วลาด เทเนฟ(Vlad Tenev) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรบินฮู้ด(Robinhood, HOOD) ย้ำอีกครั้งว่าเขาชื่นชอบสินทรัพย์คริปโตและมองบวกต่อบิตคอยน์(BTC) ในระยะยาว แต่ยืนยันว่าไม่ได้ฟันธงว่าราคาบิตคอยน์จะไปแตะระดับใดระดับหนึ่งอย่างเจาะจง
เทเนฟให้สัมภาษณ์ในรายการ The Iced Coffee Hour ว่าตัวเขาเองก็ใช้แพลตฟอร์มโรบินฮู้ดในการเทรดเช่นกัน พร้อมเล่าว่าในอดีตเคยเทรดคริปโตอยู่ช่วงหนึ่ง และโดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบสินทรัพย์ประเภทนี้
เมื่อพูดถึงบิตคอยน์ เทเนฟกล่าวว่ายังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาว แต่ย้ำว่าพอร์ตการลงทุนของตัวเองกระจายความเสี่ยงไว้ค่อนข้างมาก และไม่ได้คาดการณ์ราคาในลักษณะว่าบิตคอยน์จะขึ้นไปแตะ 1 ล้านดอลลาร์ในอนาคต น้ำหนักของบทสนทนาเน้นไปที่บทบาทของคริปโตในระบบบริการทางการเงินมากกว่าจะเป็นเรื่องราคาระยะสั้น
คำพูดของเทเนฟมีขึ้นในช่วงที่โรบินฮู้ดกำลังขยายธุรกิจคริปโตจากการเป็นตัวกลางซื้อขายไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงินแบบ 'ออนเชน' โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม บริษัทประกาศเปิดตัวเมนเน็ตสาธารณะของ 'โรบินฮู้ดเชน(Robinhood Chain)' พร้อมโทเคนหุ้น ระบบเทรดแบบเอเจนติก และผลิตภัณฑ์กลุ่มดีไฟ(DeFi) โดยบริษัทระบุว่าโรบินฮู้ดเชนเป็นบล็อกเชนเลเยอร์ 2 บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสินทรัพย์อ้างอิงโลกจริงและบริการทางการเงิน
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้อ่านคือ คำพูดของเทเนฟเชื่อมโยงกับทิศทางการนำสินทรัพย์เข้าสู่รูปแบบโทเคนมากกว่าจะเป็นการคาดการณ์ราคาบิตคอยน์โดยตรง โรบินฮู้ดระบุว่าให้บริการโทเคนหุ้นแก่ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในกว่า 120 ประเทศ และผู้ใช้สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านโรบินฮู้ด วอลเล็ต รวมถึงใช้งานฟีเจอร์ดีไฟได้ด้วย ซึ่งต่อเนื่องจากรายงานก่อนหน้าของ TokenPost เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวเรื่องโรบินฮู้ดเชนและสินทรัพย์แบบโทเคน
คำพูดส่วนตัวของเทเนฟยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทด้วย แม้เขาจะบอกว่าชื่นชอบคริปโต แต่ก็เน้นย้ำเรื่องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตและมุมมองระยะยาว มากกว่าจะพูดถึงมีมคอยน์หรือเป้าหมายราคาระยะสั้น การประกาศของโรบินฮู้ดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ประกอบกับคำพูดของเทเนฟ สะท้อนทิศทางที่บริษัทพยายามขยายธุรกิจคริปโตออกไปไกลกว่าการเป็นตัวกลางซื้อขายทั่วไป
คำพูดของเทเนฟเกี่ยวกับบิตคอยน์ครั้งนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นในบริบทของการขยายผลิตภัณฑ์ของโรบินฮู้ด ส่วนผลกระทบที่แท้จริงต่อราคาบิตคอยน์หรือผลประกอบการของบริษัทยังต้องรอตัวเลขและการประกาศอย่างเป็นทางการในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0