรรมมีการตีความว่า การโจมตีระยะไกลของยูเครนเป็นเครื่องมือที่กดดันทั้งขีดความสามารถในการทำสงครามและห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงของรัสเซียไปพร้อมกัน ในทางกลับกัน ฝ่ายรัสเซียอธิบายเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็นเพียงเพลิงไหม้ขนาดจำกัดที่เกิดจากเศษซากโดรน และรายงานความเสียหายในระดับที่ต่ำกว่าที่ประเมินกันในเบื้องต้น

สำหรับผู้อ่านชาวไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกกรณีตัวอย่างที่ราคาพลังงานเชื่อมโยงกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ผลิตภัณฑ์น้ำมันของรัสเซียได้รับผลกระทบทั้งจากสงคราม มาตรการคว่ำบาตร และข้อจำกัดด้านการส่งออกไปพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่ออุปทานน้ำมันสำเร็จรูปและต้นทุนการขนส่งในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าเหตุไฟไหม้ที่อูฟาครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกหรือราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ส่วนขอบเขตความเสียหายด้านการผลิตและระยะเวลาการซ่อมแซมยังต้องรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากทางการรัสเซียและการตรวจสอบในพื้นที่จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1