เกณฑ์การประเมินบริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนจากการอวดประสิทธิภาพโมเดล ไปสู่ผลการทดลองทางคลินิก การพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ คำสั่งซื้อระยะยาว และการคืนเงินสดให้ผู้ถือหุ้น ข้อมูลล่าสุดจากวงการยาและเซมิคอนดักเตอร์สะท้อนว่า AI เข้าสู่ขั้นตอนที่ต้องพิสูจน์ยอดขายจริงและผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้ว
โมเดอร์นา(Moderna) และ เมิร์ก(Merck) เปิดเผยว่า ยา mRNA รักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคล อินทิสเมอราน(Intismeran) ที่ใช้ร่วมกับ คีย์ทรูด้า(Keytruda) ในการทดลองเฟส 3 กับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา สามารถบรรลุเป้าหมายด้านระยะเวลารอดชีวิตแบบไม่กลับเป็นซ้ำ (RFS) และระยะเวลารอดชีวิตแบบไม่มีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น (DMFS) ได้สำเร็จ ทั้งนี้ สำนักข่าว AP รายงานว่า ทั้งสองบริษัทยังไม่เปิดเผยข้อมูลอัตราการรอดชีวิตโดยรวม (Overall Survival) และมีแผนนำเสนอผลการทดลองแบบละเอียดในการประชุมวิชาการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ
การทดลองครั้งนี้ดำเนินการกับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาระยะ 2B ถึงระยะ 4 ที่ผ่านการผ่าตัดแล้วจำนวน 1,137 ราย โดยอินทิสเมอรานออกแบบขึ้นจากข้อมูลการกลายพันธุ์ของเนื้องอกในผู้ป่วยแต่ละราย
เทคโนโลยี mRNA เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากวัคซีนโควิด-19 แต่การนำมาใช้รักษามะเร็งต้องผ่านข้อมูลทางคลินิกและการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแลแยกต่างหาก ผลการทดลองเฟส 3 ครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นการขยายขอบเขตการใช้งานจากวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ ไปสู่ยารักษามะเร็ง
อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายหลักไม่ได้หมายความว่ายาจะได้รับการอนุมัติทันที ยังมีขั้นตอนที่เหลืออยู่ ทั้งข้อมูลอัตราการรอดชีวิตโดยรวม ผลการทดลองโดยละเอียด ความสามารถในการขยายกำลังการผลิต และการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแล
ในด้านการพัฒนายาขั้นต้น แอนโทรปิก(Anthropic) เปิดเผยผลการทดลองออกแบบโปรตีนด้วยโมเดล คล็อด(Claude) โดยพบโปรตีนที่สามารถจับกับเป้าหมายได้ 14 จาก 15 เป้าหมายที่ทดสอบ
บริษัทภายนอกที่รับผลิตและทดสอบ ได้แก่ Adaptyv Bio และ ทวิสต์ ไบโอไซแอนซ์(Twist Bioscience) ซึ่งเป็นผู้สร้างและทดสอบโปรตีนที่ออกแบบขึ้นจริง โดยอัตราความสำเร็จแตกต่างกันไปตามวิธีทดสอบ อยู่ที่ 22.6-35.1%
การออกแบบโปรตีนถือเป็นขั้นตอนต้นของการพัฒนายา ซึ่งเป็นการสร้างและคัดกรองสารตั้งต้น แม้ AI จะช่วยคำนวณและคัดกรองกลุ่มตัวเลือกได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังต้องผ่านการทดลองในสัตว์ การประเมินความเป็นพิษ และการทดลองทางคลินิก ก่อนจึงจะตัดสินได้ว่าเป็นยารักษาที่ใช้ได้จริง
ผลลัพธ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า AI สามารถออกแบบโปรตีนต้นแบบได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ใช่ข้อมูลที่ยืนยันความสำเร็จของการพัฒนายา บทบาทของ AI ในปัจจุบันจึงเป็นการเชื่อมโยงผลการคำนวณเข้ากับการพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการมากกว่า
ในภาคเซมิคอนดักเตอร์ ความร่วมมือด้านชิปออกแบบเฉพาะทางระหว่าง กูเกิล(Google) และ มาร์เวลล์ เทคโนโลยี(Marvell Technology) ได้รับความสนใจ โดยมาร์เวลล์มอบวอร์แรนต์ (Warrant) ให้กูเกิลสามารถซื้อหุ้นได้สูงสุด 58.97 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 206.58 ดอลลาร์สหรัฐ
หากใช้สิทธิ์ทั้งหมด มูลค่ารวมจะอยู่ที่ประมาณ 1.218 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16.9 ล้านล้านวอน) ทั้งนี้ วอร์แรนต์ดังกล่าวไม่ได้ให้เงินลงทุนเข้ามาทันที แต่บางส่วนจะได้สิทธิ์ตามระยะเวลา ส่วนที่เหลือจะขึ้นอยู่กับยอดขายชิปออกแบบเฉพาะทางที่กูเกิลสร้างให้มาร์เวลล์ ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2027 ไปจนถึงปีงบประมาณ 2033
ชิปออกแบบเฉพาะทางเป็นทางเลือกของบริษัทคลาวด์รายใหญ่ที่ต้องการลดต้นทุนและปัญหาด้านพลังงานที่หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบทั่วไปเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด โดยเงื่อนไขในสัญญาสะท้อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกูเกิล ทั้งตัวเร่งการประมวลผลอนุมาน (Inference) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และตัวควบคุมเครือข่าย
ในฝั่งเกาหลีใต้ เอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) เชื่อมโยงความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI เข้ากับการคืนเงินสดให้ผู้ถือหุ้น โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มีมติอนุมัติแผนซื้อหุ้นคืนและเผาทำลายมูลค่า 40 ล้านล้านวอน
จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนอยู่ที่ประมาณ 24.07 ล้านหุ้น คิดเป็นราว 3.3% ของหุ้นที่ออกทั้งหมด อ้างอิงราคาปิดของวันก่อนการประชุมคณะกรรมการ ระยะเวลาซื้อคืนเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน โดยบริษัทมีแผนเผาทำลายหุ้นที่ซื้อคืนทั้งหมด
เอสเค ไฮนิกซ์ปรับเป้าหมายการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น จากเดิมไม่เกิน 50% ของกระแสเงินสดอิสระสะสมในช่วงปี 2025-2027 เป็นมากกว่า 50% ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 2 บริษัทมีเงินสดสุทธิอยู่ที่ประมาณ 69 ล้านล้านวอน
จุดร่วมของทั้งสี่กรณีคือ AI เริ่มถูกประเมินจากผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่คำพูด ภาคยาต้องแสดงข้อมูลทางคลินิกและผลการทดลอง ภาคเซมิคอนดักเตอร์ต้องตอบโจทย์เงื่อนไขคำสั่งซื้อและการส่งมอบ ส่วนเอสเค ไฮนิกซ์จะดำเนินการซื้อหุ้นคืนจนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน ก่อนเผาทำลายหุ้นที่ซื้อคืนทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: AP, SK hynix, Yonhap, Investor's Business Daily, NewsBytes
ความคิดเห็น 0