อาลีบาบา(BABA) เดินหน้ากลยุทธ์ลดการพึ่งพาชิปกราฟิก (GPU) จากภายนอกในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ หลังส่งมอบชิป AI ที่พัฒนาเอง 'เจิ้นอู่ (Zhenwu)' ไปแล้วกว่า 560,000 ตัว อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาสเดือนมิถุนายนกลับแสดงกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 76% จากภาระการลงทุนด้าน AI ที่สูงขึ้น สะท้อนว่าการเปลี่ยนมาใช้ชิปของตัวเองยังไม่ได้แปลงเป็นผลกำไรที่ดีขึ้นในทันที
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) อาลีบาบาแถลงอย่างเป็นทางการว่า T-Head ซึ่งเป็นบริษัทลูกด้านออกแบบชิป ได้ส่งมอบชิปเจิ้นอู่ไปแล้วมากกว่า 560,000 ตัว โดยชิปประมวลผล AI รุ่นใหม่ 'เจิ้นอู่ M890' มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง 'เจิ้นอู่ 810E' ถึง 3 เท่า พร้อมหน่วยความจำออนชิป (on-chip memory) ขนาด 144GB และแบนด์วิดท์เชื่อมต่อระหว่างชิป (inter-chip bandwidth) 800GB/s ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
การแถลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดตัวเซมิคอนดักเตอร์ทั่วไป แต่เป็นความพยายามปรับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจคลาวด์ อาลีบาบานำเสนอชิปเจิ้นอู่ M890 ควบคู่กับสวิตช์เครือข่าย 'ICN Switch 1.0' และซอฟต์แวร์สแต็กที่พัฒนาเอง โดย ICN Switch 1.0 ถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อคลัสเตอร์ตัวเร่งความเร็ว (accelerator) ได้สูงสุด 64 ตัว
ชิป AI ถือเป็นอุปกรณ์หลักในการประมวลผลงานอนุมาน (inference) ของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รวมถึงระบบแนะนำสินค้า การค้นหา และโฆษณา ที่ผ่านมาผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั่วโลกพึ่งพาจีพียูของเอ็นวิเดีย(NVDA) เป็นหลัก แต่เมื่อปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นมาก ต้นทุนจัดหาอุปกรณ์ ค่าไฟฟ้า และค่าดำเนินงาน ก็ส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรขาดทุน
กลยุทธ์ของอาลีบาบาคือการรวมชิป อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์สแต็กเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อดึงประสิทธิภาพในบริการคลาวด์ให้สูงขึ้น การใช้ชิปของตัวเองช่วยให้หลุดพ้นจากโครงสร้างต้นทุนที่ผูกติดกับจีพียูสำเร็จรูปยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งได้บางส่วน แต่ก็ต้องแบกรับต้นทุนด้านการออกแบบ การผลิตจำนวนมาก และการปรับแต่งระบบให้เหมาะสมไปพร้อมกันด้วย
ตัวเลขในกลุ่มธุรกิจคลาวด์ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนกลยุทธ์นี้ โดยในการแถลงผลประกอบการเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) อาลีบาบาระบุว่ารายได้จากภายนอกของกลุ่มธุรกิจ Cloud Intelligence Group เติบโต 40% ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เติบโตในระดับสามหลัก (triple digit) ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 11 และคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของรายได้คลาวด์จากภายนอกทั้งหมด
เอ็ดดี้ อู๋ (Eddie Wu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของอาลีบาบา กล่าวในการแถลงผลประกอบการเดือนพฤษภาคมว่า "การลงทุนด้าน AI และคลาวด์ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในวงกว้างแล้ว" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าอาลีบาบามองธุรกิจ AI เป็นแกนธุรกิจที่สร้างรายได้ได้จริง มากกว่าเป็นเพียงการลงทุนเชิงทดลอง
