โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์ซ้ำกรณีเกาหลีใต้ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ท่ามกลางประเด็นโครงสร้างการนำเข้าน้ำมันของเกาหลีใต้และการปรับลดการซ้อมรบร่วมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ที่กำลังจุดชนวนข้อถกเถียงเรื่องการแบ่งภาระภายในพันธมิตร
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) ว่า เขา 'ไม่พอใจ' หลังเกาหลีใต้ระบุว่าไม่สนใจจะช่วยเหลือสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap Infomax เขากล่าวว่า 'เกาหลีใต้ได้น้ำมันถึง 60% จากช่องแคบฮอร์มุซ' พร้อมอ้างว่าประธานาธิบดีอี แจมยอง (Lee Jae-myung) ตอบคำขอความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ว่า 'ไม่ ไม่เป็นไร'
คำกล่าวนี้มีขึ้นหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการลดขนาดการซ้อมรบร่วมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ สำนักข่าว AP รายงานว่า ทรัมป์สั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วม โดยอ้างเหตุผลทั้งความสัมพันธ์กับคิม จองอึน (Kim Jong-un) ผู้นำเกาหลีเหนือ และการที่เกาหลีใต้ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือเรื่องอิหร่าน
AP ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าก่อนมีการประกาศดังกล่าว สะท้อนว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการซ้อมรบถูกเปิดเผยผ่านแนวคิดของทรัมป์ต่อเกาหลีเหนือและอิหร่าน มากกว่าจะผ่านการหารือระดับปฏิบัติการของพันธมิตร
ในโอกาสเดียวกัน เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ทรัมป์หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามโดยตรง เขากล่าวเพียงว่า 'ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น' พร้อมระบุว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคิม จองอึน
ส่วนเรื่องการซ้อมรบร่วม ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่ชอบการซ้อมรบขนาดใหญ่ที่มีเกาหลีเหนือเป็นเป้าหมาย โดยระบุว่าตลอดวาระของเขา เกาหลีเหนือ 'ประพฤติตัวสงบเสงี่ยมมาก' การซ้อมรบลักษณะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ให้เกียรติกัน
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน ถือเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวจากตะวันออกกลาง จึงเป็นประเด็นที่เกี่ยวพันกับทั้งความมั่นคงด้านพลังงานและทิศทางราคาสินค้าของเกาหลีใต้โดยตรง
สำหรับเกาหลีใต้ ประเด็นการช่วยเหลือในช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เรื่องความร่วมมือทางทหาร แต่ยังเกี่ยวโยงกับเส้นทางนำเข้าน้ำมัน ความปลอดภัยของการขนส่งทางทะเล และการแบ่งภาระค่าใช้จ่ายของพันธมิตรไปพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ายังต้องติดตามเพิ่มเติมว่าความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลต่อราคาน้ำมันและตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างไร โดยคำกล่าวล่าสุดของทรัมป์ถือเป็นความต่างตรงที่หยิบยกบทบาทของเกาหลีใต้ขึ้นมาพูดถึงต่อสาธารณะอย่างชัดเจนมากขึ้น ในสถานการณ์ตึงเครียดเดิม
ด้านสหรัฐฯ กำลังดำเนินปฏิบัติการแยกต่างหากเพื่อคุ้มกันเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 ราย ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ให้ความคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันบนเส้นทางทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซมาต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ตามรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกน้ำมันราว 15-20 ลำต่อคืนที่แล่นผ่านเส้นทางนี้ สะท้อนว่าปฏิบัติการคุ้มกันไม่ใช่มาตรการเฉพาะกิจ แต่ดำเนินต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว
ฝั่งเกาหลีเหนือแสดงท่าทีไม่พอใจต่อการลดขนาดการซ้อมรบร่วมเช่นกัน คิม โยจอง (Kim Yo-jong) รองผู้อำนวยการพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ระบุว่าแม้ระยะเวลาและขนาดของการซ้อมรบจะลดลง แต่ 'ลักษณะที่เป็นการยั่วยุและก้าวร้าวยังไม่เปลี่ยนแปลง' ตามรายงานของ AP
คำกล่าวของทรัมป์ครั้งนี้เชื่อมโยงประเด็นการช่วยเหลือในช่องแคบฮอร์มุซ การซ้อมรบร่วมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ และความเป็นไปได้ในการติดต่อระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือเข้าไว้ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม จากคำกล่าวต่อสาธารณะเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกาหลีใต้เคยพิจารณาให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใด และขอบเขตความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ ต้องการนั้นครอบคลุมเพียงใด
ความคิดเห็น 0