โดจคอยน์(DOGE) ปรับตัวขึ้นราว 10% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่บิลลี มาร์คัส (Billy Markus) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโดจคอยน์ โพสต์ข้อความตั้งคำถามต่อการดีดตัวของตลาดคริปโตครั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเป็นปฏิกิริยาต่อกระแสสินทรัพย์เสี่ยงที่บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ปรับขึ้นพร้อมกัน มากกว่าจะมาจากความเคลื่อนไหวเฉพาะของโครงการโดจคอยน์เอง
สื่อ U.Today รายงานว่ามาร์คัสโพสต์ภาพหน้าจอราคาตลาดลง X เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) พร้อมข้อความ “is crypto back? is the 2026 nightmare over?” หรือแปลได้ว่า “คริปโตกลับมาแล้วหรือยัง ฝันร้ายปี 2026 จบแล้วหรือยัง” ซึ่งเป็นเพียงคำถามสะท้อนอารมณ์ตลาด ไม่ใช่บทวิเคราะห์หรือการคาดการณ์ราคาแต่อย่างใด
รายงานต้นฉบับของ U.Today ระบุว่าขณะนั้นโดจคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ 0.0771 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยจุดต่ำสุดของวันก่อนหน้าอยู่ที่ 0.069 ดอลลาร์ และจุดสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 0.078 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวไม่ได้คงอยู่ต่อเนื่องบนหน้าแสดงราคาสาธารณะในเวลาต่อมา โดยคอยน์เก็คโค(CoinGecko) แสดงราคาโดจคอยน์อยู่ที่ 0.07196 ดอลลาร์ ขณะที่คอยน์มาร์เก็ตแคป(CoinMarketCap) แสดงอยู่ที่ 0.070273 ดอลลาร์ จึงเหมาะสมกว่าที่จะมองตัวเลข 0.0771 ดอลลาร์ว่าเป็นราคาระหว่างวันช่วงที่มีการเขียนรายงานต้นฉบับ ไม่ใช่ราคาที่ตรึงอยู่ตลอด
ศูนย์กลางของการดีดตัวรอบนี้อยู่ที่บิตคอยน์มากกว่าโดจคอยน์ โดยวอลล์สตรีทเจอร์นัล(WSJ) รายงานว่าบิตคอยน์ปรับขึ้นกว่า 10% ในช่วง 2 วันทำการล่าสุด แตะระดับ 71,507 ดอลลาร์
ในตลาดมีการตีความว่าการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (bond buyback) ช่วยลดภาระต้นทุนการกู้ยืม และกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ตลาดคริปโตมักเห็น คือบิตคอยน์นำทิศทางก่อน แล้วอัลต์คอยน์จึงตามมา
มาร์เก็ตวอทช์(MarketWatch) รายงานว่าในกระแสนี้ บิตคอยน์ทะลุระดับ 70,000 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอเรียมปรับขึ้น 2.6% มาอยู่ที่ 2,273 ดอลลาร์ นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์พบผู้บริหารในอุตสาหกรรมคริปโต และเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งผ่านกฎหมายที่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลต้องการ ก็ถูกมองว่ามีผลต่อบรรยากาศตลาดเช่นกัน
โดจคอยน์เป็นหนึ่งในอัลต์คอยน์ที่เคลื่อนไหวตามกระแสตลาดในลักษณะนี้ โดยไม่มีกำหนดการพัฒนาใหม่หรือความเปลี่ยนแปลงในเครือข่ายโดจคอยน์เองแต่อย่างใด
โพสต์ของมาร์คัสจึงควรมองเป็นปฏิกิริยาที่สะท้อนบรรยากาศตลาดหลังการดีดตัว มากกว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการดีดตัว การตีความว่า ‘ผู้ร่วมก่อตั้งโดจคอยน์ส่งสัญญาณราคาขาขึ้น’ จึงไม่สอดคล้องกับลักษณะของข้อความที่โพสต์
ด้วยความเป็นมีมคอยน์ โดจคอยน์มักเคลื่อนไหวอ่อนไหวต่อทิศทางของบิตคอยน์ โพซิชันเลเวอเรจ และปฏิกิริยาบนโซเชียลมีเดียมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานแนวโน้มการขยายตัวของโพซิชันเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์โดจคอยน์มาแล้ว
ตัวชี้วัดจากชุมชนนักลงทุนสะท้อนภาวะรอดูสถานการณ์มากกว่าความคึกคักเกินขนาด โดยอัลต์อินเด็กซ์(AltIndex) ระบุว่ายอดกล่าวถึงโดจคอยน์บนเรดดิต(Reddit) อยู่ที่ประมาณ 33 ครั้งต่อวัน
ข้อมูลสรุปสาธารณะจากคอยน์สแตทส์(CoinStats) ระบุว่าการพูดคุยเกี่ยวกับโดจคอยน์ในช่วงนี้ เน้นไปที่ระดับราคาใกล้ 0.07 ดอลลาร์ การสะสมเหรียญของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (whale) และการปิดสถานะช็อร์ต (short liquidation) เป็นหลัก สะท้อนว่าประเด็นสนทนาอยู่ที่ระดับราคาและโพซิชันในตลาด มากกว่าคำพูดของผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ
การปิดสถานะช็อร์ต (short liquidation) คือปรากฏการณ์ที่โพซิชันเดิมพันราคาลงถูกบังคับปิดเพราะขาดทุน หากมีโพซิชันเลเวอเรจสะสมอยู่มากและราคาปรับตัวเร็ว การบังคับปิดสถานะอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ทำให้ความผันผวนระยะสั้นเพิ่มขึ้นได้
ดังนั้น ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้จึงไม่ใช่ปัจจัยบวกเฉพาะตัวของโดจคอยน์ แต่เป็นกรณีที่ตลาดคริปโตโดยรวมดีดตัวขึ้นก่อน แล้วผู้ร่วมก่อตั้งโดจคอยน์จึงตอบสนองต่อบรรยากาศนั้นด้วยข้อความคำถาม ขณะที่ข้อมูลราคาสาธารณะและตัวชี้วัดจากชุมชนยังมีข้อจำกัดหากจะมองเป็นสัญญาณขาขึ้นที่มาจากโดจคอยน์เองโดยลำพัง
ความคิดเห็น 0