กลุ่มการเงินรายใหญ่ของเกาหลีใต้มีระบบ 'เรียกคืนโบนัส' ผู้บริหารบันทึกไว้ในระเบียบภายในองค์กร แต่การบังคับใช้จริงกลับจำกัดมาก ปี 2024 มีเงินค่าตอบแทนที่เข้าเกณฑ์ต้องปรับลดสูงถึง 576,500 ล้านวอน แต่ยอด 'เรียกคืน' เงินที่จ่ายไปแล้วมีเพียง 90 ล้านวอนเท่านั้น
สำนักข่าวยอนฮับอินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) รายงานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ว่า กลุ่มการเงินในเกาหลีใต้กำหนดเกณฑ์การเลื่อนจ่าย ปรับลด และเรียกคืนค่าตอบแทนผู้บริหารไว้ในโครงสร้างค่าตอบแทนก็จริง แต่กรณีที่มีการเรียกคืนจริงกลับพบได้น้อยมาก กฎหมายว่าด้วยธรรมาภิบาลบริษัทการเงินและกฎหมายลูกกำหนดให้ต้องเลื่อนจ่ายค่าตอบแทนบางส่วนออกไปหลายปี เพื่อไม่ให้ผู้บริหารมุ่งเน้นแต่ผลประกอบการระยะสั้น
ระบบนี้ผูกค่าตอบแทนผู้บริหารเข้ากับราคาหุ้นและผลงานระยะยาว หากเกิดผลขาดทุนหรือทำผลงานไม่ถึงเป้าก่อนถึงกำหนดจ่ายโบนัส บริษัทสามารถลดยอดค่าตอบแทนระยะยาวลงได้ และหากราคาหุ้นตกในช่วงที่ถึงกำหนดจ่ายจริง ก็จะถูกนำมาคิดคำนวณค่าตอบแทนด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดให้ 'เรียกคืน' เงินค่าตอบแทนที่จ่ายไปแล้ว หากผู้บริหารสร้างความเสียหายให้บริษัทจากความผิดของตนเอง หรือถูกหน่วยงานกำกับดูแลลงโทษขั้นรุนแรง แต่ปัญหาคือช่องว่างระหว่าง 'ตัวบทกฎหมาย' กับ 'การบังคับใช้จริง'
สำนักงานกำกับดูแลทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service หรือ FSS) ตรวจสอบสถานะการเลื่อนจ่าย ปรับลด และเรียกคืนค่าตอบแทนของภาคการเงินทั้งหมดเมื่อปีที่แล้ว พบว่าในปี 2024 เงินที่เข้าเกณฑ์ต้องปรับลดทั้งทางตรงและทางอ้อมมีมูลค่ารวม 576,500 ล้านวอน แต่ยอดปรับลดจริงมีเพียง 56,800 ล้านวอน หรือประมาณ 10% เท่านั้น แบ่งเป็นการคำนวณค่าตอบแทนใหม่ 32,200 ล้านวอน และการระงับจ่าย 23,600 ล้านวอน
ส่วนการปรับลดค่าตอบแทนที่เคยจ่ายไปแล้ว หรือ 'การเรียกคืน' นั้น มีมูลค่ารวมไม่ถึง 100 ล้านวอน อยู่ที่ 90 ล้านวอนเท่านั้น สะท้อนว่าแม้จะมีข้อกำหนดเรื่องการเรียกคืนอยู่ในระเบียบ แต่แทบไม่เคยถูกใช้เป็นเครื่องมือ 'เอาผิด' ผู้บริหารจริง
แต่ละบริษัทก็มีความแตกต่างกันมาก เคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป (KB Financial Group) มีเงินค่าตอบแทนเลื่อนจ่ายของผู้บริหารที่เข้าข่ายต้องปรับลดทั้งทางตรงและทางอ้อมในปี 2024 อยู่ที่ 7,050 ล้านวอน แต่ยอดปรับลดจริงเป็น 0 วอน
วูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ป (Woori Financial Group) ก็เช่นกัน เงินที่เข้าข่ายต้องปรับลด 8,700 ล้านวอน ไม่นำไปสู่การปรับลดจริงแต่อย่างใด ขณะที่ฮานาไฟแนนเชียลกรุ๊ป (Hana Financial Group) มีเงินเลื่อนจ่ายของผู้บริหารลดลง 780 ล้านวอน แบ่งเป็นการปรับลด-เรียกคืนโดยตรง 180 ล้านวอน และการปรับลดทางอ้อมจากความผันผวนของราคาหุ้น 600 ล้านวอน ส่วนชินฮันไฟแนนเชียลกรุ๊ป (Shinhan Financial Group) ไม่มีเงินที่เข้าข่ายต้องปรับลดเลย
