เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญมากกว่าตลาดแรงงานในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ตามการประเมินล่าสุดจากตลาด เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มไม่ถูกมองว่าเป็นต้นตอหลักของแรงกดดันด้านราคาอีกต่อไป ทำให้จุดสนใจของตลาดในการตีความทิศทางอัตราดอกเบี้ยเริ่มเทไปที่ 'ทิศทางการชะลอตัวของเงินเฟ้อ' เป็นหลัก
คาเรน แมนนา (Karen Manna) นักกลยุทธ์ตราสารหนี้และผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของเฮอร์มีส อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ (Hermes Investment Management) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 20 เวลา 12.44 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ ว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงเป็น 'ความกังวลหลัก' ของผู้กำหนดนโยบาย พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟดแสดงจุดยืนที่ 'สอดคล้องกันอย่างชัดเจน' ในประเด็นนี้ และตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในปัจจุบันไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแหล่งที่มาหลักของแรงกดดันเงินเฟ้ออีกต่อไป
ประเด็นสำคัญอยู่ที่จุดศูนย์ถ่วงของการตัดสินใจเชิงนโยบาย หากการตีความที่ว่าตลาดแรงงานเริ่มเข้าใกล้จุดสมดุลนั้นถูกต้อง เฟดก็จะให้ความสำคัญกับคำถามที่ว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวลงสู่เป้าหมายหรือไม่ มากกว่าการชะลอตัวของการจ้างงานเพียงอย่างเดียว แม้เรื่องนี้จะไม่ได้หมายความโดยตรงว่าเฟดจะปรับลดหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในทันที แต่สะท้อนว่าตลาดเริ่มตีความทิศทางนโยบายจากตัวเลขการจ้างงานเพียงอย่างเดียวได้ยากขึ้น
ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ในตลาดว่า เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงสิ้นปีเพื่อรอดูข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติม และรายงานฉบับล่าสุดนี้ก็สนับสนุนมุมมองที่ว่ากรอบนโยบายของเฟดกำลังเปลี่ยนจากความกังวลเรื่องตลาดแรงงานไปสู่การให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อเป็นหลัก
ประเด็นนี้ยังส่งผลถึงนักลงทุนในบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ในฐานะตัวแปรเศรษฐกิจมหภาค เนื่องจากทั้ง BTC และ ETH ต่างเผชิญความเสี่ยงร่วมกันจากสภาพคล่องของดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ไม่ได้ระบุทิศทางราคาหรือกระแสเงินทุนของคริปโตสกุลใดสกุลหนึ่งเป็นการเฉพาะ
ความคิดเห็น 0