คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ระบุว่าจะเดินหน้าปรับปรุงกฎเกณฑ์กำกับดูแลโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป แม้ร่างกฎหมาย Clarity Act จะยังไม่ผ่านการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐฯ ก็ตาม โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ผ่านความเห็นชอบขั้นสุดท้าย แต่หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่าได้เตรียมความพร้อมและใช้อำนาจที่มีอยู่เดินหน้าไปแล้ว
ไมเคิล เซลิก(Michael S. Selig) ประธาน CFTC กล่าวในการประชุมด้านนวัตกรรมที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “ขณะที่สภาคองเกรสกำลังผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act ให้ไปถึงเส้นชัย เราพร้อมที่จะบังคับใช้ทันทีที่ประธานาธิบดีลงนามในกฎหมาย” และเสริมว่า “ระหว่างนี้เราจะใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อผลักดันวาระสนับสนุนนวัตกรรมของประธานาธิบดีต่อไป” คำกล่าวนี้สะท้อนว่า CFTC ไม่ได้รอผลการลงมติของสภาคองเกรสเพียงอย่างเดียว แต่เดินหน้าวางมาตรฐานกำกับดูแลคู่ขนานไปด้วย
คำกล่าวของเซลิกสะท้อนว่าการถกเถียงเรื่องกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ กำลังขยับจากประเด็น ‘ร่างกฎหมายจะผ่านหรือไม่’ ไปสู่ ‘โครงสร้างการบังคับใช้ทั้งก่อนและหลังกฎหมายมีผล’ นั่นหมายความว่า CFTC จะรอกระบวนการนิติบัญญัติของสภาคองเกรส แต่ระหว่างนั้นก็จะปรับมาตรฐานกำกับดูแลและกฎเกณฑ์ตลาดไปพร้อมกัน
ร่างกฎหมาย Clarity Act มีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และแบ่งขอบเขตอำนาจกำกับดูแลระหว่าง CFTC กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ประเด็นหลักคือ เมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลถูกจัดประเภทเป็น ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ หน่วยงานใดจะกำกับดูแลการซื้อขายและตัวกลาง และการพิจารณาความเป็น ‘หลักทรัพย์’ จะอยู่ในขอบเขตของ SEC มากน้อยเพียงใด
ตามบันทึกของสภาคองเกรส ร่างกฎหมาย H.R. 3633 หรือ ‘กฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล’ (Digital Asset Market Clarity Act) ผ่านการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2025 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 294 เสียง ไม่เห็นชอบ 134 เสียง จากนั้นถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเมื่อวันที่ 18 กันยายนปีเดียวกัน และเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2026 มีการยื่นญัตติเสนอให้พิจารณาในที่ประชุมใหญ่วุฒิสภา พร้อมญัตติปิดอภิปราย
คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้พิจารณาปรับแก้ร่างกฎหมาย H.R. 3633 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 และซินเทีย ลัมมิส(Cynthia Lummis) วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ร่างข้อความฉบับปรับปรุงที่รวมข้อเสนอแก้ไขต่างๆ เข้าด้วยกันเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 20 ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยคิทโค นิวส์(Kitco News) รายงานว่าวุฒิสภาปิดสมัยประชุมช่วงเดือนสิงหาคมโดยไม่มีการลงมติขั้นสุดท้าย
ขณะที่กระบวนการนิติบัญญัติล่าช้า หน่วยงานกำกับดูแลกลับเคลื่อนไหวเร็วขึ้น โดย CFTC และ SEC ได้รื้อฟื้นโครงการนโยบายร่วม ‘Project Crypto’ เมื่อวันที่ 29 มกราคม และเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทั้งสองหน่วยงานได้เผยแพร่การตีความร่วมกันเรื่องการบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางกับสินทรัพย์คริปโตและการซื้อขายสินทรัพย์คริปโต
ทั้งสองหน่วยงานระบุว่ามาตรการนี้เป็นส่วนเสริมของกฎหมายโครงสร้างตลาดฉบับใหญ่ที่สภาคองเกรสกำลังพิจารณา กล่าวคือ แม้กฎหมายโครงสร้างตลาดจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่หน่วยงานกำกับดูแลก็จะวางแนวทางตีความและมาตรฐานการบังคับใช้เพื่อลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบไปก่อน
นอกจากนี้ CFTC ยังได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านนวัตกรรม (Innovation Task Force) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม โดยมีหน้าที่ปรับปรุงกรอบกำกับดูแลที่ครอบคลุมสินทรัพย์คริปโตและบล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงตลาดทำนายผลและสัญญาอิงเหตุการณ์
เซลิกยังเขียนบทความแสดงความเห็นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม โดยเน้นย้ำว่าตลาดการเงินรูปแบบใหม่ต้องการ ‘นวัตกรรม’ มากกว่า ‘ฉันทามติ’ พร้อมย้ำว่าหน่วยงานกำกับดูแลควรดำเนินการเชิงรุก ซึ่งสะท้อนแนวทางที่ CFTC ต้องการเตรียมโครงสร้างกำกับดูแลให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยไม่รอผลการถกเถียงในสภาคองเกรสเพียงอย่างเดียว
ฝั่งภาคอุตสาหกรรมเรียกร้องความชัดเจนด้านกฎระเบียบมาต่อเนื่อง โดย Stand With Crypto และ Blockchain Association ได้เรียกร้องให้นำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมใหญ่วุฒิสภา หลังผ่านขั้นตอนของคณะกรรมาธิการแล้ว
ในทางกลับกัน คิทโค นิวส์รายงานว่าพรรคเดโมแครตและสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน รวมถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่วิจารณ์ร่างกฎหมาย ยังคงตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่เพียงพอของบทบัญญัติด้านการป้องกันการฟอกเงินและจริยธรรม ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าความล่าช้าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องกำหนดเวลาลงมติ แต่เป็นการต่อรองเนื้อหาของร่างกฎหมายเอง
ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปฏิทินการเมืองสหรัฐฯ เท่านั้น เพราะแนวทางที่สหรัฐฯ กำหนดเกณฑ์จำแนกความเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือหลักทรัพย์ของสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก อย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) รวมถึงมาตรฐานการกำกับดูแลการซื้อขาย อาจส่งผลต่อกฎเกณฑ์ของตลาดแลกเปลี่ยน สัญญาอนุพันธ์ และการออกโทเคนทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการลงมติของวุฒิสภาต่อร่างกฎหมาย Clarity Act และยังรายงานว่า CFTC จะหารือแนวทางกำกับดูแลสินทรัพย์คริปโต ปัญญาประดิษฐ์ และตลาดทำนายผล ในการประชุมครั้งแรกของคณะที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม
CFTC มีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกของคณะที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม (Innovation Advisory Committee) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างเวลา 00.00-03.00 น. ของวันที่ 21 สิงหาคม (เวลาไทย) โดยวาระการประชุมครอบคลุมการให้คำปรึกษาแนวทางกำกับดูแลในจุดที่เทคโนโลยี กฎหมาย นโยบาย และการเงินมาบรรจบกัน
ความคิดเห็น 0