กฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายกำหนดโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ กำลังจะเข้าสู่การโหวตขั้นตอนในวุฒิสภาวันที่ 15 กันยายนนี้ และกลับมาเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองและอุตสาหกรรมคริปโตอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) พบปะผู้บริหารบริษัทคริปโตที่ทำเนียบขาว ตามมาด้วยคำพูดของไบรอัน อาร์มสตรอง(Brian Armstrong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) โคอินเบส(COIN) ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ ทำให้การถกเถียงเรื่องความชัดเจนด้านกฎระเบียบกลับมาคึกคักอีกครั้ง
วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานว่า ทรัมป์พบผู้บริหารบริษัทคริปโตที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) และเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมาย CLARITY Act โดยทรัมป์ระบุว่ากฎหมายนี้จะทำให้สหรัฐฯ ก้าวนำจีน และเปิดประตูสู่นวัตกรรม
มาร์เก็ตวอทช์ (MarketWatch) รายงานเพิ่มเติมว่า ทรัมป์เรียกร้องให้ผ่านกฎหมาย CLARITY Act ‘ฉบับที่เป็นธรรม’ โดยการพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ กำลังติดขัดอยู่ในขั้นตอนวุฒิสภาอีกครั้ง
ผู้เข้าร่วมประชุมมีผู้บริหารจากโคอินเบส(COIN), คราเคน, ริปเปิล(XRP), เจมินี, โรบินฮู้ด($HOOD), แนสแด็ก และอินเตอร์คอนติเนนทัล เอ็กซ์เชนจ์ (ICE) ขณะที่พอล แอตกินส์(Paul Atkins) ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และไมค์ เซลิก(Mike Selig) ประธานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน ตามรายงาน
ก่อนหน้านี้ เดอะบล็อก (The Block) รายงานว่า การประชุมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นที่อาคารบริหารไอเซนฮาวร์ (Eisenhower Executive Office Building) เวลา 14.30 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออก ของวันที่ 19 หรือตรงกับเวลาประมาณ 01.30 น. ตามเวลาไทย ของวันที่ 20 โดยกำหนดการนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของ CFTC
คำพูดของอาร์มสตรองก็มีส่วนเพิ่มน้ำหนักให้กับประเด็นนี้เช่นกัน โดยคริปโตบรีฟิง (CryptoBriefing) รายงานว่า อาร์มสตรองออกรายการ ‘สควอว์กบ็อกซ์’ (Squawk Box) ทางซีเอ็นบีซี (CNBC) เมื่อวันที่ 20 (เวลาสหรัฐฯ) และกล่าวถึงบทสนทนาที่ทำเนียบขาวเมื่อวันก่อนหน้าว่า “สร้างสรรค์อย่างมาก” (very constructive)
อย่างไรก็ตาม คำพูดนี้เป็นข้อมูลที่อ้างอิงจากขอบเขตการรายงานของคริปโตบรีฟิง ไม่ใช่คลิปวิดีโอต้นฉบับหรือบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มจากซีเอ็นบีซี จุดเน้นหลักของข่าวนี้จึงควรอยู่ที่การประชุมทำเนียบขาวที่ได้รับการยืนยันแล้ว และกำหนดการโหวตขั้นตอนในวุฒิสภา
กฎหมาย CLARITY Act เป็นร่างกฎหมายที่กำหนดโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ประเด็นหลักอยู่ที่ว่าตลาดซื้อขายและผู้ออกโทเคนควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด และต้องผ่านขั้นตอนการขึ้นทะเบียนหรือปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบใด
ทำเนียบขาวระบุในเอกสารประกอบคำสั่งบริหารเมื่อเดือนมกราคม 2025 ว่าต้องการสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบสำหรับเทคโนโลยีการเงินดิจิทัล พร้อมจัดตั้งคณะทำงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ทรัมป์ลงนามในกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งวางกรอบกำกับดูแลระดับสหพันธรัฐฉบับแรกสำหรับสเตเบิลคอยน์
ประเด็นนี้เป็นความต่อเนื่องจากการประชุมที่ทำเนียบขาวซึ่งหยิบยกเรื่องกฎหมาย CLARITY Act ขึ้นมาพูดอีกครั้ง ขณะที่อาร์มสตรองเองก็เคยถูกกล่าวถึงในฐานะผู้ที่เรียกร้องให้วุฒิสภาผลักดันกฎหมาย CLARITY Actมาก่อนหน้านี้
กระบวนการผ่านวุฒิสภายังไม่เสร็จสิ้น วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กฎหมาย CLARITY Act มีกำหนดโหวตขั้นตอนในวันที่ 15 กันยายน และเคยถูกเลื่อนมาแล้วจากความเห็นต่างเรื่องเงื่อนไขจริยธรรมที่เกี่ยวกับการจำกัดผลกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลของเจ้าหน้าที่รัฐ
เดอะบล็อกระบุเช่นกันว่า การโหวตขั้นตอนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ากฎหมายจะผ่านเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะเป็นเพียงขั้นตอนที่ตัดสินว่าจะสามารถอภิปรายต่อในที่ประชุมใหญ่ได้หรือไม่ ซึ่งแยกจากการลงมติผ่านร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย
ปฏิกิริยาตลาดในระยะสั้นค่อนข้างรุนแรง โดยวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ณ เวลา 16.00 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออก ของวันที่ 19 หรือประมาณ 03.00 น. ตามเวลาไทย ของวันที่ 20 บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวขึ้นราว 6% มาซื้อขายที่ระดับประมาณ 68,406 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นโคอินเบสพุ่งขึ้น 10% และหุ้นสเตรทเทจี($MSTR) เพิ่มขึ้น 13%
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าตลาดในวันเดียวกันได้รับแรงหนุนจากปัจจัยอื่นด้วย ทั้งการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย จึงยังยากที่จะสรุปว่าราคาที่ปรับขึ้นมาจากการประชุมที่ทำเนียบขาวเพียงปัจจัยเดียว
ความเคลื่อนไหวเรื่องกฎหมาย CLARITY Act ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อตลาดซื้อขายและผู้ออกโทเคนในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกที่นักลงทุนไทยเข้าถึงอยู่ด้วย ขั้นตอนถัดไปที่ได้รับการยืนยันแล้วในขณะนี้คือการโหวตขั้นตอนในวุฒิสภาวันที่ 15 กันยายน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: WSJ, MarketWatch, The Block, White House crypto, White House EO fact sheet, White House GENIUS Act fact sheet
ความคิดเห็น 0