ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งยืนยันแนวโน้มว่าเฟดอาจต้อง 'คุมเข้ม' นโยบายการเงินเพิ่มเติม หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป โดยที่ประชุม FOMC เมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75%
สำนักข่าว Cailian Press ของจีนรายงานว่า รายงานการประชุมของเฟดระบุว่าผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นว่า หากเงินเฟ้อไม่ปรับลดลง ธนาคารกลางจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีก โดยรายงานระบุว่า "เกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงิน ผู้เข้าร่วมประชุมยืนยันอีกครั้งว่าการตีความข้อมูลล่าสุดจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของการหารือเชิงนโยบายต่อไป"
โลรี โลแกน(Lorie Logan) ประธานเฟดสาขาดัลลาส, เบธ แฮมแม็ก(Beth Hammack) ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ และนีล แคชคารี(Neel Kashkari) ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส โหวตคัดค้านมติดังกล่าว โดยเสนอให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เจฟฟรีย์ ชมิด(Jeffrey Schmid) ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี และอัลแบร์โต มูซาเลม(Alberto Musalem) ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนในรอบนี้ ระบุว่าหากมีสิทธิ์ลงคะแนน ทั้งคู่ก็จะสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน
การหารือด้านนโยบายในที่ประชุมเดือนกรกฎาคมเน้นไปที่มุมมองด้านเงินเฟ้อที่แตกต่างกันของกรรมการแต่ละคน โดยรายงานการประชุมระบุว่าความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ทำให้เจ้าหน้าที่เฟดยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ความคิดเห็น 0