บริษัทซินเทคาไบโอ(Syntekabio) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ด้านชีวการแพทย์ของเกาหลีใต้ ถูกผู้สอบบัญชีปฏิเสธให้ความเห็นต่องบการเงินระหว่างกาลประจำครึ่งปีแรก เนื่องจากปัญหาหลักฐานประกอบรายการเงินกู้ยืมที่ให้แก่ผู้บริหาร หลังจากเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วบริษัทเพิ่งระดมทุนได้ 2.43 หมื่นล้านวอนจากการเพิ่มทุนแบบให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิม และถูกขึ้นบัญชีเป็นหลักทรัพย์ที่ต้องระวังการลงทุน
เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) ตามข้อมูลจากระบบเปิดเผยข้อมูล DART ของสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ ซินเทคาไบโอแจ้งว่าบริษัทตรวจสอบบัญชีซัมจอง(Samjong KPMG) ได้ปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานตรวจสอบงบครึ่งปีของบริษัท ผู้สอบบัญชีระบุว่าไม่สามารถรวบรวมหลักฐานการตรวจสอบที่เพียงพอและเหมาะสมเกี่ยวกับรายการเงินกู้ที่ให้แก่ จอง จง-ซ็อน(Jeong Jong-seon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซินเทคาไบโอ, ฮง จง-ฮี(Hong Jong-hee) กรรมการบริษัท และ จอง จง-ช็อล(Jeong Jong-cheol) กรรมการบริษัท ได้
วงเงินกู้รวมอยู่ที่ 600 ล้านวอน โดยซินเทคาไบโอให้จอง จง-ซ็อนกู้ยืม 300 ล้านวอน ให้ฮง จง-ฮีกู้ยืม 200 ล้านวอน และให้จอง จง-ช็อลกู้ยืม 100 ล้านวอน ในนามสวัสดิการพนักงาน
ผู้สอบบัญชีระบุในรายงานว่า “เราไม่สามารถรวบรวมหลักฐานการตรวจสอบที่เพียงพอและเหมาะสม เพื่อยืนยันความชอบธรรมของรายการเงินกู้ การปฏิบัติตามขั้นตอนภายในและการควบคุมที่เกี่ยวข้อง เช่น การกำหนดระเบียบการให้กู้ยืมของบริษัทและการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท รวมถึงวัตถุประสงค์การใช้เงินที่กู้ยืมไปจริง” ความเห็นนี้สะท้อนว่าประเด็นหลักของการปฏิเสธให้ความเห็นไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินกู้เอง แต่อยู่ที่ความครบถ้วนของขั้นตอนและเอกสารที่รองรับธุรกรรมดังกล่าว
กรณีนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาการจัดประเภททางบัญชี แต่ลุกลามกลายเป็นประเด็นการควบคุมภายในของบริษัทจดทะเบียน เพราะธุรกรรมที่บริษัทจดทะเบียนปล่อยกู้ให้ผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษ จำเป็นต้องมีวัตถุประสงค์ เหตุผล และขั้นตอนอนุมัติที่ชัดเจน
โดยเฉพาะในกรณีที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ วัตถุประสงค์ของธุรกรรม การอนุมัติจากคณะกรรมการ เงื่อนไขดอกเบี้ย และการวางหลักประกัน ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องผ่านการตรวจสอบ หากผู้สอบบัญชีไม่สามารถรวบรวมเอกสารยืนยันเรื่องเหล่านี้ได้เพียงพอ ไม่เพียงความถูกต้องของบางรายการในงบการเงินจะถูกตั้งคำถาม แต่ความน่าเชื่อถือของระบบควบคุมภายในทั้งหมดก็อาจสั่นคลอนไปด้วย
รายงานงบครึ่งปีระบุว่าจอง จง-ซ็อนและผู้บริหารคนอื่นๆ ได้กู้ยืมเงินจากบริษัทในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยหรือรายละเอียดหลักประกันแยกต่างหาก
หนังสือพิมพ์อาเซียเอโคโนมี(Asia Economy) ของเกาหลีใต้รายงานว่า หากคำนวณจากรายได้ค้างรับที่บันทึกไว้เป็นดอกเบี้ย จะได้อัตราดอกเบี้ยต่อปีโดยประมาณราว 0.25-0.4% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณโดยสื่อ ซึ่งแตกต่างจากเงื่อนไขดอกเบี้ยที่บริษัทเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ซินเทคาไบโอระดมทุนได้ 2.43 หมื่นล้านวอนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ผ่านการเพิ่มทุนแบบให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมและเปิดขายหุ้นที่เหลือให้บุคคลทั่วไป ราคาเสนอขายที่กำหนดไว้ในขณะนั้นอยู่ที่ 2,700 วอนต่อหุ้น และวันชำระเงินคือวันที่ 19 ธันวาคม 2025
อ้างอิงราคาจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลี(Korea Exchange) หุ้นซินเทคาไบโอปิดตลาดเมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 18 ที่ระดับ 1,131 วอน ลดลง 24.45% จากวันก่อนหน้า เมื่อเทียบกับราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ส่วนต่างขาลงที่กว้างขึ้นนี้สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับผู้ถือหุ้นเดิม
การกำหนดให้เป็นหลักทรัพย์ที่ต้องระวังการลงทุนเป็นมาตรการเตือนตลาดที่ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใช้กับบริษัทจดทะเบียนที่มีประเด็นด้านฐานะการเงิน การเปิดเผยข้อมูล หรือการควบคุมภายในที่นักลงทุนควรระมัดระวัง และการถูกปฏิเสธให้ความเห็นต่องบครึ่งปีอาจเป็นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การกำหนดสถานะดังกล่าว
บริษัทชี้แจงผ่านเอกสารข่าวว่า สาเหตุของการถูกปฏิเสธให้ความเห็นไม่ได้เกี่ยวข้องกับพื้นฐานการดำเนินธุรกิจหรือความสามารถในการทำธุรกิจที่แท้จริง แต่เป็นประเด็นข้อจำกัดด้านขอบเขตการตรวจสอบที่เกี่ยวกับขั้นตอนและหลักฐานประกอบเท่านั้น ซินเทคาไบโอระบุว่าจะจัดตั้งคณะที่ปรึกษากฎหมายและบัญชีเพื่อดำเนินการตรวจสอบใหม่และแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว
จากการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ ประเด็นที่ต้องจับตาได้แคบลงมาที่ความชอบธรรมเชิงขั้นตอนของเงินกู้ผู้บริหารและการมีหลักฐานประกอบที่เพียงพอ จุดที่ต้องติดตามต่อไปคือบริษัทจะสามารถเสริมเอกสารตามที่ผู้สอบบัญชีเรียกร้อง เพื่อคลี่คลายสาเหตุของการถูกปฏิเสธให้ความเห็นได้หรือไม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: อาเซียเอโคโนมี(Asia Economy), รายงานผลการออกหลักทรัพย์ KIND ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี(KRX)
ความคิดเห็น 0