ในการแถลงครั้งเดียวกัน อาลีบาบาระบุว่ารายได้ประจำต่อปี (Annual Recurring Revenue) จากบริการโมเดลและแอปพลิเคชัน AI อาจเกิน 10,000 ล้านหยวนภายในไตรมาสเดือนมิถุนายนปี 2026 และอาจแตะระดับ 30,000 ล้านหยวนภายในสิ้นปี พร้อมคาดการณ์ว่ารายได้จากผลิตภัณฑ์ AI อาจมีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของรายได้คลาวด์จากภายนอกภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าแผนการลงทุนด้าน AI ของอาลีบาบา ซึ่งเดิมกำหนดวงเงินไว้สูงสุด 380,000 ล้านหยวนในช่วง 3 ปีข้างหน้า อาจถูกปรับเพิ่มขึ้นเกินกว่าที่วางไว้ ในรายงานเดียวกัน เอ็ดดี้ อู๋ ระบุว่าอัตรากำไร (margin) ของอาลีบาบาคลาวด์อาจเริ่มปรับตัวดีขึ้นภายใน 1-2 ไตรมาสข้างหน้า ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นเพียงความคาดหวังของฝ่ายบริหาร ยังไม่ใช่ผลประกอบการที่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด
ทว่ารายงานผลประกอบการไตรมาสเดือนมิถุนายนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) กลับสะท้อนภาระอีกด้านหนึ่ง โดยเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานว่ากำไรสุทธิรายไตรมาสของอาลีบาบาลดลงถึง 76% จากการขยายการลงทุนด้าน AI แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว (adjusted net profit) และภาระการลงทุนด้านสินทรัพย์ถาวร (capex) ก็ถูกจับตาเป็นพิเศษ ส่งผลให้หุ้นอาลีบาบาที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในการซื้อขายช่วงก่อนตลาดเปิด (pre-market)
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มที่ อาลีบาบาทยอยขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และปรับโครงสร้างองค์กรให้มุ่งเน้นธุรกิจ AI และคลาวด์เป็นศูนย์กลาง ก่อนหน้านี้ ข่าวการขายบริษัทลูกด้านเกม Lingxi Games ก็ถูกตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่อาลีบาบาโยกย้ายเงินทุนและทรัพยากรบริหารไปยังธุรกิจเทคโนโลยีหลัก
กลยุทธ์การพัฒนาชิปของตัวเองในหมู่บริษัท AI จีนยังมีภูมิหลังมาจากมาตรการควบคุมจีพียูระหว่างสหรัฐฯ กับจีนด้วย การจัดหาจีพียูประสิทธิภาพสูงของเอ็นวิเดียอาจแปรผันไปตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และเหตุผลที่อาลีบาบาเร่งพัฒนาชิปของตัวเองก็เชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบมีลักษณะเป็นตัวแปรเชิงนโยบายที่ผันผวน มากกว่าการปิดกั้นแบบตายตัว มีรายงานว่าหน่วยงานศุลกากรจีนไม่อนุญาตให้นำเข้าชิป H200 ของเอ็นวิเดีย ก่อนที่จะมีรายงานตามมาว่าอาจอนุญาตให้บริษัท AI บางแห่งซื้อได้แบบจำกัดจำนวน สำหรับภาคธุรกิจแล้ว ความมั่นคงของการจัดหาในระยะยาวถือเป็นประเด็นที่สำคัญกว่าความเป็นไปได้ในการได้อุปกรณ์เฉพาะรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
สำหรับนักลงทุนไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัดที่ต้องจับตาไปพร้อมกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนและการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยรวม การขยายชิปของตัวเองของอาลีบาบาส่งผลกระทบพร้อมกันทั้งห่วงโซ่อุปทาน AI ที่มีเอ็นวิเดียเป็นศูนย์กลาง การแข่งขันด้านราคาคลาวด์ในจีน และมูลค่าหุ้นของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ
แก่นแท้ของประเด็นนี้ไม่ได้อยู่ที่การที่อาลีบาบาผลิตชิปของตัวเองได้สำเร็จ แต่อยู่ที่ว่าชิปดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนคลาวด์ได้มากน้อยเพียงใด อาลีบาบานำเสนอตัวเลขการส่งมอบชิปกว่า 560,000 ตัว และมีลูกค้าภายนอกนำไปใช้งานแล้วมากกว่า 400 ราย แต่รายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 20 ก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่า การลงทุนด้าน AI ยังคงเป็นภาระต่องบกำไรขาดทุนของบริษัทอยู่ในขณะนี้
ความคิดเห็น 0