หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service, FSS) ตรวจสอบว่ากองทุนส่วนบุคคล (private fund) ที่บริษัทหลักทรัพย์ตั้งขึ้นเองภายในองค์กร หรือที่เรียกกันว่า 'กองทุนอินเฮาส์' เข้าซื้อหุ้นกู้ประเภท 'เยอจอนแช' (여전채) ซึ่งเป็นตราสารหนี้ของบริษัทให้สินเชื่อเฉพาะทางอย่างบริษัทบัตรเครดิตและบริษัทลีสซิ่งหรือไม่ โดยมุ่งตรวจสอบว่าฝ่ายขายของบริษัทหลักทรัพย์เดียวกันที่รับประกันการจำหน่ายหุ้นกู้เหล่านี้ ได้ขายต่อให้กองทุนในเครือของตัวเองหรือไม่ และระบบป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลภายในทำงานได้จริงหรือไม่
สำนักข่าวยอนฮับอินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) รายงานเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่า FSS ได้ขอให้บริษัทหลักทรัพย์ที่มีกองทุนอินเฮาส์ส่งข้อมูลเข้ามา โดยเอกสารที่ขอครอบคลุมสองส่วนคือ รายละเอียดหุ้นกู้เยอจอนแชที่ทีมซินดิเคตและฝ่ายขายของบริษัทรับประกันการจำหน่ายไว้ กับรายละเอียดหุ้นกู้ที่กองทุนอินเฮาส์ของบริษัทเดียวกันเข้าซื้อ
หัวใจของการตรวจสอบครั้งนี้คือการนำข้อมูลสองชุดมา 'ไขว้' กัน เพื่อดูว่าหุ้นกู้ที่ฝ่ายขายภายในบริษัทรับประกันการจำหน่ายไว้ ถูกกองทุนส่วนบุคคลที่บริษัทเดียวกันบริหารเข้าซื้อหรือไม่ และในกระบวนการนี้ กำแพงป้องกันข้อมูลรั่วไหลที่เรียกว่า 'ไชนีสวอลล์' (Chinese wall) ยังทำงานอยู่หรือไม่
กฎหมายตลาดทุนและธุรกิจการลงทุนทางการเงินของเกาหลีใต้ (Capital Markets Act) กำหนดห้ามผู้ประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม นำหลักทรัพย์ที่ตนเองหรือผู้รับประกันการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกันตามที่กฎหมายระบุไว้เป็นผู้รับประกัน มาซื้อเป็นทรัพย์สินของกองทุน พูดง่ายๆ คือ หากฝ่ายหนึ่งของบริษัทรับประกันการขายหุ้นกู้ไว้แล้ว อีกฝ่ายในบริษัทเดียวกันจะนำเงินกองทุนไปซื้อหุ้นกู้ตัวนั้นทันทีไม่ได้
กองทุนอินเฮาส์ หมายถึงหน่วยบริหารกองทุนส่วนบุคคลที่บริษัทหลักทรัพย์จัดตั้งขึ้นเองภายในองค์กร ส่วนหุ้นกู้เยอจอนแชเป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทให้สินเชื่อเฉพาะทาง เช่น บริษัทบัตรเครดิตและบริษัทลีสซิ่ง
ในกระบวนการออกหุ้นกู้ บริษัทหลักทรัพย์สามารถทำหน้าที่ทั้งรับประกันการจำหน่ายและจัดจำหน่ายได้ ขณะที่กองทุนส่วนบุคคลก็สามารถเข้าซื้อหุ้นกู้ตามกลยุทธ์การลงทุนของตัวเองได้เช่นกัน แต่เมื่อสองบทบาทนี้อยู่ในบริษัทเดียวกัน การบริหารจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อคุ้มครองนักลงทุนและควบคุมภายในจึงมีความสำคัญมากขึ้น
การตรวจสอบครั้งนี้เน้นไปที่ประเด็นการควบคุมภายในของบริษัทหลักทรัพย์และการบริหารผลประโยชน์ทับซ้อนของกองทุน มากกว่าประเด็นอุปสงค์-อุปทานของหุ้นกู้เยอจอนแชโดยตรง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงภาระราคาเปรียบเทียบระหว่างหุ้นกู้เยอจอนแชกับหุ้นกู้บริษัททั่วไปที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดตราสารหนี้ในประเทศมาก่อนแล้ว
ในตลาดตราสารหนี้ มีการประเมินว่าการขอข้อมูลครั้งนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับการรวบรวมข้อมูลมากกว่าการตรวจสอบหรือการลงโทษ อย่างไรก็ตาม หากพบสัญญาณการกระทำผิดกฎหมายในเอกสารที่ส่งเข้ามา ก็อาจนำไปสู่มาตรการเพิ่มเติมได้
ผู้ร่วมตลาดตราสารหนี้รายหนึ่งกล่าวว่า "FSS น่าจะตรวจสอบว่า 'ไชนีสวอลล์' ทำงานได้จริงหรือไม่ หลังจากกองทุนอินเฮาส์ของบริษัทหลักทรัพย์เปิดดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการตรวจสอบครั้งนี้เป็นขั้นตอนที่ยืนยันการทำงานของระบบควบคุมภายในจากประวัติการทำธุรกรรมจริง หลังหน่วยบริหารกองทุนอินเฮาส์ดำเนินงานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
การขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินครั้งนี้ ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องกลับมาตรวจสอบระบบบริหารจัดการข้อมูลระหว่างฝ่ายขายและฝ่ายบริหารกองทุนอีกครั้ง ส่วนประเด็นการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ต้องรอการยืนยันหลังตรวจสอบเอกสารที่ส่งเข้ามาก่อน
ความคิดเห็น 0