ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) ของสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในงานอีเวนต์คริปโตที่ทำเนียบขาว โดยเขาย้ำว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขึ้นดอกเบี้ย และต้อง 'แยก' การเติบโตทางเศรษฐกิจออกจากเงินเฟ้อให้ชัดเจน
เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น หรือวันที่ 20 ตามเวลาไทย) ทรัมป์กล่าวในงานคริปโตที่จัดขึ้นที่ทำเนียบขาวว่า "เราหวังจริง ๆ ว่าดอกเบี้ยจะลดลง" ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap Infomax เขากล่าวต่อว่า "ทุกครั้งที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี ดอกเบี้ยกลับลดลง" และ "ตอนนี้พอมีการประกาศตัวเลขที่ดี พวกเขากลับกลัวเงินเฟ้อมากเกินไปจนขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง"
ทรัมป์ระบุว่า "พวกเขาควรปล่อยให้ดอกเบี้ยลดลง" พร้อมย้ำว่า "ความสำเร็จและการเติบโตไม่ได้ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ" เขากล่าวว่าสิ่งที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อคือ "ปัจจัยอื่น ๆ" และอ้างว่าสหรัฐฯ กำลังทำให้ราคาสินค้าและต้นทุนที่เกี่ยวข้องลดลง คำพูดนี้สะท้อนแรงกดดันที่ทรัมป์มีต่อธนาคารกลางสหรัฐ(Federal Reserve) หรือเฟด(Fed) มาอย่างต่อเนื่อง
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นในงานที่ทำเนียบขาวซึ่งมีบุคคลจากวงการคริปโตเข้าร่วม สำนักข่าว AP(Associated Press) รายงานว่า ทรัมป์เข้าร่วมงานสินทรัพย์ดิจิทัลที่ห้องรูสเวลต์ และกล่าวว่า "เรากำลังทำให้สหรัฐฯ รักษาสถานะผู้นำที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ในบิตคอยน์(BTC)และคริปโตเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดพยากรณ์และปัญญาประดิษฐ์(AI)ด้วย"
ในงานเดียวกัน ทรัมป์พูดถึงตลาดคริปโต ตลาดพยากรณ์ การเงินแบบดั้งเดิม และการเงินแบบกระจายศูนย์ไปพร้อมกัน โดยประเมินว่าอนาคตของตลาดเชิงพาณิชย์ในกลุ่มนี้กำลังถูก 'บุกเบิก' และ 'พัฒนาให้สมบูรณ์' อยู่ในสหรัฐฯ
MarketWatch รายงานว่า ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมายคลาริตี(Clarity Act) ในงานเดียวกันนี้ด้วย โดยเขาระบุว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้สหรัฐฯ นำหน้าจีน และเปิดประตูสู่นวัตกรรมขั้นต่อไป
กฎหมายคลาริตีเป็นร่างกฎหมายที่มุ่งกำหนดเกณฑ์การกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ให้ชัดเจนขึ้น หัวใจสำคัญคือการลดความไม่แน่นอนเรื่องอำนาจกำกับดูแลการออกและซื้อขายคริปโต ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแลต่างจับตา
คำพูดเรื่องดอกเบี้ยของทรัมป์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของเฟดโดยตรง แต่การที่ประธานาธิบดีออกมากดดันเรื่องการลดดอกเบี้ยต่อสาธารณะเช่นนี้ อาจทำให้ประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางกับแรงกดดันทางการเมืองยังคงเป็นที่ถกเถียงต่อไป
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมักได้รับผลกระทบทางอ้อมจากทิศทางดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และความคาดหวังเรื่องสภาพคล่อง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง
ทรัมป์ยังกล่าวอ้างว่าสหรัฐฯ นำหน้าในด้าน AI เช่นกัน โดยเปิดเผยว่าหากประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 24 กันยายน ทั้งสองฝ่ายอาจหารือประเด็นต่าง ๆ รวมถึงเรื่อง AI ด้วย
การพูดถึงจีนในบริบทนี้ ทำให้ประเด็นการกำกับดูแลคริปโตกับการแข่งขันด้าน AI ถูกวางไว้ในกรอบการช่วงชิงความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งอาจตีความได้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังผลักดันทั้งการจัดระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นวาระทางการเมืองไปพร้อมกัน
สำหรับนักลงทุนไทย ทิศทางดอกเบี้ยและการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาควบคู่กัน เพราะราคาสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์มักตอบสนองต่อสภาพคล่องดอลลาร์และความคาดหวังดอกเบี้ยค่อนข้างไว ขณะที่ทิศทางกำกับดูแลของสหรัฐฯ ก็ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของเอ็กซ์เชนจ์และโปรเจกต์ทั่วโลกเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวครั้งนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถชี้ชัดทิศทางนโยบายของเฟด หรือกำหนดเวลาการผ่านกฎหมายคลาริตีได้ กำหนดการที่ยืนยันแล้วมีเพียงการเยือนสหรัฐฯ ของสีจิ้นผิงในวันที่ 24 กันยายน และคำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่าอาจมีการหารือประเด็น AI ในโอกาสนั้น
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: Yonhap Infomax https://news.einfomax.co.kr/news/articleView.html?idxno=4430861, AP https://apnews.com/article/32d1cc5205b1da96989957fa3b45f153, MarketWatch https://www.marketwatch.com/story/trump-calls-for-passage-of-a-key-cryptocurrency-bill-as-it-falters-in-the-senate-we-need-congress-to-take-the-next-step-ce9aa046
ความคิดเห็น 0