ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์หลายรายกำลังทยอยปรับ 'ราคา' สินค้าในกลุ่มชิป RF, MCU, ชิปแอนะล็อก และเซมิคอนดักเตอร์กำลัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ mature node ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ นักวิเคราะห์มองว่าการลงทุนขยายเซิร์ฟเวอร์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่พุ่งสูงไม่ได้กดดันแค่ชิปขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกดดันไปถึงกำลังการผลิตของห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปด้วย
สำนักข่าว 21财经 (21st Century Business Herald) ของจีน รายงานเมื่อวันที่ 20 เวลา 14.45 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ว่า จั๋วเซิ่งเว่ย (Maxscend Microelectronics) ผู้ผลิตชิป RF รายใหญ่ของจีน จะเริ่มใช้ 'ราคาใหม่' กับสินค้ากลุ่ม RF ทุกรุ่นตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป ขณะที่ กั๋วหมินจี้ซู่ (Nations Technologies) ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จีนอีกราย ประกาศปรับราคาชิป MCU บางรุ่นขึ้น 10-20% เช่นกัน ทั้งนี้ MCU คือชิปควบคุมที่ใช้ในรถยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ฝั่งผู้ผลิตต่างชาติก็ขยับราคาเช่นกัน เอสที ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (STMicroelectronics) เตรียมปิดรอบการปรับราคาครั้งที่ 3 ของปีนี้ในวันที่ 23 สิงหาคม ส่วน อนาล็อก ดีไวเซส (Analog Devices) จะเริ่มใช้ราคาใหม่รอบที่สองตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน โดยสินค้าที่ถูกปรับราคาครอบคลุมตั้งแต่ชิปหน่วยความจำ ไปจนถึง MCU, RF front-end, เซมิคอนดักเตอร์กำลัง, ชิปแอนะล็อก และชิ้นส่วนพาสซีฟ
เบื้องหลังของกระแสนี้คือดีมานด์การประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การลงทุนเซิร์ฟเวอร์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวทำให้ความต้องการกำลังการผลิตชิปขั้นสูงพุ่งสูง และแรงกดดันนี้ 'ลามไปถึง' mature node ด้วย ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ใช้ผลิตชิปรถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์กำลัง และ MCU ที่แทรกอยู่ในสินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท
แรงกดดันด้านราคายังมาจากฝั่งต้นทุนด้วย ทั้งต้นทุนห่วงโซ่อุปทานที่สูงขึ้น ราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น และภาวะอุปทานตึงตัว บริษัทจีนหลายแห่งยังระบุว่าดีมานด์การใช้ชิปในประเทศทดแทนสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ต้องปรับราคา อย่างไรก็ตาม อัตราการปรับขึ้นและช่วงเวลาที่มีผลบังคับใช้แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มสินค้า
สำหรับผู้อ่านในภูมิภาคเอเชีย ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดในประเทศจีนเท่านั้น เพราะเซิร์ฟเวอร์ AI สมาร์ทโฟน รถยนต์ และอุปกรณ์อุตสาหกรรม ล้วนเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก หากราคาชิป RF และ MCU ปรับขึ้นต่อเนื่อง ต้นทุนจัดหาชิ้นส่วนของผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย
China Business Journal (中国商报) รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั้งในและต่างประเทศทยอยปรับราคาในหลายกลุ่มสินค้า ทั้งเซมิคอนดักเตอร์กำลัง ชิปหน่วยความจำ การรับจ้างผลิตเวเฟอร์ และแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง โดยระบุว่าดีมานด์การประมวลผล AI และต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักเบื้องหลังการปรับราคาครั้งนี้ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับภาวะขาดแคลนอุปทานชิปหน่วยความจำรุ่น matureที่ TokenPost เคยรายงานไปก่อนหน้านี้
การปรับราคาเซมิคอนดักเตอร์ครั้งนี้ยังเป็นตัวแปรทางอ้อมต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย เนื่องจากการขุดบิตคอยน์(BTC) การให้เช่ากำลังประมวลผล AI และการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ล้วนอ่อนไหวต่อต้นทุนชิปและค่าไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้ยังไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรงต่อราคาเหรียญใดเหรียญหนึ่งหรือผลตอบแทนจากการขุดแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0