บัญชีลูกค้าที่เชื่อมโยงกับฟิเดลิตี้(Fidelity) ซื้อบิตคอยน์(BTC) รวมมูลค่าราว 134 ล้านดอลลาร์ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ขณะที่กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ ยังคงมี 'เงินไหลออกสุทธิ' สะสมตั้งแต่ต้นปีอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเม็ดเงินสถาบันกำลังเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
AMBCrypto รายงานเมื่อวันที่ 20 เวลา 02.30 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ โดยอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ออนเชนอาร์คัม(Arkham) ระบุว่าลูกค้าของฟิเดลิตี้ซื้อ BTC รวมประมาณ 134 ล้านดอลลาร์ ภายในสองวัน ซึ่งถือเป็นยอดซื้อสองวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้ตลาด BTC จะดูเงียบเหงาในช่วงนี้ แต่การซื้อขายฝั่งสถาบันบางส่วนยังคงเดินหน้าต่อ AMBCrypto อ้างข้อมูลของฟิเดลิตี้ระบุว่าความผันผวนของ BTC อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเวลาส่วนใหญ่ในอดีต
ตามรายงานเดียวกัน ความผันผวนของ BTC ต่ำกว่าประมาณ 98.5% ของช่วงเวลาทั้งหมดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอตก็ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2019
'ความผันผวน' เป็นตัวชี้วัดว่าราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวรุนแรงแค่ไหนในช่วงเวลาหนึ่ง หากราคาขยับอยู่ในกรอบแคบ ความผันผวนจะต่ำ แต่หากราคาสวิงขึ้นลงบ่อยและรุนแรง ความผันผวนจะสูงขึ้น
ความผันผวนที่ลดลงอาจถูกตีความว่าตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะนิ่งและมีเสถียรภาพ แต่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่หดตัว ก็อาจหมายถึงนักลงทุนกำลังรอสัญญาณทิศทางที่ชัดเจนกว่านี้ก็ได้ ข้อมูลชุดนี้ยืนยันว่าความผันผวนต่ำและแรงซื้อฝั่งสถาบันเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าอุปสงค์โดยรวมของตลาดกำลังฟื้นตัว
ในทางกลับกัน กระแสเงินทุนของ ETF บิตคอยน์ กลับชี้ไปในทิศทางตรงข้าม AMBCrypto อ้างโพสต์บน X ของนักวิเคราะห์คริปโตดาร์กฟอสต์(Darkfost) ระบุว่า ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ มี 'เงินไหลออกสุทธิ' สะสมในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 102,000 BTC
ตัวเลขนี้ต่างจากปี 2024 และ 2025 ที่กระแสเงินทุนสะสมของ ETF ส่วนใหญ่เป็นบวกมาโดยตลอด แม้ยอดซื้อล่าสุดจะดูโดดเด่น แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะพลิกทิศทางกระแสเงินทุน ETF ทั้งปีให้กลับมาเป็นบวกได้
ETF บิตคอยน์แบบสปอต คือกองทุนรวมที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งออกแบบมาให้เคลื่อนไหวตามราคา BTC นักลงทุนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์นี้ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ โดยไม่ต้องถือครอง BTC โดยตรง
เงินไหลออกจาก ETF อาจสร้างแรงกดดันด้านการขาย BTC ที่กองทุนถือครองอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินไหลออกทุกครั้งจะทำให้ราคาในตลาดสปอตลดลงทันที เพราะยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งการซื้อโดยตรงของบัญชีสถาบัน การเคลื่อนไหวของผู้ถือระยะยาว และสถานะในตลาดอนุพันธ์
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเกี่ยวกับกระแสเงินไหลออกจาก ETF บิตคอยน์มูลค่า 5,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตามมาด้วยกระแสความสนใจแบบมีเงื่อนไขต่ออุปสงค์จากบัญชี 401(k) ซึ่งกรณีการซื้อของบัญชีที่เชื่อมโยงกับฟิเดลิตี้ในครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกตัวอย่างที่ต้องแยกพิจารณาระหว่างภาพรวมกระแสเงินทุน ETF กับความเคลื่อนไหวของบัญชีสถาบันบางราย
ตัวเลขในไตรมาสสองก็สะท้อนความแตกต่างของอุปสงค์เช่นกัน AMBCrypto ระบุว่าราคา BTC ปรับตัวลดลง 14.2% ในไตรมาสสองของปี 2026 ขณะที่ปริมาณการถือครอง ETF บิตคอยน์ของฝั่งสถาบันกลับเพิ่มขึ้น 7.5%
แม้ราคาจะอยู่ในช่วงขาลง แต่การถือครองของสถาบันบางส่วนกลับเพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินทุนสะสมของ ETF ทั้งหมดนับจากต้นปียังคงเป็น 'เงินไหลออกสุทธิ' อยู่ดี สะท้อนว่าการซื้อของบัญชีสถาบันบางรายกับเงินไหลออกของ ETF โดยรวม สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้
ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญของข้อมูลชุดนี้ไม่ใช่การฟื้นตัวของตลาด แต่คือ 'ความแตกต่าง' ของทิศทางเม็ดเงิน บัญชีที่เชื่อมโยงกับฟิเดลิตี้มีการซื้อเข้ามาชัดเจน ขณะที่ ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ โดยรวมยังคงแบกรับภาระเงินไหลออกสะสมตั้งแต่ต้นปีต่อไป
ความคิดเห็น 0