FSS ระบุว่า “หลายบริษัทการเงินมีระเบียบภายในที่ไม่ชัดเจนทั้งเรื่องเหตุผลและขั้นตอนการปรับลดหรือเรียกคืนค่าตอบแทน และกรณีที่มีการเรียกคืนจริงก็มีน้อยมาก” พร้อมชี้ว่า “สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ยากที่จะควบคุมพฤติกรรมมุ่งผลระยะสั้น การแบกรับความเสี่ยงเกินควร และการกระทำผิดกฎหมายของผู้บริหารและพนักงานสถาบันการเงินได้อย่างแท้จริง” ความเห็นนี้สะท้อนว่าระบบค่าตอบแทนที่อ้างว่าจูงใจให้มองผลระยะยาว ยังไม่เชื่อมโยงไปถึงโครงสร้างความรับผิดชอบได้มากพอ
โครงสร้างการเลื่อนจ่ายค่าตอบแทนยังเกี่ยวพันกับปัญหาค่าตอบแทนผู้บริหารที่เกษียณไปแล้วด้วย เพราะประธานกลุ่มการเงินและผู้บริหารระดับสูงยังสามารถรับโบนัสต่อเนื่องได้อีกหลายปีแม้พ้นตำแหน่งไปแล้ว
แต่การปรับลดหรือเรียกคืนค่าตอบแทนของผู้บริหารที่เกษียณไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่ไม่ปรากฏรายละเอียดชัดเจนในเอกสารเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานประจำปีด้านธรรมาภิบาลและโครงสร้างค่าตอบแทน ตัวอย่างเช่น ซนแทซึง(Son Tae-seung) อดีตประธานวูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ป ที่เคยถูกหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินลงโทษขั้นรุนแรงจากคดีกองทุนไลม์ (Lime Fund) แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะที่ยืนยันได้ว่ามีการปรับลดค่าตอบแทนของเขาหรือไม่
ทางการเงินเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำระบบ 'คลอว์แบ็ก' (Clawback) เข้ามาใช้ ภายใต้กรอบการปรับปรุงธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน โดยคลอว์แบ็กคือกลไกเรียกคืนโบนัสที่จ่ายไปแล้ว หากภายหลังพบว่าเกิดความล้มเหลวร้ายแรงในระบบควบคุมภายในหรือมีการกระทำผิดกฎหมาย
คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission หรือ FSC) เสนอประเด็น 'ปรับปรุงระบบค่าตอบแทนให้สมเหตุสมผล' เป็นหนึ่งในวาระหารือ ในการประชุมนัดแรกของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการปฏิรูปธรรมาภิบาลเมื่อวันที่ 16 มกราคม และในเอกสารชี้แจงเมื่อวันที่ 12 มีนาคม FSC ระบุว่ากำลังหารือแนวทางเพิ่มความเป็นธรรมและความโปร่งใสของธรรมาภิบาลภาคการเงิน แต่ยังไม่กำหนดรายละเอียดหรือกำหนดเวลาประกาศที่ชัดเจน
ควอนแดยอง(Kwon Dae-young) รองประธาน FSC กล่าวในการรายงานต่อคณะกรรมาธิการกิจการรัฐสภาเมื่อเดือนที่แล้วว่า “แนวทางปฏิรูป เช่น ระบบคลอว์แบ็ก มีโครงร่างคร่าวๆ อยู่แล้ว” และ “กำลังพิจารณานำมาใช้” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการนำระบบนี้มาบังคับใช้จริงยังต้องรอความชัดเจนต่อไป ประเด็นต่อไปที่ต้องจับตาคือการหารือเรื่องนี้จะนำไปสู่การปรับปรุงระเบียบภายในและการบังคับใช้เรียกคืนโบนัสจริงหรือไม่
ในต่างประเทศ ประเด็นความรับผิดชอบของผู้บริหารสถาบันการเงินและการเรียกคืนค่าตอบแทนก็เป็นหัวข้อสำคัญของการปฏิรูปกฎระเบียบเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า สวิตเซอร์แลนด์เริ่มหารือปฏิรูปภาคธนาคาร รวมถึงการวางกลไกเรียกคืนค่าตอบแทน หลังการล่มสลายของเครดิตสวิส (Credit Suisse) ขณะที่ประเด็นข้อโต้แย้งเรื่องโบนัสผู้บริหารกลุ่มการเงินในเกาหลีใต้ ก็ยังเป็นคำถามที่รอคำตอบว่าข้ออ้างเรื่อง 'ผลตอบแทนระยะยาว' จะนำไปสู่โครงสร้างความรับผิดชอบที่แท้จริงได้หรือไม่
ความคิดเห็น 0