จุดโฟกัสของนโยบายการเงินสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนจากตลาดแรงงานกลับไปที่ปัญหาเงินเฟ้ออีกครั้ง สภาพการจ้างงานเข้าใกล้จุดสมดุลแล้ว แต่ระดับราคายังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ตลาดยังคงตีความทิศทางดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง
บล็อกบีทส์ (BlockBeats) รายงานเมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) ว่า คาเรน แมนนา (Karen Manna) รองประธานและนักกลยุทธ์ด้านตราสารหนี้ของ เฟเดอเรเทด แฮร์มีส ระบุในรายงานว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังเป็น 'ความกังวลหลัก' ของผู้กำหนดนโยบาย โดยแมนนาอธิบายว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ไม่ใช่แหล่งกดดันเงินเฟ้อหลักอีกต่อไปแล้ว จุดเน้นของนโยบายจึงเปลี่ยนจากตลาดแรงงานมาสู่ระดับราคาแทน
ฝั่งเฟดเองก็ส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกัน คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) คงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 โดยกรรมการ 3 คน ได้แก่ เบธ แฮมแมค (Beth M. Hammack), นีล คาชคารี (Neel Kashkari) และ ลอรี โลแกน (Lorie K. Logan) ลงมติไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์พอยท์
แถลงการณ์ของ FOMC ระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง อัตราการว่างงานไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ขณะเดียวกันเงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด โดยระบุด้วยว่าการปรับขึ้นของราคาส่วนหนึ่งมาจากแรงกระแทกด้านอุปทานในบางภาคส่วน เช่น พลังงาน
รายงานนโยบายการเงินที่เฟดยื่นต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมก็สะท้อนทิศทางคล้ายกัน โดยประเมินว่าตลาดแรงงานอยู่ในภาวะทรงตัว อุปสงค์และอุปทานโดยรวมสมดุลกัน อัตราว่างงานเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำและไม่เปลี่ยนแปลงมากนักนับตั้งแต่ฤดูร้อนปีก่อน
โครงสร้างนี้ถือเป็นตัวแปรทางอ้อมต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซีด้วยเช่นกัน สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักเคลื่อนไหวไวต่อสภาพคล่องดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะชี้ทิศทางราคาที่ชัดเจน
การประเมินของเฟเดอเรเทด แฮร์มีส ชี้ว่าเฟดให้น้ำหนักกับการยืนยัน 'ความต่อเนื่อง' ของการชะลอตัวของเงินเฟ้อ มากกว่าการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น ทั้งนี้ กำหนดการประชุม FOMC ครั้งถัดไปที่ยืนยันแล้วคือวันที่ 15-16 กันยายน
ความคิดเห็น 0