บิตคอยน์(BTC) พุ่งขึ้นกว่า 20% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากมาตรการขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพื่อเสริมสภาพคล่อง รวมถึงกระแสเงินไหลเข้ากองทุนอีทีเอฟ (ETF) บิตคอยน์ประเภทซื้อขายทันที (Spot ETF)
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน จะปรับเพิ่มเพดานวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลประเภทมูลค่าตามที่ตราไว้ (Nominal Bond) อายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี จากเดิมครั้งละ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง สำนักข่าว PANews รายงานเมื่อวันที่ 24 โดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ QCP ว่าหลังมาตรการดังกล่าว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลให้บิตคอยน์และทองคำปรับตัวขึ้นพร้อมกัน
PANews รายงานโดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ QCP ว่าราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ประมาณ 79,500 ดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นอัตราการปรับขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 โดย QCP วิเคราะห์ว่าในช่วงแรกของการปรับขึ้นเป็นผลจากแรงซื้อปิดสถานะขาย (Short Covering) ขนาดใหญ่ ก่อนที่ในเวลาต่อมา กองทุนอีทีเอฟบิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) แบบซื้อขายทันทีที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ จะมีเงินไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบสัปดาห์
PANews อ้างอิงข้อมูลจาก QCP ระบุว่า ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นเงินไหลเข้าสุทธิในผลิตภัณฑ์บิตคอยน์ประมาณ 1,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินไหลเข้าสุทธิในผลิตภัณฑ์อีเธอเรียมประมาณ 697 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ QCP มองว่าความผันผวนของตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ความต้องการป้องกันความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้นในระดับที่ค่อนข้างจำกัด
ความคิดเห็น 0